ฝ่ามรสุม “คำพิพากษา” เส้นทางวิบาก “บิ๊กโจ๊ก” คืนถิ่นสีกากี

อาชญากรรม
10:10
จำนวนผู้ชม 16,459
ฝ่ามรสุม “คำพิพากษา” เส้นทางวิบาก “บิ๊กโจ๊ก” คืนถิ่นสีกากี
Botnoi Voice

ปลายปี 2567 เกิดข่าวลือสะพัด ว่า ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษา ยกคำร้อง ในคดี ที่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งศาลปกครองสูงสุด แถลงการณ์ยืนยัน ว่า ไม่เป็นความจริง

ผ่านมานานกว่า 1 ปี และวันที่ 9 ม.ค.2568 คือ เรื่องจริงที่ต้องเผชิญ และคำพิพากษานัดนี้ จะชี้ชะตา “บิ๊กโจ๊ก” ว่า จะสามารถหวนคืนกลับเข้าสู่เส้นทางสีกากี ได้อีกครั้งหรือไม่ !

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ยิ่งใหญ่ เดินไปไหนมาไหน มักจะถูกห้อมล้อมด้วยข้าราชการตำรวจนับสิบนาย  แต่ภาพเหล่านี้ไม่ปรากฎให้เห็นมานานกว่า 2 ปีแล้ว เพราะตำรวจผู้ใกล้ชิด คนสนิท ต่างก็ถูกดำเนินคดีทั้งวินัยและอาญา ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน ไม่ต่างกับเจ้านาย แต่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่เคยยอมแพ้ สู้กลับทุกทางที่ทำได้ แม้จะต้องเปิดหน้าชนตามลำพังก็ตาม

ศาลปกครองสูงสุด  เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่รับเรื่องราวฟ้องร้องจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รวมถึง ถูก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟ้องร้องเองเสียด้วย 

9 ม.ค.69 เป็นคดีสำคัญ เรียกเป็นนัดชี้ชะตาก็ว่าได้ เพราะเป็นนัดฟังคำพิพากษา ในคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

คดีนี้ เคยเป็นที่สนใจมาแล้ว เมื่อช่วงปลายปี 2567 สาเหตุเพราะว่า เกิดข่าวลือ ว่า ศาลปกครองสูงสุด ยกคำร้อง ซึ่งศาลปกครองสูงสุด ออกแถลงการณ์ โต้ทันควัน ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมขอให้หยุดเผยแพร่ข่าวลือ 

ภาพประกอบข่าว ฝ่ามรสุม “คำพิพากษา” เส้นทางวิบาก “บิ๊กโจ๊ก” คืนถิ่นสีกากี

มีหลายคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นต่อศาลปกครองสูงสุด  เช่น ในคดีขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งตามปกครอง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน  ซึ่งศาล ฯ มีคำสั่งยกคำร้อง ไปเมื่อเดือนธันวาคม 2567  

รวมถึงการยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการตุลาการ ศาลปกครอง หรือ ก.ศป.เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการทางวินัยและจริยธรรมกับ นายประสิทธิ์ศักดิ์  มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด  ,นายอนุวัฒน์ ธาราแสวง และนายอนุวัฒน์ ธาราแสวง ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่น ศาลปกครองสูงสุด รวมทั้งขอให้ประธานศาลปกครองสูงสุด ขอให้ถอนตัวจากการพิจารณาคดี โดยอ้างถึง คลิปเสียงในวงสนทนาอันมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคดีของตัวเอง

ก่อนที่การฟ้องร้อง จะเดินทางมาถึง ศาลปกครองสูงสุด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  ได้ต่อสู้ตามขั้นตอนทางกฎหมาย ที่บัญญัติไว้ ใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาครบถ้วนแล้ว 

ภาพประกอบข่าว ฝ่ามรสุม “คำพิพากษา” เส้นทางวิบาก “บิ๊กโจ๊ก” คืนถิ่นสีกากี

คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 178/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2567 เป็นคำสั่งที่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ที่กฎหมาย และ กฎ ก.ตร. กำหนด และเป็นการใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสม จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

“วินิจฉัยยกอุทธรณ์และยกคำขอกำหนดวิธีการชั่วคราวของผู้อุทธรณ์”

นี่คือข้อยุติ ของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. หลังพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์คำสั่ง เนื่องจากเห็นว่า เป็นการออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวโดยสั้นคือ “ยกอุทธรณ์”

ศาลปกครองสูงสุด จึงเป็นเสมือน “ที่พึ่งสุดท้าย” ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งในวันที่ 9 ม.ค.นี้ คือ วันชี้ชะตา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่า จะได้กลับเข้าสู่เส้นทางสีกากี อีกครั้งหรือไม่!   

หากตั้งสมมุติฐานไว้ว่า คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด  เป็นคุณต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตามหลักการแล้ว หน่วยงานต้นสังกัด ต้องดำเนินการคืนสิทธิและสถานะกลับคืนให้แก่ผู้ร้องโดยเร็วที่สุด เช่น มีคำสั่งแต่งตั้งกลับเข้ารับราชการ และ จ่ายเงินเดือนย้อนหลังพร้อมค่าชดเชย รวมถึงจัดการเรื่องสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ให้ด้วย

แต่ไม่ว่า คำพิพากษา จะออกมาในทิศทางใด ในวันนั้น 9 ม.ค. ก็คงจะเป็นอีกวันที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางไปรับฟังคำพิพากษา เพียงลำพัง เพราะในวันนี้อดีตนาย ตำรวจคนสนิทหลายคน ได้ตัดสินใจหันหลังให้ “อดีต (เจ้า) นาย” เกือบหมดสิ้นแล้ว  

 รายงานพิเศษ  : กิตติพร บุญอุ้ม ผช.บก.ข่าวอาชญากรรม ไทยพีบีเอส

"เลขาฯ สมช." รอนายกฯ​ ส่งสัญญาณ เรียกประชุมประเมินสถานการณ์ ชายแดนไทย -กัมพูชา​

"พิพัฒน์" ยันชงขอ ครม.อนุมัติโครงการทางพิเศษ M9

"ทหารกัมพูชา" ยิงปืน ค.เข้าใส่ฐานทหารไทย บนเนิน 469 ช่องบก ทหารเจ็บ 1 นาย