วันนี้ (6 ก.พ.2569) "พรรคประชาชน" จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พร้อมสื่อสารแมสเสจ "ประชาชน..เปลี่ยนประเทศ" ในโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ท่ามกลางประชาชนที่เข้าร่วมฟังการปราศรัยอย่างคับคั่ง
สำหรับไฮไลท์เป็นการปราศรัยของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค 3 คน คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รวมถึงการปราศรัยของผู้ช่วยหาเสียงอย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อประชาชนในการเข้าไปเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ผ่านความไว้วางใจของประชาชนในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้
ช่วงแรก แกนนำพรรคทยอยขึ้นพูดเกี่ยวกับนโยบายพรรค 204 นโยบาย ใน 4 แท่งนโยบายหลัก ผ่านแผน 100 วันแรกของรัฐบาลประชาชน โดยคนแรก "เดชรัตน์ สุขกำเนิด" ทีมบริหารด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่โหมโรงเกี่ยวกับนโยบายด้านการเกษตร
ขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ขึ้นปราศรัยนโยบายด้านการศึกษา ที่ชี้ว่าการเมืองแบบเดิมแก้ปัญหาไม่ได้ โดยพรรคจะทำหลักสูตรใหม่เพื่อพัฒนาการศึกษา ทำให้การเรียนฟรีทำได้จริง ดูแลสุขภาพของนักเรียนทุกคน คืนครูให้กับห้องเรียน จึงขอชนะการเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ พร้อมทิ้งท้ายชวนเข้าคูหาเลือกตั้ง หักปากกาเซียนด้วยปากกาของประชาชน
ส่วนนายชัยธวัช ตุลาธน ขอเสียงประชาชนกาให้กับพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบเพื่อให้ชนะขาดและจะไม่ยอมให้พรรคอันดับ 2 และอันดับ3 มาฮั้วจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงขอให้กาเห็นชอบบัตรลงประชามติ โดยให้เหตุผลว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ออกแบบให้อํานาจของประชาชนถูกกดทับและถูกควบคุมโดยอํานาจที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน
"ธนาธร" ประกาศเลือกตั้งครั้งที่ 3 ต้องได้เป็นรัฐบาล
ส่วนนายธนาธร ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยย้อนภาพ 8 ปีนับตั้งแต่วันประกาศตั้งพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน โดยขณะนั้นได้เรียกร้องให้ทุกคนหันกลับมาสนใจการเมือง เรียกร้องให้ยุติสืบทอดอำนาจ เรียกร้องให้สร้างประชาธิปไตยที่มั่นคงแข็งแรงและเรียกร้องให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
นอกจากนี้ยังระบุว่าการปักธงทางความคิดสำคัญกว่าคะแนนเสียง เพราะหากสามารถชนะทางความคิดได้ก็ได้คะแนนเสียง ขณะเดียวกันต้องทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ โดยขอเวลาพิสูจน์การทำงานให้กับประชาชน พร้อมประกาศว่าการเลือกตั้งในครั้งที่ 3 จะตั้งรัฐบาลให้ได้
ผ่านมาแล้ว 8 ปี วันนี้เราทำให้คนกลับมาสนใจการเมืองได้ กลับมาเชื่อมั่นในรัฐสภา ทำให้คนโหยหาประชาธิปไตย เราสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่สำเร็จแล้วและปักธงความคิดก้าวหน้าในสังคมได้
นายธนาธร กล่าวอีกว่า การเดินสายหาเสียงทำให้เห็นถึงความศรัทธาที่ทุกคนมอบให้ โดยยืนยันว่าจะไม่ทรยศและจะเอาจริงเอาจังกับการปราบคอร์รัปชัน ตอบแทนด้วยการสร้างประเทศไทยที่เป็นธรรมและเป็นประชาธิปไตย สร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้าและให้ดีกว่าเดิม พร้อมขอให้ทุกคนกาส้ม เพื่อส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี และตั้งรัฐบาลประชาชนที่มาจากประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนไปพร้อมกัน
