วันนี้ (5 ก.พ.2569) สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีผู้ประกันตนตรวจสอบข้อมูลเงินชราภาพในแอปพลิเคชัน SSO Plus แล้วพบว่ายอดเงินสะสมไม่สอดคล้องกับข้อมูลเงินชราภาพเดิมว่า
จากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดได้จากหลายกรณี ได้แก่ ผู้ประกันตนอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศลดอัตราเงินสมทบในบางช่วงเวลา เช่น กรณีวิกฤตอุทกภัยน้ำท่วม ผู้ประกันตนมีประวัติการทำงานกับนายจ้างหลายรายในช่วงเวลาเดียวกัน และผู้ประกันตนที่มีสถานะเป็นผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 ภายในเดือนเดียวกัน ซึ่งระบบเดิมของแอปพลิเคชัน SSO Plus ไม่ได้นำข้อมูลเหล่านี้มาคำนวณเพื่อแสดงผล
นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมได้ปรับรูปแบบการแสดงผลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นระบบ e-Self Service แอปพลิเคชันทางรัฐ หรือช่องทางอื่นๆ โดยจะแสดงเฉพาะยอดเงินสมทบกรณีชราภาพที่ยังไม่ได้รวมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและสอดคล้องกัน
ทั้งนี้ การแสดงข้อมูลเงินสมทบกรณีชราภาพบนแอปพลิเคชัน SSO Plus คำนวณมาจากเงินสมทบกรณีชราภาพจากผู้ประกันตน 3 % และนายจ้าง 3 % รวมเป็น 6 % ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนที่มีค่าจ้าง 17,500 บาท จะส่งเงินสมทบกรณีชราภาพรวมทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างเดือนละ 1,050 บาท สำหรับหลักเกณฑ์ในการรับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ ผู้ประกันตนต้องสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
โดยผู้ที่ส่งเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน จะได้รับเป็นบำเหน็จชราภาพพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับเงินมากกว่ายอดเงินที่แสดงบนแอปพลิเคชัน SSO Plus
ส่วนผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป จะได้รับเป็นบำนาญชราภาพตลอดชีวิตพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ซึ่งสำนักงานประกันจะประกาศผลประโยชน์ตอบแทน บำเหน็จชราภาพประจำทุกปี ซึ่งในแต่ละปีจะได้รับไม่เท่ากัน
อ่านข่าว :
ประกันสังคมเร่งเคลียร์จ่าย สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน
ประกันสังคม เปิดให้บริการแอปฯ "sso plus" แล้ว
โฆษก สปส.ชี้แจงซื้อที่ดินชลบุรีทำตามระเบียบ ปัดเอื้อประโยชน์










