วันนี้ (8 ก.ค.2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ตอบรับข้อเสนอของฝ่ายไทย ในการพิจารณาผ่อนปรนและขยายระยะเวลาการบังคับใช้ข้อกำหนดมาตรฐานฉบับใหม่ หรือ "Saudi GAP" สำหรับฟาร์มเลี้ยง สถาบันโรงฆ่าสัตว์ปีก และโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกออกไปจนถึงวันที่ 17 มี.ค.2570
ส่งผลให้ฟาร์มสัตว์ปีกของประเทศไทย ที่ปัจจุบันยังคงอยู่ในกระบวนการตรวจประเมิน เพื่อรับรองมาตรฐานดังกล่าว ยังคงสามารถดำเนินการส่งออกสินค้าไปยังประเทศซาอุดีอาระเบียได้ตามปกติภายใต้เงื่อนไขระเบียบที่กำหนด เพื่อลดผลกระทบต่อภาคเอกชน และรักษาเสถียรภาพความต่อเนื่องทางการค้าของประเทศ
นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ความสำเร็จในการประสานงานครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินงานอย่างบูรณาการ และการติดตามเร่งรัดเจรจาอย่างใกล้ชิด ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับกรมปศุสัตว์ โดยร่วมกันผลักดันประเด็นความเดือดร้อนของผู้ประกอบการไทย ผ่านกลไกการหารือทวิภาคีและการทูตฝ่ายพาณิชย์ ตลอดจนการหยิบยกเข้าสู่เวทีระดับโลกภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO)
ทั้งในคณะกรรมการว่า ด้วยการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และคณะกรรมการว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) จนสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกัน โดยซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าฟาร์มไทยสามารถใช้ใบอนุญาตนำเข้า ที่ออกก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้ในการประกอบการขนส่งส่งออกได้
ทั้งนี้ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นตลาดผู้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกรายใหญ่ของโลก โดยมีปริมาณความต้องการและการนำเข้าเฉลี่ยสูงถึงกว่า 570,000 ตัน/ปี ขณะที่สถิติในปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกเนื้อไก่ไปยังซาอุดีอาระเบียในปริมาณประมาณ 100 ตัน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 8,000,000 บาท
รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวต่อว่า แม้ในปัจจุบันตัวเลขการส่งออกของไทย จะยังคงมีปริมาณไม่มากนัก แต่รัฐบาลมองว่าซาอุดีอาระเบีย เป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ในการเป็นประตูเชื่อมโยงไปสู่ตลาดตะวันออกกลาง รวมถึงกลุ่มประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC)
ในช่วงท้าย นายสุริยะ กล่าวย้ำถึงแนวนโยบายในอนาคตว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนเชิงรุก ในการผลักดันเปิดตลาดสินค้าเกษตรและอาหารไทยในเวทีสากลอย่างเต็มกำลัง
พร้อมทั้งประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs) ร่วมกับประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกร และผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลก
อ่านข่าวอื่น :
รวบสาวเบลเยียมคาสนามบินภูเก็ต ซุกกัญชา 31 กก.กว่า 5 ล้านบาท จะไปปารีส
รง.น้ำแข็งสารแอมโมเนียรั่ว อพยพนักเรียน-ชาวบ้าน จ.สุพรรณบุรี
นายกฯ โต้ข่าวลือปมค้างเงินเยียวยาน้ำท่วมสงขลา ชี้ใครเข้าเกณฑ์ได้ครบหมด










