ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

แพทย์ชี้ผ่าตัดรักษาโรคอ้วนต้องเข้าเกณฑ์ชัด ติดตามดูแลตลอดชีวิต

สังคม
16:13
565
แพทย์ชี้ผ่าตัดรักษาโรคอ้วนต้องเข้าเกณฑ์ชัด ติดตามดูแลตลอดชีวิต
อ่านให้ฟัง
03:58อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
รพ.ราชวิถี ชี้ผ่าตัดรักษาโรคอ้วนต้องเข้าเกณฑ์ชัด โดยพิจารณาจากค่า BMI และโรคร่วม รวมถึงผ่านการประเมินทีมสหสาขา ย้ำต้องติดตามการรักษาตลอดชีวิต ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และโดยทั่วไปการผ่าตัดไม่ได้ทำให้เกิดโรคซึมเศร้า

วันนี้ (17 ก.พ.2569) นพ.เสฐียรพงษ์ จันทวิบูลย์ นายแพทย์ปฏิบัติการ คลินิกโรคอ้วนครบวงจร หน่วยศัลยศาสตร์ผ่าตัดผ่านกล้อง กลุ่มงานศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า ปัจจุบันการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนไม่ใช่ทำเพื่อความสวยงามหรือแค่ลดน้ำหนัก แต่เป็นการรักษา "โรคอ้วน" ซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง โดยพิจารณาจากค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เป็นหลัก

เกณฑ์เข้ารับการผ่าตัด ได้แก่ ผู้ที่มี BMI มากกว่า 37.5 ขึ้นไป หรือ BMI มากกว่า 32.5 ร่วมกับโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องผ่านการประเมินโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ และติดตามการรักษาอย่างน้อย 6 เดือน หากควบคุมน้ำหนักหรือโรคร่วมไม่ได้ จึงจะเข้าข้อบ่งชี้ผ่าตัด

การผ่าตัดรักษาโรคอ้วนมีทั้งแบบลดขนาดกระเพาะอาหาร และแบบบายพาส ซึ่งช่วยปรับเปลี่ยนฮอร์โมนความหิวและฮอร์โมนความอิ่ม ทำให้รับประทานอาหารลดลงและน้ำหนักลดในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยต้องติดตามอาการตลอดชีวิต เนื่องจากมีความเสี่ยงขาดวิตามินและสารอาหารบางชนิด โดยเฉพาะวิตามินบี 12 รวมถึงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดได้

สำหรับประเด็นภาวะซึมเศร้า นพ.เสฐียรพงษ์ ระบุว่า โดยทั่วไปการผ่าตัดไม่ได้ทำให้เกิดโรคซึมเศร้า และงานวิจัยส่วนใหญ่พบว่าผู้ป่วยอาการดีขึ้นร้อยละ 80-90 แต่มีประมาณร้อยละ 10-15 ที่อาการอาจแย่ลง ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล การติดตามรักษา และความคาดหวังหลังผ่าตัด

ทั้งนี้ แนวทางรักษาโรคอ้วนมีลำดับขั้น เริ่มจากการปรับพฤติกรรม ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย ซึ่งมักลดน้ำหนักได้ร้อยละ 5-10 ใน 6 เดือน ถัดมาคือการใช้ยาฉีดควบคุมความอิ่ม เหมาะกับผู้มี BMI เกิน 27 ร่วมโรคร่วม หรือเกิน 30 ขึ้นไป โดยอาจลดน้ำหนักได้ร้อยละ 20 ภายใน 1 ปี ส่วนการส่องกล้องใส่บอลลูนหรือเย็บกระเพาะ ลดน้ำหนักได้ร้อยละ 10-15 ใน 6-12 เดือน แต่มีโอกาสน้ำหนักกลับมาได้

นพ.เสฐียรพงษ์ ย้ำว่า การผ่าตัดให้ผลระยะยาวดีที่สุด และช่วยให้โรคร่วมหลายชนิดดีขึ้นหรือทุเลาได้ แต่ไม่ใช่ทางลัด หากผู้ป่วยยังมีพฤติกรรมการกินไม่เหมาะสม น้ำหนักก็สามารถกลับมาเพิ่มได้ จึงต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบและดูแลต่อเนื่องกับทีมแพทย์ ปัจจุบันแนวโน้มผู้ป่วยโรคอ้วนทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ความมั่นใจด้านความปลอดภัยของการผ่าตัดดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้แนวโน้มการรักษาด้วยการผ่าตัดเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ไร้ข้อสรุป หลังเปิดเวทีให้ "กกต. - แกนนำนับใหม่ชลบุรี" ไกล่เกลี่ย

ของแถมราคาแพง ยิ่งกว่า "บทเรียน" ของ กกต.

"บช.น." แจงภาพ ตร.ต่อคิวรับ อั่งเปา "ยาหอมปราสาททอง" ชี้เป็นธรรมเนียมตรุษจีน