“ร่องบอนโมเดล” ฟื้นพื้นที่สีเขียว-ลดไฟป่า “คาร์บอนเครดิต” สร้างรายได้ชุมชน

สิ่งแวดล้อม
08:18
จำนวนผู้ชม 390
“ร่องบอนโมเดล” ฟื้นพื้นที่สีเขียว-ลดไฟป่า “คาร์บอนเครดิต” สร้างรายได้ชุมชน

เมี่อวันที่ 23 ก.พ.2569 ที่ชุมชนบ้านร่องบอน ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ เพื่อศึกษาดูงานการจัดการป่าชุมชนบ้านร่องบอน ซึ่งเป็นชุมชนแบบอย่างที่ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยเข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิตของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จำนวน 410 ไร่ กักเก็บคาร์บอนได้ 2,624 ตันต่อปี ลดปัญหาไฟป่าจากที่เคยเกิดปัญหา 22 % เหลือเพียงแค่ 1 % เป็น “ร่องบอนโมเดล”

ภาพประกอบข่าว “ร่องบอนโมเดล” ฟื้นพื้นที่สีเขียว-ลดไฟป่า “คาร์บอนเครดิต” สร้างรายได้ชุมชน

ความพยายามกว่า 27 ปี ชาวบ้านค่อย ๆ ฟื้นคืนป่า จากปี 2531 เคยแห้งแล้งถูกบุกรุกทำลาย กลายเป็นป่าสีเขียวกลับมาโอบล้อมชุมชนแห่งนี้นับแต่ปี 2562

เมื่อเกิดที่บ้านร่องบอน ก็จะขอตายที่นี่

ปราณี ราชคมน์ ประธานกรรมการป่าชุมชนบ้านร่องบอน  บอกเล่าแรงจูงใจพลิกฟื้นคืนป่า รวมทั้งชักชวนชาวบ้าน สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชุมชนอนุรักษ์ป่า

ภาพประกอบข่าว “ร่องบอนโมเดล” ฟื้นพื้นที่สีเขียว-ลดไฟป่า “คาร์บอนเครดิต” สร้างรายได้ชุมชน

จากแต่เดิมมีการขยายตัวของชุมชน และบุกรุกทำลายป่า เพื่อทำการเกษตรและขุดดินขาย จนหมู่บ้านเผชิญความแห้งแล้งอย่างหนักในช่วงปี 2528-2530 ไม่สามารถทำนาได้ จนชาวบ้านต้องออกไปรับจ้างนอกพื้นที่

ปราณี เสนอสภาตำบลขอให้ชุมชนเป็นผู้ดูแลป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ 500 ไร่ โดยค่อย ๆ ฟื้นฟูป่า พร้อมสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ และมีส่วนราชการเข้ามาอบรมอาสาสมัครพิทักษ์ป่า ไม่ตัดต้นไม้ ไม่ล่าสัตว์ ไม่เผาป่า กลายเป็นความรักและหวงแหนป่า ทำให้ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบันไม่พบเหตุไฟไหม้ป่าอีกเลย

ภาพประกอบข่าว “ร่องบอนโมเดล” ฟื้นพื้นที่สีเขียว-ลดไฟป่า “คาร์บอนเครดิต” สร้างรายได้ชุมชน

จุดเริ่มต้นมาจากชาวบ้านไม่มีน้ำใช้อุปโภคบริโภค และทำการเกษตร จึงร่วมดูแลรักษาป่า ทุกวันนี้ทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง จากเดิมปีละ 1 ครั้ง เลี้ยงปลาและสัตว์ได้  เพราะความอุดมสมบูรณ์ คือ น้ำจากป่า

ยุทธศาสตร์ร่องบอนโมเดล สร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง ด้วยการจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล รวมทั้งสร้างความรักและหวงแหนป่าอย่างยั่งยืนผ่านกิจกรรม เช่น การบังสุกุลดิบ การบวชป่า เป็นศรัทธาป้องกันการทำลายป่า พร้อมร่วมโครงการคาร์บอนเครดิตของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง แปลงต้นทุนทางธรรมชาติ สร้างรายได้ให้ชุมชน

ปราณี บอกว่า ชาวบ้านได้ร่วมกันวางกฎระเบียบชุมชน เช่น ห้ามตัดต้นไม้ทุกชนิดที่อยู่ในเขตป่าชุมชน, ห้ามล่าสัตว์ทุกชนิด, ห้ามขุดดินในป่าชุมชน ฝ่าฝืนปรับ 5,000-10,000 บาท ห้ามตัดไม้ไผ่ทุกชนิด ฝ่าฝืนปรับ 500-1,000 บาท ห้ามจุดไฟเผาป่า ฝ่าฝืนปรับ 10,000 บาทและนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจาฝืนปรับ

ภาพประกอบข่าว “ร่องบอนโมเดล” ฟื้นพื้นที่สีเขียว-ลดไฟป่า “คาร์บอนเครดิต” สร้างรายได้ชุมชน

ขณะเดียวกันมีการอนุโลมให้ชาวบ้านเก็บเห็ด หน่อไม้ แค่พอกินในครัวเรือน หรือให้ผู้สูงอายุบางส่วนเก็บไปขายก็จะจำกัดเฉพาะในชุมชนเท่านั้น ห้ามรถภายนอกเข้ามารับซื้อ รวมถึงการเก็บไข่มดแดง ต้องใช้วิธีสอยรัง ห้ามตัดยอดไม้ หรือต้นไม้เด็ดขาด