"ณัฐพงษ์" ลั่นหมดเวลาการเมืองแบบอดีต ปชน.พร้อมตั้งรัฐบาลประชาชน
ด้านนายนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า การเมืองของประชาชนเรียบง่ายมาก ซึ่งหมายว่าการเมืองที่เสียงของประชาชนมีความหมายอย่างแท้จริง แต่การเมืองที่ผ่านมา นักการเมืองมองเสียงของประชาชนเป็นแค่เสียงในคูหาและเปลี่ยนเสียงในคูหาเป็นจำนวน สส. แล้วนำมาต่อรองแลกเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อหาเงินไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่พวกเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน
ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา การเดินทางของพวกเราไม่ง่ายและมีอุปสรรค หลายคนโดนเล่นงาน โดนข่าวปลอมโจมตี โดนดำเนินคดีฟ้องร้องปิดปาก แต่เพราะมีความอดทน มีความมั่นคงในหลักการและมีความเชื่อในการเมืองของประชาชน จึงทำให้พวกเรารักและศรัทธากันจนถึงทุกวันนี้
ก่อนไปถึงสถานีปลายทางที่เราเรียกว่า "สถานีประชาชน" ยังต้องเดินทางผ่านอีกหลายสถานี ทั้งการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ จัดการทุจริต ทลายทุนผูกขาด พัฒนาหัวเมืองรอง แก้ปัญหารัฐพันลึก เอาทหารออกจากการเมือง เอาตั๋วออกจากตำรวจ ซึ่งทุกสถานีไม่ง่าย แต่เชื่อว่าทำได้ และทำได้ด้วยเสียงของประชาชนทุกคน
กาให้ถึง 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจประชาชนไม่ได้ ก่อนที่เราจะมีโอกาสมุ่งหน้าสู่สถานีถัดไป สถานีแรกเรานัดหมายกัน 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยน จาก 14 ล้านเสียงเป็น 20 ล้านเสียง กาให้ถล่มทลาย กาให้ถึง 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจของประชาชนไม่ได้อีก
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้หมดเวลาสำหรับการเมืองแบบอดีต แบ่งการเมืองเป็นกลุ่มก้อน ถึงเวลารวมพลังประชาชนให้เป็นหนึ่งและสถาปนาการเมืองประชาชนขึ้นมาใหม่ โดยมีตัวเลือก 2 แบบในการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้ แบบแรก หากประชาชนบางกลุ่มตัดสินใจลงคะแนนบัญชีรายชื่อให้พรรคประชาชน แต่บัตรแบ่งเขตเลือกยังแบบเดิม หากเป็นแบบนี้หลังวันที่ 8 ก.พ.คงได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิมๆ ไม่ต่างกับ 2 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา ส่วนอีกแบบ หากเทคะแนนเสียงให้พรรคประชาชนหมดใจ ให้มี สส.เกินครึ่งในสภาฯ ให้พวกเขาปฏิเสธการตั้งรัฐบาลประชาชนไม่ได้อีก
หัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันว่า พรรคประชาชน มีความพร้อมจัดตั้งรัฐบาลประชาชน ทั้งเรื่องจุดยืนและหลักการ ผู้สมัคร สส.และทีมบริหารพรรค รวมถึงความพร้อมเรื่องนโยบายกว่า 200 นโยบายที่เปรียบเสมือนเป็นพิมพ์เขียวของไทย
อ่านข่าว
เลือกตั้ง 2569 : "เพื่อไทย" ปราศรัยใหญ่ทิ้งทวน ปลุกกระแสโหวตเตอร์โค้งสุดท้าย
เปิด Peace Room "ไทยพีบีเอส" ตั้งศูนย์รายงานคะแนนเลือกตั้ง เรียลไทม์ 8 ก.พ.นี้
รฟท.พร้อมรองรับ ปชช.ไปเลือกตั้ง - CAAT ยันราคาตั๋วเครื่องบินไม่เกินเพดาน










