9 เรื่องน่ารู้ของ "ตัวคุ่น" หรือ "ริ้นดำ" อันตรายแค่ไหน อาการหลังโดนกัด

สังคม
12:25
จำนวนผู้ชม 27,649
9 เรื่องน่ารู้ของ "ตัวคุ่น" หรือ "ริ้นดำ" อันตรายแค่ไหน อาการหลังโดนกัด

เมื่อไม่นานมานี้ โรงพยาบาลวังเหนือ จ.ลำปาง ออกแถลงการณ์ (16 ก.พ.2569) กรณี ชายอายุ 68 ปี เข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดน่อง แพทย์เบื้องต้นตรวจไม่พบอาการผิดปกติรุนแรง แพทย์จึงวินิจฉัยเป็นกล้ามเนื้ออักเสบและให้ยากลับไปสังเกตอาการที่บ้าน

ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้ป่วยกลับมาเข้ารับการรักษาอีกครั้ง ด้วยอาการปวดน่องรุนแรงจนเดินไม่ได้ มีอาการชาน่อง และเริ่มพบผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีม่วงบริเวณใบหน้าและติ่งหู

ญาติจึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสงสัยว่าผู้ป่วยอาจถูก "ตัวคุ่น" กัด ทีมแพทย์ตรวจพบภาวะ "ติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง" (Sepsis) และมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ จึงให้สารน้ำ ยาปฏิชีวนะ และส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลลำปางทันที ต่อมา ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงด้วย ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และ ระบบหายใจล้มเหลว

ในกรณีนี้ โรงพยาบาลย้ำว่า เกิดจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัย เฉพาะบุคคลหรือมีการติดเชื้อแทรกซ้อนที่รุนแรง ไม่ใช่ผลจากพิษของตัวคุ่นโดยตรง

แม้ตัวคุ่นจะไม่ใช่สาเหตุการเสียชีวิตโดยตรงในกรณีนี้ แต่ชื่อของแมลงขนาดเล็กชนิดนี้กลับถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า "ตัวคุ่น" หรือ "ริ้นดำ" แท้จริงแล้วอันตรายแค่ไหน ทำไมบางคนแค่คัน แต่บางคนกลับบวมหนัก

10 เรื่องน่ารู้ของตัวคุ่น (ริ้นดำ) ที่ควรรู้ไว้

แมลงตัวเล็ก ๆ สีดำ/เทาเข้ม บินเงียบ "ตัวคุ่น" (ฺBlack Fly) หรือที่หลายคนเรียกว่า "ริ้นดำ" แม้ขนาดจะเล็ก แต่กัดแล้ว คันมากกว่ายุง และมักทิ้งรอยชัด บางคนแค่โดนกัดไม่กี่จุด กลับบวมแดง ลามอักเสบ หรือถึงขั้นไข้ขึ้นได้ นี่คือ 10 เรื่องน่ารู้ของตัวคุ่น ที่ควรรู้ไว้ก่อนโดนกัด

1. ตัวคุ่น หรือ ริ้นดำ (black fly) เป็นแมลง 2 ปีก สีดำ หลังค่อม ขาสั้นปากเป็นแบบเจาะดูด นวดสั้นแบบลูกปัด ปีกใสและกว้าง

2. แม้เป็นแมลงขนาดเล็กมาก แต่กัดแล้ว คันมากกว่ายุง และมักทิ้งรอยชัด เจาะและดูดกินเลือดคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นอาหาร

3. ตัวคุ่น พบได้ทั่วประเทศไทย ออกหากินในเวลากลางวัน ขยายพันธุ์ในแหล่งน้ำไหล วางไข่บนผิวน้ำ ตัวอ่อนอยู่ตามลำธารใกล้ก้อนหิน

4. อาการหลังโดนกัด ระยะอาการไม่คันทันที แต่จะเริ่มคันมากในวันถัดไป เป็นตุ่มแดง นูน อาจมีเลือดซึม เนื่องจากฟันของริ้นดำคล้ายฟันเลื่อย (ข้อมูล : กองโรคติดต่อนำโดยแมลง)

5. อันตรายแค่ไหน โดยทั่วไปไม่ถึงขั้นเสียชีวิต แต่หากแพ้รุนแรง มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรือ หอบหืด หรือผิวหนังเปลี่ยนสี ต้องรีบพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการถูกกัดทันที

6. ทำไมบางคนบวมมาก ร่างกายแต่ละคนตอบสนองไม่เท่ากัน

7. ควรทำอย่างไรเมื่อโดนกัด ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ประคบเย็นลดบวม ทายาลดคัน หลีกเลี่ยงการเกา เพราะเสี่ยงติดเชื้อ

8. วิธีป้องกัน ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เลี่ยงเสื้อผ้าสีเข้ม แมลงคุ่นมักถูกดึงดูดด้วยสีเข้ม ใช้ยาทากันยุ่งที่มีส่วนผสมของ DEET (ความเข้มข้น 20-30%) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการไล่ตัวคุ่นได้ดี

9. หลีกเลี่ยงพื้นที่บริเวณริมน้ำตก หรือลำธารในป่า ช่วงกลางวัน

แม้ "ตัวคุ่น" จะเป็นเพียงแมลงตัวเล็ก ๆ แต่ผลกระทบหลังถูกกัดอาจสร้างความรำคาญหรือรุนแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติแพ้แมลงกัดต่อย หากจำเป็นต้องเดินทางเข้าพื้นที่ธรรมชาติ ควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อม และสังเกตอาการตัวเองหลังถูกกัดเสมอ

ภาพประกอบข่าว 9 เรื่องน่ารู้ของ

อ้างอิงข้อมูล : โรงพยาบาลวังเหนือ จ.ลำปาง, สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์, กองโรคติดต่อนำโดยแมลง

"ถุงยาง" ขาดแคลน แคมป์โอลิมปิกฤดูหนาวป่วน

นักวิชาการ วิเคราะห์ ปมรับผิดชอบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง (ไม่) ลับ

เตรียมตัวสู้ร้อน 2569 ป้องกันก่อนเจ็บป่วยจากอากาศร้อน

ครม.ไฟเขียว เปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณี WTO ปี 2569-2571