วันนี้ (10 ก.พ.2569) นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคาทองคำเริ่มเคลื่อนไหวในทิศทางบวกและสะสมกำลังเพื่อไปต่อ ซึ่งวายแอลจียังยืนยันว่ามีโอกาสที่ราคาทองคำโลกจะพุ่งทดสอบ 5,100-5,136 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์หากผ่านได้มีโอกาสมุ่งสู่ 5,400 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ เนื่องจากทองคำผ่านการปรับฐานปรับฐานจากภาวะ ซื้อมากเกินไป มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ราคาทองคำร้อนแรงอย่างมาก ก็ส่งผลให้เกิดช่องทางให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสหลอกลวงนักลงทุน โดยเฉพาะการสร้างแอปพลิเคชันปลอมหลอกให้ซื้อขายทองคำขึ้นมาเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น วายแอลจีมี 5 จุดสังเกต แอปฯเทรดทองคำแท้เทียบกับแอปฯมิจฉาชีพปลอม คือสังเกต เงื่อนไขการถอนเงิน แอปฯจริงต้องถอนเงินได้ โดยไม่มีเงื่อนไขให้โอนเงินเพิ่ม โดยแอปฯแท้ เมื่อขายทองแล้วต้องถอนเงินกำไรหรือเงินต้นออกมาได้ทันที (ตามรอบเวลาธนาคาร) โดยไม่ต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่ม ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้า, ค่าภาษีที่ต้องจ่ายก่อนถอน หรือค่าปลดล็อกพอร์ต
ส่วนแอปฯปลอม จะอ้างว่าต้องโอนเพิ่ม 10-20% เพื่อเป็นค่าภาษี/ค่าธรรมเนียม จึงจะถอนได้ หากพบเงื่อนไขลักษณะนี้คือมิจฉาชีพ 100% เพราะในโลกการเงินค่าธรรมเนียมและอื่นๆ จะหักจากยอดที่จะโอนไม่มีการให้โอนเข้าไปเพิ่มเด็ดขาด
นอกจากนี้ การเช็กชื่อในสมาคมค้าทองคำเป็นองค์ประกอบสำคัญในการซื้อขายทองคำผ่านแอปฯ โดยแอปฯหรือบริษัทที่รับเทรดทองในไทยต้องเป็นสมาชิกสมาคมค้าทองคำ ถ้าแอปฯที่ไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในสมาคม ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพไว้ก่อน และที่สำคัญที่มาของแอปฯ ต้องอยู่ใน App Store / Play Store
โดยแอปฯแท้: ต้องโหลดจาก App Store ทางการเท่านั้น และยอดดาวน์โหลดต้องมีจำนวนมากพอสมควร มีรีวิวที่ ไม่ใช่การรีวิวจากบอท ขณะที่แอปฯปลอมมักจะส่งเป็นลิงก์ส่งต่อในไลน์ หรือให้โหลดผ่านไฟล์ APK นอก App Store หรือหน้าเว็บที่ทำเลียนแบบแอปฯดัง
ส่วนการโอนจ่ายเงินเมื่อจะกดซื้อขายทองคำ สิ่งสังเกต คือ ชื่อบัญชีที่โอนเงินเข้าไป แอปฯแท้เวลาเติมเงิน ชื่อบัญชีปลายทางต้องเป็น ชื่อบริษัท ที่จดทะเบียนชัดเจนเท่านั้น ขณะที่แอปฯปลอม มักจะเป็นชื่อบุคคล (บัญชีม้า) หรือชื่อบริษัทแปลกๆ ที่ไม่ตรงกับชื่อแอปฯ
อัตราผลตอบแทนที่ สูงเกินจริง เช่น กำไรวันละ 10-20% ให้มั่นใจได้ว่า เป็นแอปฯปลอม เพราะแอปฯแท้จะไม่โฆษณาชวนเชื่อ เรื่องการให้ผลที่สูงเกินไป แต่จะเป็นไปตามการซื้อขายที่อิงตามราคาทองโลก (Gold Spot)
เว็บไซต์ “ฮั่งเซ่งเฮง” เปิดเผยว่า ราคาทองวันนี้ ทรงตัวตามดอลลาร์, ทรัมป์กระตุ้นวอร์ชให้ลดดอกเบี้ยหลังขึ้นเป็นปธ.เฟด ขณะจีนแนะนำแบงก์ลดถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ โดยคืนนี้เวลา 20.30 น. (เวลาประเทศไทย) สหรัฐฯ เผยยอดค้าปลีกพื้นฐาน / ทั่วไป เดือนธ.ค. เทียบรายเดือน และยอดค้าปลีกทั่วไปเดือนธ.ค.เทียบรายปี
วิเคราะห์ราคาทองโลกปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,990 ดอลลาร์ และฟื้นตัวขึ้น จึงประเมินว่าทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 5,110 และ 5,140 ดอลลาร์ และอาจย่อตัวลงอีกครั้งในภายหลัง แต่หากทองโลกหลุดแนวรับที่ 4,960 ดอลลาร์ ลงไป ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่อง
ส่วนราคาทองในประเทศอยู่ในระยะ Sideway ตามทองโลก แต่ค่าเงินบาทแข็งค่า จึงแนะนำทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 74,700 และทยอยซื้อตามแนวรับที่ 74,000 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 73,700 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ทั้งนี้ราคาทองคำปิดตลาดวันนี้ + 300 บาท (ครั้งที่ 19 ลบ 100 บาท) ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกบาทละ 74,400บาท และราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 74,200 บาท ราคาทองรูปพรรณขายออกบาทละ 75,200 บาท และราคาทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 72,722.52 บาท ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 5,040 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 31.17 บาทต่อดอลลาร์
อ่านข่าว:
ราคาทองคำ บวก 200 บาท ดอลลาร์อ่อน แบงก์จีนซื้อทอง 15 เดือนติด
“ทองคำ”จะไปต่อหรือพอแค่นี้ สหรัฐฯ เดินเกม “ล้อมจีน”
ราคาทองคำ บวก 200 บาท ตลาดขานรับสหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่าน










