ปรับแผนซื้อ "น้ำมัน-ก๊าซ" ป้องกันขาดแคลนจากวิกฤตตะวันออกกลาง

เศรษฐกิจ
17:26
จำนวนผู้ชม 1,129
ปรับแผนซื้อ "น้ำมัน-ก๊าซ" ป้องกันขาดแคลนจากวิกฤตตะวันออกกลาง
"พลังงาน" ปรับแผนซื้อน้ำมันจากฝั่งแอฟริกาตะวันตก-อเมริกา และเร่งหาแหล่งก๊าซหุงต้ม-LNG พร้อมบริหารจัดการการใช้พลังงาน ป้องกันขาดแคลนจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

วันนี้ (2 มี.ค.2569) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ว่า แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่ถูกปิด 100 % แต่สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังผันผวนในระดับสูง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 7 %

หากจำเป็นต้องตรึงราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ สามารถใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชย ทั้งนี้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 มี.ค.2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นบวกอยู่ที่ 2,459 ล้านบาท

สำหรับแผนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในเดือน มี.ค. เนื่องจากความกังวลถึงความปลอดภัยของเรือที่ต้องแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้วางแผนปรับเปลี่ยนมาซื้อน้ำมันจากฝั่งแอฟริกาตะวันตกและอเมริกา คาดว่าจะสามารถจัดหาและจัดส่งได้ภายในปลายเดือน เม.ย.นี้

ส่วนมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันสำหรับสำรองใช้เพื่อความมั่นคงภายในประเทศ จะยกเว้นลาว โดยยังส่งน้ำมันให้บางส่วน เนื่องจากไทยยังคงพึ่งพาพลังงานจากลาว แต่จะเข้มงวดไม่ให้มีการส่งต่อไปประเทศที่ 3 และบางประเทศที่มีสัญญาซื้อขายก่อนหน้านี้ รวมทั้งจะตรวจสอบและขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันไม่ให้กักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น

ก๊าซหุงต้ม (LPG) ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของเดือน เม.ย.จะใช้วิธีบริหารจัดการจากโรงกลั่นและปิโตรเคมี รวมทั้งหาซื้อเพิ่มเติมจากแหล่งปิโตรนาส มาเลเซีย ขณะที่ก๊าซ LNG ที่ไทยต้องนำเข้าจากกาตาร์และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าจะดำเนินการได้หรือไม่ แต่ได้เจรจาจัดหา Spot LNG จากรายอื่น เช่น อเมริกา รวมทั้งพิจารณาเลื่อนแผนซ่อมบำรุงเพื่อลดผลกระทบ ทั้งนี้การจัดหา Spot LNG อาจมีราคาสูงกว่าที่ กกพ.กำหนด และอาจกระทบต่อราคา Pool Gas ซึ่งกระทรวงพลังงานจะบริหารจัดการอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้กระทบต่อปริมาณสำรองและราคา

รมว.พลังงาน ยังกล่าวถึงสถานการณ์ด้านไฟฟ้า โดยคาดว่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 36,000 เมกะวัตต์ และจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน เม.ย. ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีเพียงพอ เช่น เพิ่มผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน และจะไม่หยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในช่วงเวลานี้

ส่วนการบริหารจัดการการใช้พลังงานเพื่อลดนำเข้าเชื้อเพลิง กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมปรับแผนผลิตสินค้าให้เหมาะสมและลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด

นายอรรถพล ยืนยันว่า จะดำเนินทุกมาตรการทั้งการจัดหาปริมาณสำรองน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม LNG ไฟฟ้า ให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ในช่วงที่ยังคงเกิดความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่วนราคาน้ำมันจะใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าช่วยเหลือ เพื่อลดผลกระทบกับประชาชน พร้อมกันนี้ยังขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้ใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งขอให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงาน และขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดและใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดการนำเข้าพลังงานให้ได้มากที่สุด

อ่านข่าว

"อนุทิน" ชี้สู้รบตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบไทยในระดับที่รับมือได้

"เอกนิติ" ตั้งวอร์รูมรับมือสู้รบตะวันออกกลาง คาดกระทบเศรษฐกิจ 6 ด้าน

​ ขัดแย้ง “ตะวันออกกลาง” สนค.ชี้ น้ำมันพุ่ง ตลาดทุนผันผวน ท่องเที่ยวชะลอ