วันนี้ (17 ก.พ.2569) เกิดปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "สุริยุปราคาวงแหวน" บริเวณทวีปแอนตาร์กติกา ถือเป็นหนึ่งในสุริยุปราคาที่สังเกตเห็นได้ยาก ย้ำประเทศไทยมองไม่เห็น
เพจเฟซบุ๊กของ สมาคมดาราศาสตร์ไทย อธิบายเรื่องการเกิด "สุริยุปราคา" ระบุว่า เกิดจากความบังเอิญของธรรมชาติอย่างหนึ่ง ที่ดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 400 เท่า และระยะห่างของดวงจันทร์ถึงโลก ก็สั้นกว่าระยะห่างระหว่างดวงอาทิตย์ถึงโลกประมาณ 400 เท่าเหมือนกัน ขนาดปรากฏของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ เมื่อมองจากโลกจึงใกล้กันมาก
เนื่องจากระยะห่างของทั้งดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ไม่คงที่ มียืดหดได้นิดหน่อย บางครั้ง ขนาดปรากฏของดวงจันทร์ก็ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ บางครั้ง ขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์ก็ใหญ่กว่าดวงจันทร์
หากช่วงใดที่ดวงจันทร์มาผ่านหน้าดวงอาทิตย์พอดี ก็จะเกิดสุริยุปราคา หากเกิดในช่วงที่ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ ก็จะเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง แต่หากเกิดในช่วงที่ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์จะบังดวงอาทิตย์ไม่มิด จึงมองเห็นเป็นสุริยุปราคาวงแหวน
ดวงจันทร์มีโอกาสที่มีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์บ่อยกว่า โอกาสที่สุริยุปราคาจะเป็นสุริยุปราคาวงแหวน จึงมีมากกว่าที่จะเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง
หากสังเกตดี ๆ สุริยุปราคาที่เกิดในช่วงต้นปีกับปลายปี มักเป็นสุริยุปราคาวงแหวน เพราะช่วงเวลาดังกล่าวดวงอาทิตย์อยู่ใกล้กว่าช่วงอื่น ส่วนสุริยุปราคาที่เกิดในช่วงกลางปี ก็จะมีโอกาสเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงมากขึ้น
ทั้งนี้ย้ำว่า สุริยุปราคาวันในวันนี้ (17 ก.พ.) เกิดขึ้นที่ทวีปแอนตาร์กติกา ส่วนสุริยุปราคาวงแหวนที่จะเห็นได้จากเมืองไทยคราวต่อไปคือ วันที่ 14 ต.ค.2585 เวลาเช้าตรู่ แนวคราสผ่านทางภาคใต้ตอนล่างของไทย เกาะบอร์เนียว สุลาเวซี ติมอร์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
รวมไฮไลต์ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ ต้นปีถึงปลายปี 2569
ในปี 2569 ยังมีปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าติดตาม อีกหลายเหตุการณ์ ทั้งในช่วงกลางวันและยามค่ำคืน ปีนี้ถือเป็นปีที่ไม่ควรพลาด เพราะทุกช่วงเวลาบนท้องฟ้าล้วนเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจ ให้แหงนหน้ามองและบันทึกความทรงจำตลอดทั้งปี โดยครั้งถัดไปจะเกิดปรากฏการณ์ ดังนี้
- 3 มีนาคม 2569 : จันทรุปราคาเต็มดวง
จันทรุปราคาเต็มดวง วันที่ 3 มี.ค. ตรงกับวันมาฆบูชา ช่วงเวลาประมาณ 15.44 น. ถึง 21.23 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ในไทยจะเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า เวลาประมาณ 18.23 น. เป็นต้นไป (เวลา ณ กรุงเทพฯ ซึ่งจังหวัดอื่นเวลาอาจต่างจากนี้ไปเล็กน้อย) ทางทิศตะวันออก ซึ่งตรงกับช่วงที่กำลังเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงพอดี ช่วงดังกล่าวดวงจันทร์เต็มดวงปรากฏเป็นสีแดงอิฐ จนถึงเวลาประมาณ 19.02 น. หลังจากนั้นจะเกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วน จนสิ้นสุดปรากฏการณ์เวลาประมาณ 21.23 น. มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย
