ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"สาวป่วยไต" ร้อง ประกันสังคมช่วยดูแลสิทธิผู้ป่วย

สังคม
17:48
526
"สาวป่วยไต" ร้อง ประกันสังคมช่วยดูแลสิทธิผู้ป่วย
อ่านให้ฟัง
05:56อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายท้อ หลังเบิกจ่ายเงินประกันสังคมล่าช้า ต้องสำรองจ่ายไปก่อน ในขณะที่ป่วยหนัก ไม่สามารถหารายได้ ร้องอยากให้เข้ามาช่วยดูแล โดยเฉพาะสิทธิผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย เพื่อช่วยลดภาระผู้ประกันตน

วันนี้ (6 ก.พ.2569) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ลงพื้นที่ตรวจสอบเคสผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย ประสบปัญหาการขอใช้สิทธิประกันสังคม เพื่อการรักษา โดยได้พบกับ น.ส.จิตติมา (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ผู้ป่วยโรคไตในระยะสุดท้าย ซึ่งพักอาศัยอยู่เพียงลำพังในบ้านไม้ชั้นเดียว สภาพร่างกายซูบผอม ลำคอและแขนมีผ้ากอตปิดอยู่เนื่องจากเพิ่งกลับจากการฟอกไต มีอาการเหนื่อย และหอบง่าย

น.ส.จิตติมา เปิดเผยว่า ในวันที่ป่วยหนัก ตนต้องคลานไปหน้าหมู่บ้านเพื่อให้ รปภ.เรียกรถแท็กซี่ไปส่งที่โรงพยาบาลธนบุรี โดยเมื่อไปถึงโรงพยาบาลในตอนนั้นตนหมดสติไม่รู้เรื่องแล้ว หมอทำการตรวจเลือดอัลตราซาวนด์ทุกอย่างหมด และพบว่า ตนได้หยุดหายใจไป 2 นาที หมอจึงปั๊มหัวใจกลับขึ้นมาจนตนฟื้นโดยค่ารักษา ที่โรงพยาบาลธนบุรี ทำให้ต้องเสียค่าส่วนต่างไป เพราะเขาไม่รับประกันสังคม จากนั้นตนจึงต้องย้าย รพ. มาใช้สิทธิ์ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น ซึ่งในตอนแรกทางโรงพยาบาลก็คิดส่วนต่างครั้งละ 250 บาท ต่อการฟอกไต 1 ครั้ง ใช้สิทธิ์ได้ภายใน 2 เดือน แล้วหลังจากนั้นต้องสำรองจ่ายไปก่อน จนกว่าแพทย์จะอนุมัติให้ โดยทาง รพ.จะให้เอกสารมาเพื่อเอาไปยื่นเบิกกับประกันสังคม

ในตอนนั้น เหลือเพียงตัวคนเดียว พ่อแม่ก็เสียไปหมดแล้ว ญาติพี่น้องก็ไม่มี ทำให้ไม่ได้ไปยื่นเบิก และก็เข้าออกโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง ในบางครั้งต้องโทรเรียกรถฉุกเฉิน 1669 มารับที่บ้านถึง 2 ครั้ง เนื่องจากร่างกายไม่ไหว อาศัยนอนที่แคร่หน้าบ้านแทน รอรถเจ้าหน้าที่มารับตัวไปรักษา

น.ส.จิตติมา กล่าวด้วยว่า ปัญหาที่เจ็บปวดของคนที่ทำประกันสังคมแบบตนไว้ก็คือ ไม่มีเงินที่จะไปจ่ายสำรองค่ารักษาแล้ว เพราะนับตั้งแต่ไม่สบายมา ก็ต้องหยุดงานเพื่อไปรักษาตัว แล้วโรคไตระยะสุดท้ายจะต้องฟอกเอาของเสียของจากร่างกายวันเว้นวัน การที่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วรอทำเรื่องเบิกคืนจากประกันสังคม 60 วัน ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เพราะตนไม่มีรายได้ ทรัพย์สินต่างๆ ที่เคยมีก็ขายไปหมดแล้ว รวมทั้งเงินที่สะสมมาต้องทำงานก็ไม่มีเหลือแล้ว เพราะต้องไปฟอกไตอาทิตย์ละ 3 ครั้ง คือวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ตอนแรกฟอกที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ครั้งละ 2,482 บาท ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าเครื่องกรอง 2,000 บาท ที่อยู่ได้ 15-20 วัน

"ถ้าเบิกประกันสังคมได้ จะเสียแค่ส่วนต่าง 1,500 บาทต่อครั้งในการฟอกไต หลังจากไม่มีเงินก็โทรหาเพื่อน เพื่อนจึงได้ติดต่อคลินิกย่านบางใหญ่ ฟอกไตครั้งหนึ่ง 1,500 บาท แต่ก็ต้องสำรองจ่าย ค่ากรอง 1,000 บาท ค่าแท็กซี่ไปกลับอีก 300 บาท รวมแล้วมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 บาทต่อครั้ง กรณีแบบนี้ทำไมประกันสังคม จึงให้คนที่จ่ายค่าประกันสังคม ต้องออกเงินสำรองจ่ายไปก่อนแล้วไปยื่นเบิกทีหลัง ทำไมไม่ดูแลให้ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตได้รับสิทธิการรักษาไปเลย โดยไม่ต้องสำรองจ่าย เพราะบางคนไม่มีเงินมาสำรองจ่าย เพราะเขาไม่มีเงินจริงๆ แบบนี้ถ้าคนป่วยที่ไม่มีเงินสำรองก็คือจบชีวิต เพราะอาการของโรคนี้ถ้าไม่ได้ฟอกไตเพื่อขับเอาของเสียในร่างกายออก ก็เสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้สูงจากอาการน้ำท่วมปอด" น.ส.จิตติมา กล่าว

ทั้งนี้หลังเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อ ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็มีตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคม และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น มาเยี่ยมตนที่ศูนย์ฟอกไต ย่านบางใหญ่ เพื่อจะมาสอบถามกับตนว่า จะให้ช่วยเหลืออะไร ตนจึงบอกเขาว่า ตนไม่มีเงินสำรองจ่ายค่ารักษาแล้ว เพราะหมดตัวแล้ว ข้าวของในบ้านก็นำไปขายจนหมด รถก็โดนยึด ซึ่งทางประกันสังคมก็รับเรื่องไป

"อยากให้ประกันสังคมดูแล เรื่องสิทธิของผู้ป่วยที่ต้องไปฟอกไตโดยไม่ต้องไปหาเงินมาสำรองจ่าย อยากให้ประกันสังคมแก้ไขเร่งด่วน อยากให้ประกันสังคมเห็นใจประชาชนที่ไม่มีเงินสำรองจ่ายด้วย เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ คนไม่มีเงินไปจ่ายค่ารักษาก็คงต้องรอความตายอย่างเดียว เหมือนตอนที่ตนไม่มีเงินไปจ่ายค่าฟอกไตเกือบอาทิตย์ จนได้รับเงินบริจาคช่วยเหลือ" น.ส.จิตติมา กล่าวในที่สุด

อ่านข่าว

ตร.นำตัว "เยาวชน" ชิงทองฝากขังศาลเยาวชนฯ ญาติเชื่อมีคนจูงใจก่อเหตุ

กกต.เตือน "แฟนกีฬา" ใส่เสื้อติดเบอร์ เสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง

สปสช.แจงมติบอร์ดวัคซีน PCV ในเด็กเริ่มแบบ "นำร่อง" เหตุวงเงินจำกัด