หอการค้าไทย จี้ รัฐดูแลราคาน้ำมัน แนะควรรอบคอบก่อนออกประกาศ

เศรษฐกิจ
11:53
จำนวนผู้ชม 565
หอการค้าไทย จี้ รัฐดูแลราคาน้ำมัน แนะควรรอบคอบก่อนออกประกาศ
หอการค้าไทยห่วงสถานการณ์พลังงานโลกยืดเยื้อ ขอรัฐดูแลราคาน้ำมัน-สำรองพลังงานให้เพียงพอ และรอบคอบก่อนปรับราคาในครั้งต่อไป พร้อมเร่งมาตรการประหยัดพลังงานทั่วประเทศ เสนอ 3 แนวทางบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานระยะสั้น

วันนี้ (26 มี.ค.2569) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาฯ กังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่ตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานในตลาดโลก รวมถึงต้นทุนน้ำมันภายในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลก ล่าสุดมีการประกาศราคาน้ำมันได้ปรับเพิ่มขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

หากนับตั้งแต่สงครามปลายเดือนก.พ. น้ำมันดีเซลขึ้นจาก 28.94 บาท มาเป็น 37.94 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นในระดับที่ส่งผลกระทบต่อทั้งค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และภาระของผู้ประกอบการในหลายภาคส่วนทั้ง ภาคการผลิต ท่องเที่ยว และส่งออก อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ หอการค้าไทยเข้าใจถึงความจำเป็นของภาครัฐ ในการบริหารราคาพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยเฉพาะในภาวะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีข้อจำกัดในการพยุงราคา

ขอให้ภาครัฐพิจารณาอย่างรอบด้าน และใช้ความระมัดระวังในการปรับขึ้นราคาน้ำมันในระยะต่อไป เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

ภาพประกอบข่าว หอการค้าไทย จี้ รัฐดูแลราคาน้ำมัน แนะควรรอบคอบก่อนออกประกาศ

ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวอีกว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันในครั้งนี้ โดยเฉพาะการปรับเพิ่มขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ต้นทุนขนส่ง และราคาสินค้าในห่วงโซ่อุปทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หอการค้าไทยจึงขอให้กระทรวงพลังงาน ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะโรงกลั่นน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็น  ปตท. และบางจาก ในการบริหารจัดการจัดซื้อน้ำมันดิบให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ

โดยต้องไม่ปล่อยให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างเด็ดขาด ซึ่งอาจมีความจำเป็นต้องจัดซื้อในราคาพรีเมี่ยมที่สูงกว่าราคาตลาดโลก เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความต่อเนื่องของระบบโลจิสติกส์และการผลิตของประเทศ

โดยหอการค้าไทยเสนอแนวทางต่อภาครัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานในระยะสั้น และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะต่อไป ดังนี้ มาตรการ ที่ 1 ด้านภาษีและค่าการกลั่น หอการค้าไทยสนับสนุนให้ภาครัฐพิจารณาใช้กลไกภาษีสรรพสามิต เพื่อช่วยบรรเทาภาระราคาน้ำมันแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันในส่วนของค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โลก

ภาพประกอบข่าว หอการค้าไทย จี้ รัฐดูแลราคาน้ำมัน แนะควรรอบคอบก่อนออกประกาศ

ภาคเอกชนเห็นว่าควรสื่อสารให้สาธารณชนเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6 บาทนั้น เป็นเพียงกำไรขั้นต้น ยังมีภาระต้นทุนส่วนเพิ่มหรือ overhead อีกหลายด้าน ทั้งราคาพรีเมี่ยม ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย ด้วย

ทั้งนี้ หอการค้าไทยยังคงขอความร่วมมือจากโรงกลั่นและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในการดูแลไม่ให้ค่าการกลั่นปรับเพิ่มสูงไปมากกว่านี้ หากสถานการณ์ไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มจริง และเห็นควรให้ชี้แจงรายละเอียดต้นทุน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบซ้ำเติมต่อภาระของประเทศ ภาคธุรกิจ และประชาชนโดยรวม

ภาพประกอบข่าว หอการค้าไทย จี้ รัฐดูแลราคาน้ำมัน แนะควรรอบคอบก่อนออกประกาศ

มาตรการที่ 2 ด้านการประหยัดพลังงานระดับชาติ หอการค้าไทยเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งออกมาตรการเชิงรุก เพื่อรณรงค์และกระตุ้นการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง ทั้งในภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างวินัยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น และช่วยยืดระยะเวลาการมีพลังงานสำรองของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนที่ยังไม่แน่นอน

และ มาตรการที่ 3 การกำกับดูแลการกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ หอการค้าไทยเห็นว่าภาครัฐควรเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการขนส่ง และการกระจายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการตรวจสอบระบบติดตามตำแหน่ง (GPS) ของรถบรรทุกน้ำมัน เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันการลักลอบนำน้ำมันออกนอกระบบหรือส่งออกไปยังพื้นที่ชายแดน โดยไม่ได้รับอนุญาต ในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญภาวะพลังงานตึงตัว

ทั้งนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยืนยันความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นกลไกกลาง ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางรับมือสถานการณ์ด้านพลังงานอย่างเหมาะสม และลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวให้ได้มากที่สุด

อ่านข่าว:

อั้นไม่อยู่! เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับขึ้นค่าโดยสาร 2 บาท เริ่ม 30 มี.ค.นี้

กองทุนน้ำมันฯ แถลงขึ้นราคา พิจารณาแล้วหลายมิติ ขอประชาชนมั่นใจ

ปธ.สหพันธ์ฯ นัดประชุม 27-28 มี.ค. หลังน้ำมันขึ้น 6 บาท/ลิตร กระทบขนส่งทั่วประเทศ