- 31 พฤษภาคม และ 24 ธันวาคม : ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี
ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี ปรากฏการณ์ "ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี" (Micro Full Moon) จะตรงกับวันที่ 31 พ.ค. ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา นอกจากนี้ยังเป็นดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่สองของเดือน หรือ บลูมูน (Blue Moon) เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เรียกว่า ไมโครบลูมูน (Micro Blue Moon) ดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏเล็กว่าปกติเล็กน้อย สำหรับปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี (Super Full Moon) จะตรงกับวันที่ 24 ธ.ค. ซึ่งตรงกับวันคริสต์มาสอีฟพอดี ดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย
- 14 กันยายน : ดวงจันทร์บังดาวศุกร์
ดวงจันทร์บังดาวศุกร์ วันที่ 14 ก.ย. เวลาประมาณ 19.28 - 20.34 น. (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร) เริ่มสังเกตการณ์ได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ หลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ทางทิศตะวันตก ในช่วงเวลาประมาณ 19.28 น. ดวงจันทร์จะค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปบังดาวศุกร์ จนดาวศุกร์ลับหายไปหลังดวงจันทร์ฝั่งพื้นผิวส่วนมืด และโผล่พ้นออกมาทั้งดวงอีกครั้งฝั่งเสี้ยวสว่าง เวลาประมาณ 20.34 น.
อย่างไรก็ตามในคืนดังกล่าว ดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 20.24 น. ส่งผลให้ผู้สังเกตในประเทศไทยไม่สามารถสังเกตได้ครบทั้งปรากฏการณ์ แต่ยังคงสามารถติดตามชมช่วงสำคัญของการบังส่วนแรกได้ หากฟ้าใส ไร้เมฆฝน สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย
- 22 กันยายน และ 27 พฤศจิกายน : ดาวศุกร์สว่างที่สุด เกิดขึ้น 2 ครั้งในรอบปีนี้
ดาวศุกร์สว่างที่สุด เกิดขึ้น 2 ครั้งในรอบปีนี้ ครั้งแรกวันที่ 22 ก.ย. ช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตก และวันที่ 27 พ.ย. ช่วงรุ่งเช้าทางทิศตะวันออก หากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นดาวศุกร์ปรากฏเป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์
- 4 ตุลาคม : ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี
ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี วันที่ 4 ต.ค. ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Saturn Opposition) จึงมีระยะใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 1,261 ล้านกิโลเมตร สังเกตการณ์ได้ตลอดทั้งคืน ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทุก ๆ ประมาณ 378 วัน
- 3 พฤศจิกายน : ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี
ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี เช้ามืดวันที่ 3 พ.ย. จะเกิดปรากฏการณ์ "ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี" เมื่อมองจากโลกจะเห็นดวงจันทร์จะค่อย ๆ เคลื่อนมาบังดาวพฤหัสบดี จนดาวพฤหัสบดีลับหายไปหลังดวงจันทร์ฝั่งเสี้ยวสว่าง และโผล่พ้นออกมากทั้งดวงอีกครั้งฝั่งพื้นที่ผิวส่วนมืด เวลาประมาณ 05.23 น. (เวลา ณ จ.สงขลา) ในไทยสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า เฉพาะภาคใต้และบางเกาะใน จ.ตราด สำหรับพื้นที่อื่นจะเห็นเป็นปรากฏการณ์ดาวพฤหัสบดีเคียงดวงจันทร์ตลอดคืน
