วันนี้ (6 ก.พ.2569) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ลงพื้นที่ตรวจสอบเคสผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย ประสบปัญหาการขอใช้สิทธิประกันสังคม เพื่อการรักษา โดยได้พบกับ น.ส.จิตติมา (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ผู้ป่วยโรคไตในระยะสุดท้าย ซึ่งพักอาศัยอยู่เพียงลำพังในบ้านไม้ชั้นเดียว สภาพร่างกายซูบผอม ลำคอและแขนมีผ้ากอตปิดอยู่เนื่องจากเพิ่งกลับจากการฟอกไต มีอาการเหนื่อย และหอบง่าย
น.ส.จิตติมา เปิดเผยว่า ในวันที่ป่วยหนัก ตนต้องคลานไปหน้าหมู่บ้านเพื่อให้ รปภ.เรียกรถแท็กซี่ไปส่งที่โรงพยาบาลธนบุรี โดยเมื่อไปถึงโรงพยาบาลในตอนนั้นตนหมดสติไม่รู้เรื่องแล้ว หมอทำการตรวจเลือดอัลตราซาวนด์ทุกอย่างหมด และพบว่า ตนได้หยุดหายใจไป 2 นาที หมอจึงปั๊มหัวใจกลับขึ้นมาจนตนฟื้นโดยค่ารักษา ที่โรงพยาบาลธนบุรี ทำให้ต้องเสียค่าส่วนต่างไป เพราะเขาไม่รับประกันสังคม จากนั้นตนจึงต้องย้าย รพ. มาใช้สิทธิ์ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น ซึ่งในตอนแรกทางโรงพยาบาลก็คิดส่วนต่างครั้งละ 250 บาท ต่อการฟอกไต 1 ครั้ง ใช้สิทธิ์ได้ภายใน 2 เดือน แล้วหลังจากนั้นต้องสำรองจ่ายไปก่อน จนกว่าแพทย์จะอนุมัติให้ โดยทาง รพ.จะให้เอกสารมาเพื่อเอาไปยื่นเบิกกับประกันสังคม
ในตอนนั้น เหลือเพียงตัวคนเดียว พ่อแม่ก็เสียไปหมดแล้ว ญาติพี่น้องก็ไม่มี ทำให้ไม่ได้ไปยื่นเบิก และก็เข้าออกโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง ในบางครั้งต้องโทรเรียกรถฉุกเฉิน 1669 มารับที่บ้านถึง 2 ครั้ง เนื่องจากร่างกายไม่ไหว อาศัยนอนที่แคร่หน้าบ้านแทน รอรถเจ้าหน้าที่มารับตัวไปรักษา
น.ส.จิตติมา กล่าวด้วยว่า ปัญหาที่เจ็บปวดของคนที่ทำประกันสังคมแบบตนไว้ก็คือ ไม่มีเงินที่จะไปจ่ายสำรองค่ารักษาแล้ว เพราะนับตั้งแต่ไม่สบายมา ก็ต้องหยุดงานเพื่อไปรักษาตัว แล้วโรคไตระยะสุดท้ายจะต้องฟอกเอาของเสียของจากร่างกายวันเว้นวัน การที่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วรอทำเรื่องเบิกคืนจากประกันสังคม 60 วัน ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เพราะตนไม่มีรายได้ ทรัพย์สินต่างๆ ที่เคยมีก็ขายไปหมดแล้ว รวมทั้งเงินที่สะสมมาต้องทำงานก็ไม่มีเหลือแล้ว เพราะต้องไปฟอกไตอาทิตย์ละ 3 ครั้ง คือวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ตอนแรกฟอกที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ครั้งละ 2,482 บาท ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าเครื่องกรอง 2,000 บาท ที่อยู่ได้ 15-20 วัน
"ถ้าเบิกประกันสังคมได้ จะเสียแค่ส่วนต่าง 1,500 บาทต่อครั้งในการฟอกไต หลังจากไม่มีเงินก็โทรหาเพื่อน เพื่อนจึงได้ติดต่อคลินิกย่านบางใหญ่ ฟอกไตครั้งหนึ่ง 1,500 บาท แต่ก็ต้องสำรองจ่าย ค่ากรอง 1,000 บาท ค่าแท็กซี่ไปกลับอีก 300 บาท รวมแล้วมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 บาทต่อครั้ง กรณีแบบนี้ทำไมประกันสังคม จึงให้คนที่จ่ายค่าประกันสังคม ต้องออกเงินสำรองจ่ายไปก่อนแล้วไปยื่นเบิกทีหลัง ทำไมไม่ดูแลให้ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตได้รับสิทธิการรักษาไปเลย โดยไม่ต้องสำรองจ่าย เพราะบางคนไม่มีเงินมาสำรองจ่าย เพราะเขาไม่มีเงินจริงๆ แบบนี้ถ้าคนป่วยที่ไม่มีเงินสำรองก็คือจบชีวิต เพราะอาการของโรคนี้ถ้าไม่ได้ฟอกไตเพื่อขับเอาของเสียในร่างกายออก ก็เสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้สูงจากอาการน้ำท่วมปอด" น.ส.จิตติมา กล่าว
ทั้งนี้หลังเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อ ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็มีตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคม และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น มาเยี่ยมตนที่ศูนย์ฟอกไต ย่านบางใหญ่ เพื่อจะมาสอบถามกับตนว่า จะให้ช่วยเหลืออะไร ตนจึงบอกเขาว่า ตนไม่มีเงินสำรองจ่ายค่ารักษาแล้ว เพราะหมดตัวแล้ว ข้าวของในบ้านก็นำไปขายจนหมด รถก็โดนยึด ซึ่งทางประกันสังคมก็รับเรื่องไป
"อยากให้ประกันสังคมดูแล เรื่องสิทธิของผู้ป่วยที่ต้องไปฟอกไตโดยไม่ต้องไปหาเงินมาสำรองจ่าย อยากให้ประกันสังคมแก้ไขเร่งด่วน อยากให้ประกันสังคมเห็นใจประชาชนที่ไม่มีเงินสำรองจ่ายด้วย เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ คนไม่มีเงินไปจ่ายค่ารักษาก็คงต้องรอความตายอย่างเดียว เหมือนตอนที่ตนไม่มีเงินไปจ่ายค่าฟอกไตเกือบอาทิตย์ จนได้รับเงินบริจาคช่วยเหลือ" น.ส.จิตติมา กล่าวในที่สุด
อ่านข่าว
ตร.นำตัว "เยาวชน" ชิงทองฝากขังศาลเยาวชนฯ ญาติเชื่อมีคนจูงใจก่อเหตุ
กกต.เตือน "แฟนกีฬา" ใส่เสื้อติดเบอร์ เสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง
สปสช.แจงมติบอร์ดวัคซีน PCV ในเด็กเริ่มแบบ "นำร่อง" เหตุวงเงินจำกัด