ทุกกิจกรรมและกฎกติกาชุมชน ฝังรากอนุรักษ์ตั้งแต่เยาวชนจนถึงผู้ใหญ่ เมื่อมีรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต พื้นที่ 410 ไร่ ช่วง 3 ปีแรก 3.6 แสนบาท เงินถูกนำมาจัดสรรทำโครงการตามความต้องการชุมชน ส่วนใหญ่ 50-60% ใช้ต่อยอดในโครงการป้องกันไฟป่า รวมทัังจ้างชาวบ้านวันละ 300 บาท ทำหน้าที่ลาดตระเวนดูแลป่า โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง ส่วนที่เหลือใช้สร้างอาชีพให้ชาวบ้าน

ภาพประกอบข่าว “ร่องบอนโมเดล” ฟื้นพื้นที่สีเขียว-ลดไฟป่า “คาร์บอนเครดิต” สร้างรายได้ชุมชน

ด้านอธิบดี คพ. กล่าวว่า ชุมชนบ้านร่องบอน เริ่มจัดการป่าชุมชนตั้งแต่ปี 2535 ภายใต้การนำของผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง และประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ป่าที่เสื่อมโทรมจากการถูกบุกรุกทำลาย เนื้อที่ 500 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณกลางหมู่บ้าน กลายเป็นแหล่งน้ำ แหล่งอากาศ และการดูแลป้องกันไฟป่า ทำให้ป่าชุมชนบ้านร่องบอนไม่เกิดไฟป่ามาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ปัญหาหมอกควันลดลงและคุณภาพอากาศดีขึ้น เป็นโมเดลป้องกันฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่ต้นทาง และได้เงินจากคาร์บอนเครดิตมาดูแลรักษาป่า

ภาพประกอบข่าว “ร่องบอนโมเดล” ฟื้นพื้นที่สีเขียว-ลดไฟป่า “คาร์บอนเครดิต” สร้างรายได้ชุมชน

บ้านร่องบอน เป็นโมเดลความเข้มแข็งของชุมชน การสร้างจิตสำนึกรักหวงแหนป่าของตัวเอง ด้วยนวัตกรรมนโยบายเชิงหมู่บ้าน บังสุกุลป่า บวชป่า

นายสุรินทร์ กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จากการตรวจวัดโดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ เปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกัน 2 ปี ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.2567 - 18 ก.ย.2568 และวันที่ 1 พ.ย.2568 - 18 ก.พ.2569 พบว่า ภาพรวมสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยค่าฝุ่นเฉลี่ยลดลงจาก 32 เหลือ 24 มคก.ต่อ ลบ.ม. หรือลดลง 25 % ขณะที่จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลดลงจาก 95 วัน เหลือ 65 วัน หรือลดลง 32 %

สำหรับจุดความร้อนในประเทศเมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันระหว่างวันที่ 1 พ.ย.2568 - 18 ก.พ.2569  พบว่า ปี 2569 มีจุดความร้อนจำนวน 7,418 จุด ลดลงกว่า 59 % จากปี 2568 ที่มีจำนวน 17,929 จุด ส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่า 2,449 จุด หรือ 33 % รองลงมาคือพื้นที่นาข้าว 2,066 จุด หรือ 27.8 % พื้นที่ปลูกข้าวโพดและไร่หมุนเวียน 1,136 จุด หรือ 15.3 %

ภาพประกอบข่าว “ร่องบอนโมเดล” ฟื้นพื้นที่สีเขียว-ลดไฟป่า “คาร์บอนเครดิต” สร้างรายได้ชุมชน

ส่วนจุดความร้อนภายนอกประเทศ ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2568 เริ่มพบจุดความร้อน โดยเฉพาะกัมพูชา ต่อมาในช่วงเดือน ก.พ. พบจำนวนจุดความร้อนเพิ่มขึ้นในเมียนมาและลาว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจุดความร้อนสะสมในอนุภูมิภาคแม่โขงมีจำนวนลดลงทุกประเทศ ยกเว้นเมียนมา แต่ขณะนี้กัมพูชาและเมียนมา ยังคงเป็นพื้นที่หลักที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องการเผา ซึ่งอาจกระทบต่อปัญหาฝุ่นควันข้ามพรมแดน

อย่างไรก็ตาม ในเดือน มี.ค.-พ.ค.  จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเมียนมา ลาว เกี่ยวกับประเด็นไฟป่า หมอกควันข้ามแดน

ขณะที่ ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ บอกว่า บ้านร่องบอนโมเดล เป็นหนึ่งในพื้นที่โครงการคาร์บอนเครดิต แบบภาคสมัครใจในปี 2566 เนื่องจากมีการจัดการดูแลป่าชุมชนจากพื้นที่เคยบุกรุกเสื่อมโทรม และมีปัญหาไฟป่า โดยทีมเข้ามาสำรวจป่ากับชาวบ้าน นับต้นไม้ วัดความสูงต้นไม้ ติดแท็ก ตรวจคาร์บอนเครดิต ตั้งแต่ปี 2566 ในพื้นที่ 410 ไร่ ต่อมาได้มีการรับรองคาร์บอนเครดิต 2,624 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ที่นี่ถือประสบความสำเร็จ นำร่องจากการรักษาป่า จากเดิมเกิดไฟไหม้ป่า 21% ลดเหลือ 1%

ทั้งนี้ ในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิตแล้ว 2 แสนกว่าไร่ และตั้งเป้าขยายเป็นพื้นที่ 1 ล้านไร่ภายในปี 2580

อ่านข่าว :

นพ.ยง ย้อนอดีต 20 ปีประเทศไทย "ไข้หวัดนก" ระบาดจากเสือสู่เสือ

สตง. แจงปม MV ผลิตเองในองค์กร ไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน

"ปริญญา" ตั้งข้อสงสัยปมทำลายบัตรเลือกตั้ง ถูกระเบียบหรือไม่ ?