- ฝนดาวตกน่าติดตาม
ฝนดาวตกน่าติดตาม ฝนดาวตกเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เกิดจากโลกโคจรเข้าตัดผ่านสายธารเศษหินและฝุ่นในอวกาศที่ดาวเคราะน้อยและดาวหางทิ้งไว้ สำหรับฝนดาวตกที่ไร้แสงจันทร์รบกวน และสามารถสังเกตการณ์ได้ในปี 2569 ได้แก่ ได้แก่ 22 - 23 เม.ย. ฝนดาวตกไลริดส์ (18 ดวงต่อชั่วโมง) / 12 - 13 ส.ค. ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (100 ดวงต่อชั่วโมง)
วันที่ 21 - 22 ต.ค. ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ (20 ดวงต่อชั่วโมง) / 5 - 6 พ.ย. 69 ฝนดาวตกทอริดส์ใต้ (10 ดวงต่อชั่วโมง) / 12 - 13 พ.ย. ฝนดาวตกทอริดส์เหนือ (5 ดวงต่อชั่วโมง) / 17 - 18 พ.ย. ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (15 ดวงต่อชั่วโมง) / 14 - 15 ธ.ค. ฝนดาวตกเจมินิดส์ (150 ดวงต่อชั่วโมง)
ทั้งนี้ การชมฝนดาวตกขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงนั้น หากท้องฟ้ามีเมฆ หรือฝนตก จะสังเกตการณ์ได้ยาก แต่หากฟ้าใสไร้เมฆ ให้เลือกสถานที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิท ห่างไกลจากแสงของตัวเมือง และแนะนำให้นอนชมด้วยตาเปล่า เพราะฝนดาวตกจะกระจายทั่วฟ้า
- ดาวเคียงเดือนและดาวเคราะห์ชุมนุม
ดาวเคียงเดือนและดาวเคราะห์ชุมนุม ในปี 2569 มีปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน และดาวเคราะห์ชุมนุมให้ชมตลอดทั้งปี ได้แก่ 16 เม.ย. ดวงจันทร์เคียงดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวเสาร์ / 19 - 23 เม.ย. / ดาวเคราะห์ชุมนุม (ดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวเสาร์) / 14 พ.ค. ดวงจันทร์เคียงดาวเสาร์ / 20 พ.ค. ดวงจันทร์เคียงดาวพฤหัสบดี / 10 มิ.ย. ดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดี
วันที่ 16 - 18 มิ.ย. ดวงจันทร์เคียงดาวพุธ ดาวพฤหัสบดี และดาวศุกร์ / 11 ก.ค. ดวงจันทร์ผ่านหน้ากระจุกดาวลูกไก่ / 11 ต.ค. ดาวอังคารผ่านหน้ากระจุกดาวรวงผึ้ง / 16 พ.ย. ดาวอังคารเคียงดาวพฤหัสบดี / 25 พ.ย. ดาวอังคารเคียงดาวเรกูลัส / 30 พ.ย. - 1 ธ.ค. ดวงจันทร์เคียงดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเรกูลัส
- ดวงอาทิตย์ตั้งฉากประเทศไทย
ดวงอาทิตย์ตั้งฉากประเทศไทย ประเทศไทยมีช่วงที่ดวงอาทิตย์ผ่านจุดเหนือศีรษะ 2 ครั้งในรอบปี ครั้งแรกในช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค. เริ่มจากภาคใต้ไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ถึงกรุงเทพฯ ตรงกับวันที่ 27 เม.ย. และจบที่ภาคเหนือในเดือน พ.ค. ส่วนครั้งที่ 2 อยู่ในช่วงเดือน ก.ค. - ก.ย. โดยเริ่มจากภาคเหนือปลายเดือน ก.ค. ไล่ลงไปจนถึงกรุงเทพฯ ตรงกับวันที่ 16 ส.ค. และจบที่ภาคใต้ในช่วงเดือน ก.ย. ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ผ่านจุดเหนือศีรษะ (ตั้งฉากกับประเทศไทย) จะแตกต่างกันไปแต่ละพื้นที่ สังเกตได้จากเงาจะตกอยู่ใต้วัตถุพอดีเสมือนไร้เงา
ข้อมูลอ้างอิง : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ, สมาคมดาราศาสตร์ไทย
แกะรอย "งาช้าง" ล็อตใหญ่ โยงเครือข่ายเวียดนาม
นายกฯ เป็นประธานพิธี พระราชทานเพลิงศพ ผอ.โรงเรียนพะตงฯ
แพทย์ชี้ผ่าตัดรักษาโรคอ้วนต้องเข้าเกณฑ์ชัด ติดตามดูแลตลอดชีวิต
แท็กที่เกี่ยวข้อง:









