ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

สหรัฐฯ สั่งเจ้าหน้าที่ในมินนิอาโพลิสติดกล้องทุกคนระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ต่างประเทศ
06:25
1,510
สหรัฐฯ สั่งเจ้าหน้าที่ในมินนิอาโพลิสติดกล้องทุกคนระหว่างปฏิบัติหน้าที่
อ่านให้ฟัง
06:08อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ สั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในเมืองมินนิอาโพลิสติดตั้งกล้องติดตัวทุกนาย ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หลายกรณีมีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ และอาจเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 ประชาชนกลุ่มหนึ่งในเมืองมินนิอาโพลิส รัฐมินเนโซตา ล้อมรถยนต์ของเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) พร้อมตะโกนต่อต้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ก่อนที่สถานการณ์จะทวีความตึงเครียด เมื่อหนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปทุบกระจกหลังรถของเจ้าหน้าที่จนแตก

จากนั้นปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ ICE ลงจากรถและวิ่งไล่ติดตามกลุ่มนักกิจกรรม โดยมีผู้ชุมนุมรายหนึ่งถูกควบคุมตัวนอนราบกับพื้น และถูกใส่กุญแจมือ ส่งผลให้บรรยากาศในพื้นที่ยิ่งเดือดดาลขึ้นในทันที

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ช่วงหลังมานี้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในเขตทวินซิตี้ส์ เริ่มเข้าจับกุมผู้อพยพโดยมุ่งเป้าไปที่บ้านและย่านที่อยู่อาศัยแทนที่จะเป็นที่สาธารณะ เช่น ลานจอดรถ เหมือนที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 3 ก.พ. มีประชาชนจำนวนหนึ่งขับรถหลายคันติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตอนใต้ของเมืองมินนิอาโพลิส หลังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าไปเคาะประตูบ้านบริเวณนั้นจนเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างสองฝ่าย

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้สกัดรถของกลุ่มนักกิจกรรม พร้อมใช้อาวุธปืนจ่อและสั่งให้ลงจากรถ และสั่งให้นักข่าวที่อยู่ในบริเวณนั้นถอยออกไป พร้อมขู่ว่าจะใช้สเปรย์พริกไทย ขณะที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว

เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางหยุดรถคันหนึ่ง หลังจากเกิดอุบัติเหตุชนกับพวกเขาบนทางหลวง ในเมืองมินนิอาโพลิส รัฐมินนิโซตา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026

เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางหยุดรถคันหนึ่ง หลังจากเกิดอุบัติเหตุชนกับพวกเขาบนทางหลวง ในเมืองมินนิอาโพลิส รัฐมินนิโซตา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026

กระแสต่อต้านปฏิบัติการใช้กำลังกวาดล้างผู้อพยพ ทั้งในเมืองมินนิอาโพลิสและจุดอื่นๆ ทั่วสหรัฐฯ ยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่พลเมืองอเมริกัน 2 คน ถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงเสียชีวิต ท่ามกลางเสียงเรียกร้องกดดันให้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปรับปรุงเรื่องดังกล่าว

สหรัฐฯ สั่ง จนท.ในมินนิอาโพลิสติดกล้องทุกคน

ด้านคริสตี โนม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเมืองมินนิอาโพลิส ต้องติดกล้องบันทึกภาพติดตัวตลอดเวลา พร้อมระบุว่า มีแผนขยายมาตรการดังกล่าวไปทั่วประเทศ หากมีงบประมาณเพียงพอ

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วน ที่มองว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางใช้ความรุนแรงเกิดกว่าเหตุ รวมถึงกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมายในหลายกรณี ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ แสดงท่าทีสนับสนุนการตัดสินใจของโนมด้วย

แม้รัฐบาลทรัมป์จะมีท่าทีที่ผ่อนคลายในประเด็นนี้ แต่กลุ่มสหภาพแรงงานในเมืองมินนิอาโพลิส เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า คนงานจำนวนมากในอุตสาหกรรมบริการของเมือง ยังคงหวาดกลัวการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ ICE อยู่ แม้ว่ารัฐบาลทรัมป์เคยให้คำมั่นว่า จะเปลี่ยนยุทธวิธีปฏิบัติการให้รุนแรงน้อยลง และมุ่งเน้นไปที่ผู้ที่มีประวัติอาชญากรรม โดยข้อมูลพบว่า คนงานมากถึงหนึ่งในสามในอุตสาหกรรมการบริการของสหรัฐฯ ล้วนเกิดในต่างประเทศทั้งสิ้น

กระแสความหวาดกลัวเจ้าหน้าที่ยังลุกลามไปถึงวงการกีฬาด้วย ทำให้หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของเนชัลแนล ฟุตบอล ลีก ซึ่งเป็นผู้จัดการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ต้องออกมายืนยันว่า จะไม่มีปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพเกิดขึ้นในช่วงระหว่างการแข่งขัน ที่จะจัดในวันที่ 9 ก.พ. นี้ อย่างเด็ดขาด หลังก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลทรัมป์จะใช้โอกาสนี้เดินหน้าจับกุมผู้อพยพ

สส.สหรัฐฯ ผ่านร่างงบประมาณรัฐบาลกลาง

ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ประชุมร่วมกันเมื่อวานนี้ เพื่อลงมติรับรองร่างงบประมาณหน่วยงานรัฐบาลกลาง 5 ฉบับ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ประชุมร่วมกันเมื่อวานนี้ เพื่อพิจารณาและลงมติรับรองร่างงบประมาณหน่วยงานรัฐบาลกลาง 5 ฉบับ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผลปรากฏว่า คะแนนเสียงรับรองผ่านแบบเฉียดฉิวที่ 217 ต่อ 214 ส่งผลให้รัฐบาลกลางยุติภาวะชัตดาวน์บางส่วนได้สำเร็จ หลังจากบางหน่วยงานต้องปิดลงชั่วคราว มาตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังบังคับใช้มาตรการชั่วคราว สำหรับขยายเส้นตายสิ้นสุดรอบงบประมาณของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ออกไปจนถึงวันที่ 14 ก.พ.นี้ เพื่อเปิดทางให้สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองพรรคเจรจากัน หาทางออกเกี่ยวกับงบประมาณรอบใหม่ของกระทรวงนี้ หลังจากสมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคนยืนกรานให้รัฐบาลทรัมป์ปรับปรุงปฏิบัติการปราบปรามผู้อพยพ ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ก่อนอนุมัติงบประมาณ เนื่องจากเกรงว่า อาจถูกไปใช้ดำเนินการด้วยความรุนแรงต่อไป

อ่านข่าว :

เมืองพัทยาตรวจสอบปล่อยน้ำเสียลงทะเล แจ้งความดำเนินคดีผู้รับเหมา

บุกเดี่ยวชิงทองในห้าง อ.หาดใหญ่ กวาดทองกว่า 60 บาท หลบหนี

เลือกตั้ง 2569 : "เพื่อไทย" เตรียมร้อง กกต.เอาผิดปมคลิปเสียงเมืองกาญจน์