วิกฤต พลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง กกร.หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ1.2–1.6%

เศรษฐกิจ
15:11
จำนวนผู้ชม 596
วิกฤต พลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง  กกร.หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ1.2–1.6%
กกร. หั่น GDP ไทยปี 2569 เหลือ 1.2–1.6 % ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อเหลือ 2-3%  จากแรงกดดันวิกฤตตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันสูงกระทบต้นทุน-ค่าครองชีพ จี้รัฐเร่งมาตรการเฉพาะกลุ่มพยุงเศรษฐกิจ

วันนี้ (1 เม.ย.2569) นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกกร.ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 1.2–1.6% จากเดิมคาดไว้ 1.6–2.0% สะท้อนแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง (stagflation) 

ภาพประกอบข่าว วิกฤต พลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง  กกร.หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ1.2–1.6%

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นมาอยู่ที่ 2.0–3.0% จากเดิม 0.2–0.7% ตามทิศทางราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนตัวเลขการส่งออกยังคงประมาณการไว้เดิมที่ติดลบ 1.5% ถึงติดลบ 0.5% ด้านภาคการท่องเที่ยว คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดการเดินทาง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจหายไปประมาณ 1 ล้านคนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า

ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยที่ราว 88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ประกอบกับการลอยตัวราคาพลังงานในประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกปรับขึ้นตามกลไกตลาด และกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงต้นทุนของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการผลิตและทั้งการบริโภคภาคเอกชนที่อาจชะลอลงจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการบริโภคภาคเอกชนที่อาจชะลอลงจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ลดลง ตลอดจนภาครัฐที่อาจต้องใช้นโยบายการคลังเพิ่มเติมและก่อหนี้เพื่อประคองเศรษฐกิจ 

ภาพประกอบข่าว วิกฤต พลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง  กกร.หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ1.2–1.6%

ทั้งนี้ทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมกกร. ว่าปรับแผนบริหารจัดหาน้ำมัน โดยกระจายแหล่งนำเข้าจากภูมิภาคอื่น เพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพโรงกลั่นให้รองรับน้ำมันดิบหลากหลายและเดินเครื่องเกิน 100% รวมถึงเพิ่มการผลิตดีเซลจากปกติ 7% และบริหารสต็อกน้ำมันอย่างเหมาะสม เร่งกระจายน้ำมันผ่านระบบขนส่งครบทุกช่องทาง

อย่างไรก็ตาม กกร. ยังคงกังวลต่อแนวโน้มวิกฤตพลังงานที่อาจยืดเยื้อ และเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่ม (Targeted policy) โดยเฉพาะ SMEs และกลุ่มเปราะบาง ควบคู่กับการกำกับดูแลราคาสินค้า และป้องกันการกักตุนสินค้า รวมถึงการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เพื่อบรรเทาภาระของผู้ประกอบการ

ภาพประกอบข่าว วิกฤต พลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง  กกร.หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ1.2–1.6%

รวมทั้งเห็นว่าประเทศไทยควรใช้วิกฤตครั้งนี้ เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ สร้างความยืดหยุ่น (resilience) และเร่งขับเคลื่อนแผนพลังงานระยะยาว โดยเฉพาะแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนพลังงาน และดึงดูดการลงทุนในอนาคต

อ่านข่าว:

“ศุภจี” ยอมรับ “คุมราคา”ไม่ได้ทั้งหมด เล็งขนสินค้าราคาถูกกระจาย 77 จังหวัด

เศรษฐกิจไทย 2568 "วิ่งวิบาก" GDP โตช้าท่ามกลางภาษีสหรัฐฯ-ปะทะชายแดน

“เศรษฐกิจไทย” ปี69 ยังเสี่ยงรอบด้าน ทีทีบี คาด GDPโตเพียง 1.6%