เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2569 อีบราฮิม ซัลฟากอรี โฆษกกองบัญชาการกลางคาทาม อัล-อันบิยา ของอิหร่าน ปฏิเสธว่า อิหร่านจะไม่เจรจายุติสงครามกับสหรัฐฯ และเตือนสหรัฐฯ ว่า อย่าเรียกความพ่ายแพ้ของตนเองว่าเป็นข้อตกลง
ขณะที่ อับบาส อารัคชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า ตลอดหลายวันที่ผ่านมา สหรัฐฯ เริ่มส่งสารผ่านตัวกลางคือบรรดาประเทศที่เป็นมิตรมายังอิหร่าน แต่ย้ำชัดว่า ไม่ใช่การเจรจา เพราะอิหร่านได้ย้ำจุดยืนและส่งคำเตือนกลับไป
อารัคชี ย้ำว่า นโยบายของอิหร่านในปัจจุบันคือการเดินหน้าป้องกันตนเอง และยังไม่มีความตั้งใจที่จะเปิดการเจรจาใดๆ ในขณะนี้ ซึ่งนี่คือสงครามของอิสราเอล แต่ผู้คนในภูมิภาคนี้รวมถึงชาวอเมริกันต่างกำลังได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้น
รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ระบุอีกว่า การพูดถึงการเจรจาคือการยอมรับความพ่ายแพ้ และอิหร่านต้องการให้สงครามยุติลงตามเงื่อนไขของอิหร่าน โดยต้องเป็นไปในแนวทางที่สร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีสงครามเกิดขึ้นอีกในอนาคต พร้อมย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิด ไม่ได้ถูกปิดอย่างสมบูรณ์ แต่ปิดเฉพาะกับศัตรูเท่านั้น
ถ้อยแถลงของอารัคชี มีขึ้นหลังจากสถานีโทรทัศน์ Press TV ของทางการอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง 15 ข้อของสหรัฐฯ แล้ว พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอสวนกลับไป ซึ่งมีเนื้อหารวมถึงการเรียกร้องค่าปฏิกรรมสงครามและประเด็นอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซ
ข่าวกรองอิหร่านชี้ศัตรูวางแผนยึดเกาะ
ขณะที่โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ผู้ที่สื่อจับตาว่าอาจเป็นคนที่สหรัฐฯ กำลังเจรจาด้วย ระบุว่า มีข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองชี้ว่าศัตรูกำลังวางแผนเข้ายึดครองเกาะแห่งหนึ่งของอิหร่าน โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศในภูมิภาค
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน
นอกจากนี้ยังระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า กองกำลังของอิหร่านเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของศัตรูอย่างใกล้ชิด และหากมีการดำเนินการใดๆ เกิดขึ้น อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในภูมิภาคแห่งนั้นอย่างต่อเนื่อง
สหรัฐฯ เตือนโจมตีหนักหากอิหร่านไม่ยอมรับความพ่ายแพ้
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมส่งทหารจากหน่วยพลร่มที่ 82 เข้าเสริมกำลังพลในตะวันออกกลาง ล่าสุดสำนักข่าว Al Jazeera รายงานอ้างเจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ ว่า จำนวนทหารอาจอยู่ที่ประมาณ 2,500 นาย และกำลังพลที่จะถูกส่งไปประจำการประกอบด้วยผู้บัญชาการ และหน่วยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์จากกองพลน้อยที่ 1 ด้วย
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงยืนยันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงมีการสนทนาที่สร้างสรรค์กับอิหร่าน แม้อิหร่านแถลงปฏิเสธแผนสันติภาพจากสหรัฐฯ แล้วก็ตาม พร้อมทั้งระบุว่าข้อเสนอ 15 ข้อที่กำลังเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียเป็นเพียงการคาดเดา แต่ก็มีส่วนที่เป็นความจริง
โฆษกทำเนียบขาวไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะส่งทหารบุกพื้นดินในอิหร่าน แต่ระบุว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสภาคองเกรส พร้อมเตือนอิหร่านว่า ไม่ควรประเมินสถานการณ์ผิดพลาดซ้ำสอง หากอิหร่านยังไม่ยอมรับว่าประเทศตนพ่ายแพ้ทางทหารแล้ว ผู้นำสหรัฐฯ ก็พร้อมจะโจมตีอิหร่านให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น และหนักที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว
นอกจากนี้ โฆษกทำเนียบขาวยังไม่ระบุกำหนดเวลาการเข้าร่วมสงครามของสหรัฐฯ แต่ระบุว่าฝ่ายบริหารประเมินมาโดยตลอดว่าอาจอยู่ที่ 4-6 สัปดาห์ พร้อมเปิดเผยอีกว่าทรัมป์มีกำหนดเยือนจีน เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในวันที่ 14-15 พ.ค.นี้
ทั้งนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณการยุติสงคราม หลังทรัมป์เลื่อนกำหนดการเดิมเมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค. โดยอ้างถึงการทำศึกกับอิหร่าน
เลขาฯ ยูเอ็น เตือนสงครามตะวันออกกลางคุมไม่อยู่
ด้านอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกลางอยู่เหนือการควบคุมแล้ว และโลกกำลังเผชิญหน้ากับสงครามที่ขยายวงกว้าง พร้อมกันนี้ได้ประกาศแต่งตั้ง Jean Arnault นักการทูตอาวุโสชาวฝรั่งเศส เป็นทูตส่วนตัวด้านความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
กูเตร์เรส ย้ำว่า ได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับหลายฝ่ายในภูมิภาคตะวันออกกลางและทั่วโลก ขณะที่โครงการริเริ่มเพื่อการเจรจาและสันติภาพหลายโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการ พร้อมส่งสารไปยังสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องยุติสงคราม และขอให้อิหร่านหยุดโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน
อ่านข่าว
อิหร่านตั้งเงื่อนไข "ฮอร์มุซ" เฉพาะเรือไม่เป็นศัตรูเท่านั้นที่ผ่านได้
เปิด 15 ข้อเสนอ สหรัฐฯ ยื่นเงื่อนไขให้อิหร่าน เพื่อยุติสงคราม
วุฒิสภาสหรัฐฯ ยังหนุน "ทรัมป์" ในการใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน
