ปคม.บุกรวบชาย "ลวงเด็ก" ถ่ายคลิปโป๊ขายสมาชิกกลุ่มลับ

อาชญากรรม
18:01
จำนวนผู้ชม 32,603
ปคม.บุกรวบชาย "ลวงเด็ก" ถ่ายคลิปโป๊ขายสมาชิกกลุ่มลับ
กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เปิดปฏิบัติการบุกจับกุมภัยสังคมครั้งสำคัญ รวบตัว 3 ผู้ต้องหา ที่ใช้โซเชียลมีเดีย ล่อลวงเด็กชาย อายุต่ำกว่า 18 ปี มากระทำอนาจาร หรือถ่ายภาพโป๊เปลือย พร้อมเปิดกลุ่มลับจำหน่ายอย่างโจ่งแจ้ง

วันนี้ (17 ก.พ.2569) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เปิดปฏิบัตการบุกจับกุมภัยสังคม 3 ราย พร้อมตั้งข้อหาหนัก ค้ามนุษย์ พรากผู้เยาว์ และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยรายแรก พ.ต.ต.เกียรติบดินทร์ วงค์งาม สารวัตรกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (สว.กก.3 บก.ปคม.) เปิดเผยว่า ปคม.ได้ลาดตระเวนออนไลน์ พบเบาะแสบัญชีทวิตเตอร์ หรือแพลตฟอร์ม X บัญชีหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมโพสต์ภาพ และคลิปวิดีโออนาจารของเด็กชายอย่างโจ่งแจ้ง พร้อมข้อความเชิญชวนในลักษณะ "เห็นหน้าชัด จัดเต็ม" เพื่อดึงดูดลูกค้าให้สมัครเข้ากลุ่มไลน์ลับ

โดยจัดโปรโมชั่นเรียกลูกค้าอย่างหนัก ทั้งค่าสมาชิกรายเดือนและแบบเหมาจ่ายถาวรในราคา 199 บาท ทำให้มีสมาชิกหลงเชื่อโอนเงินเข้าไปดูนับร้อยคน ซึ่งภายในกลุ่มเต็มไปด้วยคลิปอนาจาร และคลิปเพศสัมพันธ์ระหว่างสาวประเภทสอง กับเด็กชายจำนวนมากถึง 185 คลิป

ภาพประกอบข่าว ปคม.บุกรวบชาย

จากการขยายผลร่วมกับเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยโสธร พบเรื่องราวของผู้เสียหาย เป็นด.ช. 2 คน รายแรกเป็นด.ช.อายุเพียง 15 ปี ถูกผู้ต้องหา ซึ่งใช้ความหน้าตาดีคล้ายผู้หญิง ทักแชทมาตีสนิทผ่านโลกออนไลน์จนผู้เสียหายหลงเชื่อ ก่อนนัดเจอและลวงไปกระทำอนาจารในห้องน้ำสาธารณะพร้อมแอบถ่ายคลิปเก็บไว้

ส่วนคนที่ 2 อายุ 13 ปี เหตุเกิดช่วงปี 2567 ซึ่งผู้เสียหายไปเจอผู้ต้องหาในงานหมอลำประจำหมู่บ้าน ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเหมือนหญิงสาว ผู้ต้องหาจึงเข้ามาตีสนิทก่อนใช้วิธีล่อลวงเด็กไปที่ห้องน้ำสาธารณะเพื่อก่อเหตุ และบันทึกภาพไว้แบล็คเมล์ และขายต่อ

ทันทีที่พยานหลักฐานมัดแน่น ศาลจังหวัดยโสธร ออกหมายจับทันที ในข้อหาหนัก ค้ามนุษย์ พรากผู้เยาว์ และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก และสามารถแกะรอยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จ ซึ่งในชั้นจับกุมผู้ต้องหาจำนนต่อหลักฐานและให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนถูกคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (สว.กก.5 บก.ปคม.) ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูก นายนนทวัฒน์ ครูสอนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในจ.ชลบุรี หลอกล่อให้ถ่ายภาพ รวมถึงคลิปโป๊เปลือย และกระทำอนาจาร ส่งไปให้ แลกกับเงินตามข้อตกลง แต่ก็ไม่ได้รับจริง ทั้งยังถูกนำภาพชุดดังกล่าวมาข่มขู่จะนำไปโพสต์ในโซเชียลมีเดีย หากไม่ส่งภาพในลักษณะดังกล่าว มาให้อีก รวมถึงการเรียกร้องเงินจำนวน 5,000 บาท และการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ต้องหา ผู้เสียหายจึงปรึกษาพ่อแม่ และเข้าพบเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมเข้าแจ้งความ

พนักงานสอบสวน บก.ปคม.สืบสวนจากบัญชี โซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ได้รับจากผู้เสียหายจนพิสูจน์ทราบแน่ชัดแล้วว่า ผู้ต้องหาคือ นายนนทวัฒน์ ซึ่งรับราชการเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ อยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในจ.ชลบุรี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายค้น และนำกำลังเข้าค้นห้องเช่าตามสถานที่จับกุมข้างต้น

