วันนี้ (5 ก.พ.2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความพร้อมในการดูแลความเรียบร้อยการเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ.2569 โดยระบุว่า วันนี้ตำรวจ ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากทุกสน. พร้อมกำชับในการดูแลความปลอดภัยในแต่ละสถานที่ที่จัดการเลือกตั้ง โดยใช้กำลังตำรวจทั่วประเทศ กว่า 120,000 นาย กระจายแต่ละพื้นที่ดูแลความปลอดภัย ส่วนการข่าว การลงสมัครการเลือกตั้งพื้นที่แข่งขันสูง ในพื้นที่ต่างๆ ทางตำรวจกำชับในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ภาค 1 ถึงภาค 9 ให้เฝ้าระวังรวมถึงข้อมูลด้านการข่าว อย่างเต็มที่
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า ขณะนี้มีการแจ้งความเรื่องการทุจริตบ้าง ส่วนใหญ่เป็นการทำลายป้ายหาเสียงประมาณ 500 กว่าป้าย ในกว่า 200 พื้นที่ บางพื้นที่ลงบันทึกประจำวัน และไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดี ส่วนที่ประสงค์ดำเนินคดีมีประมาณ 20 คดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน
ส่วนการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งการประชุมวันนี้จะหารือประสานงานกับ กกต.จังหวัด แลกเปลี่ยนข้อมูล และให้ตำรวจเข้าไปปฏิบัติงาน อำนวยความสะดวกดูแลความปลอดภัย โดยรอบในพื้นที่ที่มีการจัดการเลือกตั้ง ยืนยันจะทำตามหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งการดูแลความปลอดภัยในการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง การเดินทางของหีบให้เรียบร้อย
ส่วนการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยว่า เน้นย้ำและสั่งการในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว เพราะเป็นพื้นที่ที่มีสถานการณ์ไม่เหมือนที่อื่น จึงสั่งเฝ้าระวังและจับตาเป็นพิเศษ รวมถึงจะบังคับใช้กฎหมายในคืนหมาหอน ก่อนเลือกตั้งห้ามให้จำหน่ายสุรา รวมถึงการลงพื้นที่หาเสียง ส่วนในวันศุกร์ที่หลายพรรคจัดปราศรัยใหญ่ทางตำรวจจัดกำลังเข้าไปดูแลความเรียบร้อย ทั้งเรื่องของความปลอดภัยและการจราจร
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังฝากเตือนถึงบุคคลที่คิดจะกระทำความผิด ขอให้อย่าทำ และขอให้สู้ไปตามระบอบประชาธิปไตย เพราะหากเจอหลักฐานก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด และหากทราบว่า มีตำรวจรับเงินหรือวางตัวไม่เป็นกลางก็จะดำเนินการเช่นกัน
นอกจากนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนใต้ที่มีการลอบวางระเบิดในพื้นที่ จนทำให้ตำรวจเก็บกู้วัตถุระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัสว่า ตำรวจจะดูแลด้านสิทธิประโยชน์ของตำรวจอย่างเต็มที่ในการดูแล รวมถึงได้ปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารร่วมกับฝ่ายทหารและฝ่ายปกครองในพื้นที่เพื่อป้องกัน โดยเฉพาะด้านการข่าวต้องตรวจสอบในหลายพื้นที่ ไม่หยุดแค่จุดใดจุดหนึ่ง และอย่าประมาทขีดความสามารถของกลุ่มคนไม่หวังดีว่ามีแค่นั้น แต่ตำรวจต้องประเมินมากกว่านั้น และต้องประเมินให้รอบด้านเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียและบาดเจ็บอีก ส่วนกลุ่มที่ก่อความไม่สงบตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานกับพื้นที่ในการติดตามตัว
นโยบายมัดใจ “คนพิการ” พรรคการเมือง โค้งสุดท้าย “ขายฝัน” ?
กกต.เตือน "มงคลกิตติ์" ชี้บางนโยบายหาเสียงส่อผิดกฎหมาย
ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิ "ก้องเกียรติ" ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ พรรคกล้าธรรม










