วันนี้ (6 เม.ย.2569) พรรคภูมิใจไทย จัดงานพิธีทำบุญพรรคภูมิใจไทย "ก้าวสู่ปีที่ 18" โดยมีการประกอบพิธี 2 ศาสนา ซึ่งศาสนาพุทธ มีพระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย - เนปาล เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ ขณะที่ศาสนาอิสลาม มีคณะมาจากโรงเรียนจุฬาราชมนตรี มิฟตาฮุ้ลอุลูมิดดีนียะห์ มาทำพิธีศาสนา โดยมีแกนนำพรรค และ สส. ทยอยเดินทางเข้าพรรคตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทั้งนี้ มีบรรดาพรรคการเมืองและนักการเมืองมาแสดงความยินดีเนื่องในโอกาส ก้าวสู่ปีที่ 18 อย่างคึกคัก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงงานครบรอบก้าวสู่ปีที่ 18 พรรคภูมิใจไทย ว่า ดีใจที่พรรคภูมิใจไทยเจริญเติบโต และพัฒนาขึ้นทุกปี ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย เราผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง เติบโตขึ้นตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งล่าสุด ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เพราะคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานเพิ่มมากขึ้น ต้องมีการถ่ายทอดงาน และประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อนำไปรับใช้ประชาชน และประเทศชาติ หวังว่าช่วงเปลี่ยนผ่านจะเป็นช่วงที่พรรคภูมิใจไทยจะเข้มแข็งมากขึ้น ด้วยประสบการณ์ และการทำงานร่วมกันกับคนที่เคยปลุกปั้นพรรคนี้ขึ้นมา
ส่วนพรรคจะโตขึ้นอีกหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะทำให้ดีที่สุดด้วยความสุจริตใจ และเจตนารมณ์ที่ยึดประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด สิ่งนี้จะทำให้พรรคโตขึ้นเอง ซึ่งประชาชนเป็นผู้ให้ทิศทางพรรคภูมิใจไทย เราโตขึ้นด้วยประชาชนไม่ได้โตได้ด้วยตัวเอง
ทั้งนี้นายอนุทิน กล่าวว่าใช้หลักความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันในการบริหารพรรคให้เป็นเอกภาพ และหลักที่เชื่อว่าสมาชิกพรรคทุกคนมีความมุ่งมั่นทุ่มเทตัดสินใจที่จะทำงานให้ส่วนรวม ดังนั้น สิ่งที่นำเสนอทุกอย่างถ้าไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม และจรรยาบรรณ พรรคจะให้การสนับสนุนทุกอย่าง เพื่อให้สมาชิกพรรคนำเจตนารมณ์ของเขาไปมอบให้แก่ประชาชน และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ และได้รับความเชื่อมั่นจากสโลแกนของพรรคที่พูดแล้วทำ ทำให้เกิดเป็นความเชื่อใจ และให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยมาบริหารบ้านเมือง
ขณะที่มีความมั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี ตามคำอวยพรที่ได้รับในวันนี้หรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า พรเป็นสิ่งที่ดีเป็นสิริมงคล แต่ต้องทำตัวให้ดีด้วย ต้องขยันทำงานไม่หลงใหลได้ปลื้มไปกับคำสรรเสริญรูปรสกลิ่นเสียง แต่ต้องคิดว่าตัวเองคือผู้ที่อาสารับใช้ประชาชน และประเทศชาติ ถือเป็นอีกคุณสมบัติที่คนของพรรคภูมิใจไทยถูกปลูกฝังมาว่าห้ามมีพิธีรีตอง ห้ามเรื่องมาก ห้ามทำตัวเป็นคนใหญ่คนโต แต่ประชาชนต้องมาก่อนเสมอ ถ้าไปเข้าคิวเราก็เข้าคิวท้ายเสมอ นี่คือสิ่งที่ภูมิใจไทยปลูกฝังให้กับทุกคน
ทั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวถึงในอนาคตประเมินพรรคภูมิใจไทยจะโตจนเป็นรัฐบาลพรรคเดียวหรือไม่นั้น คิดว่าถ้าแสวงหาความรู้ และนำพาประเทศไทยก้าวหน้าไปด้วยกันได้โดยไม่มีความขัดแย้ง เราจับมือไว้แล้วไปด้วยกันดีกว่า หากไปคนเดียวในขณะที่อีกห้าถึงหกคนคอยเอาไม้เอามีดทิ่มหลังอยู่มันไม่ไม่ดีหรอก ดังนั้น ไปด้วยกันดีที่สุด
ส่วนเรื่องการแก้วิกฤตปัญหาต่าง ๆ เป็นภารกิจของรัฐบาลอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยแสดงให้เห็นว่าเวลามีวิกฤตต่าง ๆ ทั้งโควิด และภัยพิบัติ เราสามารถแก้วิกฤตนั้นให้ผ่านไปได้ด้วยดี เราเป็นรัฐบาลต้องแก้วิกฤตทุกอย่างให้ประชาชนได้
อ่านข่าว :
“พิพัฒน์" ไม่กังวลบอยคอตปั๊ม PT ลั่น ลาออกมา 23 ปีแล้ว อย่าถามเยอะ
พาณิชย์สุราษฎร์ฯ แจ้งความบริษัทกักตุนน้ำมัน รมว.ยธ.เผยรู้ปลายทางส่งน้ำมันแล้ว
"อนุทิน" เตรียมนำ ครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ก่อนถก ครม.นัดพิเศษ หารือวิกฤตพลังงาน
