วันนี้ (6 ก.พ.2569) พรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ One Bangkok Forum ภายใต้หัวข้อ "ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์" ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนและสมาชิกพรรคเข้าร่วมจำนวนมาก พร้อมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศ
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวปราศรัยตอนต้นของเวที โดยระบุว่า การตัดสินใจกลับเข้าสู่สนามการเมืองอีกครั้ง เกิดจากความกังวลต่อทิศทางการเมืองไทยในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยดีลลับ ผลประโยชน์ทับซ้อน และความเชื่อมโยงกับทุนเทา ซึ่งกำลังบ่อนทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศอย่างรุนแรง
นายกรณ์กล่าวว่า หากปล่อยให้ระบบการเมืองและการบริหารประเทศดำเนินไปในลักษณะนี้ต่อเนื่อง อีกเพียง 3–4 ปี ประเทศไทยอาจเผชิญสถานการณ์ที่สถาบันการเงินระดับโลกไม่กล้าทำธุรกรรมกับไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุน การค้าระหว่างประเทศ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ นายกรณ์ระบุว่า เป็นการลงสนามเลือกตั้งครั้งที่ 6 ของตนเอง และถือเป็นครั้งที่ท้าทายที่สุด เนื่องจากมีเดิมพันสูงอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ อีกทั้งพรรคประชาธิปัตย์มีระยะเวลาเตรียมตัวค่อนข้างจำกัด หลังจากกลับมาจัดทัพใหม่เพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งแรกของตน คือความรู้สึกว่า "ไม่มีอะไรจะเสีย" ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะทำให้กล้าที่จะยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่กลัวอิทธิพล ไม่กลัวการเผชิญหน้ากับทุนเทา และไม่เกรงกลัวการคอร์รัปชัน ซึ่งตนมองว่าเป็นต้นตอของปัญหาหลายประการในประเทศ และย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ปักธงจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจนว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลในทุกกรณีกับพรรคการเมืองที่ขาดความเชื่อมั่นด้านความสุจริต แม้จะมีการพูดคุยหรือบอกกล่าวกันว่าจุดยืนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสูตรการจัดตั้งรัฐบาลที่มีการวางไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม
พร้อมยืนยันว่าหลักการต้องมาก่อนอำนาจ ช่วงท้าย นายกรณ์กล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่า การตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ พร้อมทิ้งท้ายว่า "มีอภิสิทธิ์ ก็ต้องมีกรณ์" เพื่อสะท้อนความเป็นทีมเดียวกันในการผลักดันการเมืองสุจริต
"อภิสิทธิ์" ชี้เลือกตั้งไม่ใช่เลือกข้าง แต่เลือก "ทางรอดของประเทศ"
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นปิดท้ายเวทีปราศรัย โดยเริ่มต้นด้วยการเปิดวิดีโอประวัติการทำงานทางการเมือง และการเปิดตัวบนเวทีท่ามกลางเสียงเพลงและเสียงเชียร์จากผู้สนับสนุนอย่างกึกก้อง
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงความผูกพันกับประชาชนที่ติดตามการเมืองและให้กำลังใจพรรคมาโดยตลอด พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้รับดอกไม้ พวงมาลัย รวมถึงของที่ระลึกจากประชาชน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความหวังที่ประชาชนมีต่อพรรคประชาธิปัตย์ และทำให้ตนตระหนักถึงภาระความรับผิดชอบที่หนักยิ่งขึ้น
นายอภิสิทธิ์ระบุว่า การเดินทางมาถึงจุดนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เกิดจากการสืบทอดอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ดำรงอยู่มายาวนาน พร้อมขอบคุณกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคที่ตัดสินใจยืนหยัดร่วมกัน แม้ในช่วงเวลาที่พรรคถูกมองว่าอาจไม่มีอนาคตทางการเมือง
สำหรับสาระสำคัญของการปราศรัย นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกข้างทางการเมือง แต่เป็นการเลือก "ทางรอดของประเทศ" ท่ามกลางวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ
โดยชี้ให้เห็นถึง "5 จุดตายของประเทศ" ได้แก่
- ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและทุนเทา ซึ่งบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น
- ปัญหาเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและไม่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน
- ความเหลื่อมล้ำในสังคม
- การเมืองที่ใช้การปลุกเร้าอารมณ์สร้างความแตกแยก
- ปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนที่ซับซ้อนขึ้นจากบริบทโลก
นายอภิสิทธิ์ระบุว่า การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องเริ่มจากการเมืองสุจริต และมาตรฐานความรับผิดชอบทางการเมืองที่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย พร้อมย้ำถึงแนวทางในอดีตที่รัฐบาลของตนเคยวางบรรทัดฐานให้รัฐมนตรีที่มีข้อสงสัยต้องแสดงความรับผิดชอบก่อน เพื่อรักษาศรัทธาของประชาชนต่อระบบการเมือง
ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ประกาศอย่างหนักแน่นว่า ต่อให้พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้ง ก็พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลที่ทุจริตอย่างถึงที่สุด แม้จะเหลือสมาชิกเพียงคนเดียวในสภา พร้อมย้ำว่า "เที่ยวนี้ต้องจบ" เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายในการสร้างการเมืองที่สุจริตและเป็นทางรอดที่ปลอดภัยให้กับประเทศ
ทั้งนี้ การถ่ายทอดสดเวทีปราศรัยดังกล่าวผ่านช่องทางยูทูบมีผู้รับชมมากกว่า 200,000 คน และผ่านเฟซบุ๊กกว่า 85,000 คน สะท้อนกระแสความสนใจของประชาชนต่อทิศทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง
อ่านข่าวอื่น :
เลือกตั้ง 2569 : โค้งสุดท้าย ปชน. "ณัฐพงษ์" ชี้กาส้มใบเดียวได้แบบเดิม กา 2 ใบได้เปลี่ยนแปลง
เลือกตั้ง 2569 : "อนุทิน" ลั่นประเทศไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ ยกเลิก MOU 44 เมื่อได้กลับเป็น รบ.
เลือกตั้ง 2569 : "ไทยก้าวใหม่" ชูธนู 4 ดอก หวังพาไทยทวงบัลลังก์อาเซียน
เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ










