ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

กลุ่มอุตฯสมุนไพร ฝาก รัฐบาลใหม่ ยกระดับสมุนไพร“ภูมิปัญญา” สู่ “อุตสาหกรรม”

เศรษฐกิจ
10:03
287
กลุ่มอุตฯสมุนไพร ฝาก รัฐบาลใหม่  ยกระดับสมุนไพร“ภูมิปัญญา” สู่ “อุตสาหกรรม”
กลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ฝาก 5 แนวทางให้รัฐบาลใหม่ยกระดับสมุนไพรไทยขยับจาก "ภูมิปัญญา" สู่ "อุตสาหกรรมมาตรฐานโลก" ยกระดับรายได้แรงงานรวม 8 ล้านคน

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ  ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย ภายหลังการเลือกตั้งและความคาดหวังจากรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ว่า จากประสบการณ์การเข้าร่วมประชุมเชิงนโยบายด้านสมุนไพรทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เห็นชัดเจนว่า ทิศทางสมุนไพรไทยต้องเปลี่ยนจากการพัฒนาแบบกระจัดกระจาย ไปสู่การพัฒนาเชิงระบบ (Ecosystem-based Development) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเรื่องอุตสาหกรรมสมุนไพรถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศที่อยากให้รัฐบาลเข้ามาผลักดัน

เนื่องจากเกี่ยวข้องกับทั้งภาคเกษตรกรที่เป็นผู้ปลูกสมุนไพร โรงงานผลิต และเจ้าของแบรนด์ ซึ่งหากสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จะเกิดประโยชน์กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งระบบที่มีจำนวนคนในวงการสมุนไพรไทย  ทั้งภาคเกษตรกร ซึ่งถือว่าเป็นคนต้นน้ำ  โดยมีเกษตรกรไทยที่ลงทะเบียนปลูกพืชสมุนไพรและพืชเฉพาะทาง รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ประมาณ 1.5 - 2 ล้านครัวเรือน คิดเฉลี่ยครอบครัวละ 3 คน กลุ่มนี้จะมีจำนวนคนราว 5-6 ล้านคน

ส่วนภาค SME และผู้ผลิต ซึ่งเป็น กลางน้ำ  กลุ่มนี้จะประกอบด้วย กลุ่มโรงงานสกัด ผู้ผลิตยาแผนโบราณ และโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและ อย. มีอยู่ประมาณ 10,000 - 15,000 ราย ซึ่งมีการจ้างงานรวมๆ อีกหลายแสนตำแหน่ง

และกลุ่มสุดท้าย คือ  เจ้าของแบรนด์และผู้ค้า ถือว่าเป็นกลุ่ม ปลายน้ำ ซึ่งจะรวมกลุ่มแม่ค้าออนไลน์ เจ้าของแบรนด์สกินแคร์ อาหารเสริม และร้านขายยาสมุนไพร/สปา มีอีกประมาณ 300,000 - 500,000 ราย  โดยหากประเมินรวมผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่ทั้งหมด คาดว่ามีจำนวนคนในอุตสาหกรรมสมุนไพรไม่ต่ำกว่า 7 - 8 ล้านคน

ดังนั้นอุตสาหกรรมสมุนไพรจึงสำคัญต่อประเทศไทยอย่างมาก และหากรัฐบาลใหม่สามารถปฎิรูปให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ก็จะส่งผลต่อการเติบโตของ GDP และการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ โดยทาง กลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพรของ ส.อ.ท. มีแนวทางเสนอแนะรัฐบาลให้ปฏิรูปอุตสาหกรรมสมุนไพรสู่ 5 แกนหลัก  คือ รัฐบาลควรสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

ปัญหาสำคัญคือ สมุนไพรไทยยังขาดหลักฐานทางคลินิก ( Clinical evidence ) และ "ข้อมูลดิบ" ที่เก็บรวบรวมจากการใช้ยาหรือการรักษาในชีวิตประจำวัน( real-world data ) ที่เพียงพอเพื่อให้สมุนไพรสามารถขยายไปสู่ระบบการรักษามาตรฐาน และสะดวกในการทำงานของแพทย์ เภสัชกร และตลาดโลกด้วยมาตรฐานเดียวกัน

ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร กล่าวอีกว่า การยกระดับมาตรฐานการผลิต ตั้งแต่ไร่ปลูกสมุนไพร โรงงานผลิต จนถึงการขนส่งสู่ผู้บริโภค ต้องได้มาตรฐานระดับสากล ผู้บริโภค จากการประชุมกับภาคอุตสาหกรรมและผู้ส่งออก เห็นตรงกันว่า ตลาดโลกให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตที่ปราศจากสารปนเปื้อนอย่างเข้มงวด

ดังนั้นการเร่งยกระดับมาตรฐาน GMP กับโรงงานสำหรับผลิตภัณฑ์ด้านสมุนไพร รวมถึงเพิ่มศูนย์ฉายรังสีเพื่อฆ่าเชื้อในสมุนไพรจึงมีความจำเป็นอย่างมาก รวมถึง เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เช่น tele pharmacy ปรึกษา เภสัชกรแผนไทย และซื้อยาสมุนไพรผ่านตู้ยาอัตโนมัติที่สามารถจำหน่ายและปรึกษาผ่านระบบออนไลน์ได้แบบ One stop service

นอกจากนี้การผลักดันเรื่องแบรนดิ้ง เพื่อเปลี่ยนจากยาหม้อ สู่ "Luxury Wellness"เปลี่ยนภาพลักษณ์สมุนไพรไทยที่ดูโบราณ ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมระดับโลก ด้วยการออกนโยบายส่งเสริมให้โรงพยาบาลที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านการรักษาของต่างชาติร่วมกับภาคการผลิตสมุนไพรในการออกผลิตภัณฑ์เฉพาะด้านของแต่ละโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลด้านผิวหนัง ร่วมกับแบรนด์สปาชั้นนำของไทยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน เป็นต้น

ผลักดันเรื่องซอฟต์เพาเวอร์อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น การคิดค้นสูตรสมุนไพรเฉพาะตัวของนายกรัฐมนตรี รัฐบาลออกใบรับรองมาตรฐานเพื่อโปรโมตให้นักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทยต้องได้ลองสมุนไพรสูตรนายกฯ หากไม่ได้ลองแปลว่ายังมาไม่ถึง

ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร  กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน สมุนไพรที่ไม่มีข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ จะไปได้ไกลแค่ตลาดความเชื่อ แต่ถ้ามีข้อมูล จะไปได้ถึงระบบสาธารณสุข หากประเทศไทยสามารถยกระดับไปสู่ 5 แกนดังกล่าว ผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมสมุนไพรซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของประเทศก็จะมีรายได้ที่มั่นคงขึ้น

อ่านข่าว:

ต่อยอดสิทธิบัตร "ยาหมดอายุ" ยุทธศาสตร์ "สาธารณสุข" มั่นคง

ใบพลูสู้กลิ่นศพ เปิดตำราสมุนไพรช่วยทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

“สมุนไพร” ภูมิปัญญาไทย สนค. แนะดันเป็น Soft Power รุกตลาดโลก