วันนี้ (3 ม.ค.2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นำทีมพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแม่ทัพพื้นที่ กทม. ลงพื้นเขต 11 สายไหม ช่วยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอก สายไหม ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย หาเสียง และขึ้นเวทีปราศรัยย่อยเวทีแรก ของ กทม.
นายเอกนัฏปราศรัยว่า เที่ยวนี้พรรคภูมิใจไทยใช้บริการเอกนัฏ ที่มีประสบการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่อายุ 25 ปี เที่ยวนี้ทั้ง 33 เขต คัดคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นอย่างดี พร้อมบอกว่านายเอกภพ ถือเป็นรักแรกพบ จะลบคำสบประมาทว่า “ตัวดีไม่มีกระแส” รอบนี้มั่นใจว่า ชาวกรุงเทพฯ ให้การตอบรับมากกว่าคราวที่แล้ว
นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า ในช่วงเลือกตั้ง จะมีพรรคอื่นโฆษณา ว่า ได้เงิน 300 บาท ได้ 400 บาท บางพรรคพูดเรื่องค่าแรง เบี้ยต่าง ๆ บางพรรคบอกถึงว่าจะให้เงินเปล่า แต่หากไม่มีเงินเข้ามาในระบบจะทำนโยบายได้อย่างอย่างไร เป็นเพียงความฝันนโยบายลมๆ แล้งๆ แต่พรรคภูมิใจไทยไม่ทำแบบนั้น วันนี้ขายนโยบายพยาบาลอาสา ทหารอาสา และสามารถบอกได้ว่า จะนำงบประมาณส่วนใดมาจัดสรรให้เป็นค่าตอบแทน ตนจึงอยากย้ำว่า รอบนี้ภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิมที่มี นโยบายที่ทำได้จริง บอกวิธีทำและใครเป็นผู้ทำทั้ง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอก นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ขอชวนเลือกนายเอกภพพลัสภูมิใจไทย และเมื่อเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะได้พลัสเอกนัฏ ทีมสุดซอยปราบทุนเทา พลัสเอกนิติ ขุนคลังมืออาชีพ พลัสศุภจี หญิงแกร่งมืออาชีพ พลัสสีหศักดิ์ ทำไทยเป็นไทยในเวทีโลก ตนจึงขอฝากดรีมทีมภูมิใจไทยกับคนสายไหม
ทั้งนี้ นายเอกนัฎ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) หลังจากช่วงปีใหม่ ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับพี่น้องประชาชนตามหมู่บ้านต่าง ๆ โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมี สส.ในพื้นที่ กทม. ทำให้ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น
ในช่วงปีใหม่ได้สั่งให้ผู้สมัครลงพื้นที่ ซึ่งตน และน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำ และแม่ทัพ กทม. พรรคภูมิใจไทย มีการตรวจการบ้านทุกวัน เพราะเป็นจังหวะที่ดี เนื่องจากหลายหมู่บ้านมีการทำบุญตักบาตร จึงให้ผู้สมัครไปร่วมทำกิจกรรมให้มากที่สุด ทำให้ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 33 เขต ลงพื้นที่ตั้งแต่เช้ายันค่ำ
นายเอกนัฏกล่าวว่า สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือใจถึงใจ เข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด ส่วนเรื่องเสียงตอบรับ มองว่า เสียงตอบรับดี และมีกำลังใจในการลงพื้นที่ ซึ่งพบว่าผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวเลือกหนึ่งของประชาชนในพื้นที่ กทม. ที่อยู่ระหว่างการรอตัดสินใจ ดังนั้น ในช่วง 30-40 วันนี้ เป็นช่วงที่สำคัญที่สุด และจะเห็นได้ว่า จากผลโพลมีอีกประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ตัดสินใจ
เรารู้ว่า สนามกรุงเทพฯ ของพรรคภูมิใจไทย เป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่คนอย่างผมไม่เคยย่อท้อ ความท้าทายผมชอบ ผมเผชิญกับความท้าทายมาตลอดชีวิต และผมบอกทุกครั้งว่าเรามีแต่ความตั้งใจ เที่ยวนี้สนามกรุงเทพฯ เปิด แม้คนจะยังไม่ตัดสินใจ แต่ก็พร้อมจะรับฟังนโยบายของทุกพรรคการเมือง และเที่ยวนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นคนกรุงเทพฯ สนใจภูมิใจไทยเป็นพิเศษ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กระแสลุงหนู (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) พอจะจะสู้ลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา) ได้หรือไม่ นายเอกนัฏ ระบุว่า “ลุงหนูก็มาตามลุงตู่” พร้อมกล่าวต่อว่า จากที่ได้สัมผัสคนกรุงเทพฯ ในรอบนี้สนใจในนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ถูกถามเสมอว่า จะมีการสร้างกำแพงชายแดนหรือไม่ เพราะไม่อยากให้ภารกิจของรัฐบาลในการสถาปนาพื้นที่ชายแดน และการรักษาอธิปไตยสูญเปล่า โดยพรรคภูมิใจไทยก็ยืนยันกลับไปว่า พูดแล้วทำ การสร้างกำแพงทำจริงแน่นอน เพื่อป้องกันภัยทุกมิติ และคนกรุงเทพฯ อยากเห็น นโยบายสนับสนุนกองทัพที่แข็งแกร่ง
ส่วนการที่พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวดรีมทีมจะได้เห็น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มาช่วยพรรคภูมิใจไทย หาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิม ประกาศนโยบายชัดเจน พูดถึงวิธีการทำนโยบายด้วย ยิ่งไปกว่านั้นบอกถึงขั้นว่า หากเลือกพรรคภูมิใจไทย ได้นายกฯ ที่ชื่ออนุทินแล้ว จะมีมืออาชีพทั้ง 3 คนมาร่วมรัฐบาลด้วย นั่งกระทรวงสำคัญที่เป็นยุทธศาสตร์
ในช่วงท้าย นายเอกนัฏ กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสที่จะปักหมุดในพื้นที่ กทม. แน่นอน ซึ่งเราพร้อมจะฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวงเข้าสู่เส้นชัยให้ได้
อ่านข่าว :
กองทัพภาคที่ 2 สรุปแนวชายแดนทุกจุดยังสงบ พบกัมพูชาขยับกำลังเล็กน้อย
เพจเฟซบุ๊ก “อนุทิน” กลับมาแล้ว หลังหายปริศนา 2 ชั่วโมง
เก๋งขึ้นรีสอร์ตภูทับเบิกไม่ไหว ไหลลงก่อนพลิกคว่ำ เจ็บ 3 คน
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