ผลการตรวจค้นที่ห้องพักพบของกลางทั้งคลิปวิดีโอ และภาพอนาจารของผู้เสียหาย และเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีคนอื่นๆ มากถึง 1,500 ไฟล์ จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การเพิ่มเติมว่าตัวเองกระทำการในลักษณะเช่นนี้มาแล้วโดยมีผู้เสียหายกว่า 100 คน โดยทำมาตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี

ซึ่งตัวเองจะเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี แล้วหลอกล่อว่าจะให้เงิน แลกกับการให้เด็กถ่ายภาพโป๊เปลือย พร้อมวีดิโอคอลให้เด็กกระทำอนาจาร แล้วบันทึกภาพ และคลิปไว้ จากนั้นก็บังคับข่มขู่ให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วย ในลักษณะชายรักชาย ซึ่งในแต่ละครั้งตัวเองจะใช้วิธีการนำรูปคนอื่นที่ได้มาจากสื่อโซเชียลที่หน้าตาดี มาเป็นรูปโปรไฟล์และทำการหลอกลวง ส่วนการเลือกผู้เสียหายจะเน้นเลือกเด็กที่มีหน้าตาดีชอบเล่นสื่อโซเชียลมีเดีย

ภาพประกอบข่าว ปคม.บุกรวบชาย

ส่วนเคสสุดท้าย เป็นปฏิบัติการ "ถอดหน้ากากลวงรักออนไลน์" โดยปฏิบัติการดังกล่าว เป็นการจับกุมผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ไซเบอร์ หลอกเด็กและเยาวชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนนำคลิปลามกไปขาย โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายฮัสซัน (นามสมมติ) อายุ 19 ปี สัญชาติไทย ได้ที่ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาสร้างบัญชีอินสตาแกรมปลอม โดยใช้รูปหญิงหน้าตาดีเป็นโปรไฟล์ ก่อนทักพูดคุยกับผู้เสียหายในลักษณะเชิงชู้สาว เพื่อสร้างความไว้วางใจ จากนั้นชักชวนให้คบหาเป็นแฟนออนไลน์ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ จะหลอกให้เปิดกล้องวิดีโอคอล พร้อมเปิดคลิปหญิงเปลือยที่ดาวน์โหลดมาอ้างว่าเป็นตนเอง เพื่อโน้มน้าวให้ผู้เสียหายกระทำการลามกอนาจารต่อหน้ากล้อง

หลังบันทึกคลิปไว้ ผู้ต้องหาจะใช้เป็นเครื่องมือแบล็คเมล์ข่มขู่ให้เหยื่อวิดีโอคอลซ้ำ หากปฏิเสธจะขู่นำคลิปไปเผยแพร่ให้เพื่อนหรือครอบครัวทราบ ก่อนนำคลิปดังกล่าวไปจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ X ทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมากได้รับความเสียหาย

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการติดต่อ วิดีโอคอล บันทึก ตัดต่อ และเผยแพร่คลิป เพื่อหาประโยชน์ทางการเงินจริง

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ครอบครองและจำหน่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก บังคับหรือชักจูงเด็กให้กระทำการลามก รวมถึงนำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า ปัญหาที่เด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกล่อลวงผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์เป็นเรื่องที่น่าเป็นกังวล เพราะจากการประชุมร่วมกับตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล Interpol พบว่าจากสถิติในต่างประเทศ พบเด็กที่ถูกล่อลวงลักษณะนี้ มักตัดสินใจที่จะจบชีวิตตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าจะหันไปพึ่งใคร และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

อีกทั้งยังอาจทำให้เด็กเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าระยะยาว

ซึ่งประเด็นนี้ ตำรวจจะต้องเพิ่มมาตรการด้านการยืนยันตัวตนในการสมัครแพลทฟอร์มสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อสกัดกั้น กลุ่มมิจฉาชีพที่จะฉวยโอกาสเข้ามากระทำความผิด โดยกระบวนการนี้ ตำรวจมีความพยายามที่จะบังคับใช้ในรูปแบบกฎหมาย ซึ่งตั้งเป้าว่าจะต้องมีความชัดเจนภายในปีนี้

อ่านข่าว

นายกฯ เป็นประธานพิธี พระราชทานเพลิงศพ ผอ.โรงเรียนพะตงฯ

ไร้ข้อสรุป หลังเปิดเวทีให้ "กกต. - แกนนำนับใหม่ชลบุรี" ไกล่เกลี่ย

"บช.น." แจงภาพ ตร.ต่อคิวรับ อั่งเปา "ยาหอมปราสาททอง" ชี้เป็นธรรมเนียมตรุษจีน

ของแถมราคาแพง ยิ่งกว่า "บทเรียน" ของ กกต.