มาครงวิจารณ์ทรัมป์ "สงครามไม่ใช่โชว์" ควรพูดจริงจังไม่กลับกลอก

ต่างประเทศ
15:27
จำนวนผู้ชม 828
มาครงวิจารณ์ทรัมป์ "สงครามไม่ใช่โชว์" ควรพูดจริงจังไม่กลับกลอก
"จริงจังหน่อย อย่าพูดทุกวัน" มาครงวิจารณ์แนวการพูดของทรัมป์ เรื่องสงครามอิหร่าน ระบุสงครามไม่ใช่การแสดง และการเปลี่ยนคำพูดทุกวันสร้างความสับสน พร้อมเตือนว่าอย่าพูดมากจนเกินไป ควรปล่อยให้สถานการณ์เงียบลง

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2569 BBC รายงาน ประธานาธิบดีแอมานูแอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ออกมาวิจารณ์อย่างเปิดเผยต่อแนวทางการจัดการกับสงครามอิหร่านของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยระบุว่าสงครามต้องใช้วิธีการที่ "จริงจัง" และ "มั่นคง" ไม่ใช่การเปลี่ยนคำพูดทุกวันเหมือนการแสดงโชว์

นั่นไม่ใช่การแสดง เรากำลังพูดถึงสงครามและสันติภาพ รวมถึงชีวิตของผู้ชายและผู้หญิง เมื่อต้องจริงจัง คุณก็ไม่ควรพูดตรงข้ามกับสิ่งที่พูดเมื่อวานนี้ทุกวัน

ผู้นำฝรั่งเศสยังแนะนำอีกว่า บางทีทรัมป์ไม่ควรพูดทุกวัน ควรปล่อยให้สถานการณ์เงียบลงบ้าง คำพูดของมาครงถูกมองว่าเป็นการอ้างอิงโดยตรงถึงการออกมาพูดของทรัมป์ที่มักให้ข้อความขัดแย้งกันเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน

สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ได้เข้าสู่เดือนที่ 2 แล้ว ฝรั่งเศสและประเทศยุโรปอื่น ๆ ได้ให้การสนับสนุนบางส่วนต่อปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในภูมิภาค แต่ยังคงปฏิเสธที่จะถูกดึงเข้าไปร่วมรบเต็มรูปแบบ

ทรัมป์ออกมาพูดในทิศทางที่แตกต่างกันตลอดเวลา บางครั้งบอกว่าใกล้จะหยุดยิง บางครั้งบอกว่าชนะสงครามแล้ว และบางครั้งก็บอกว่าสหรัฐฯ จะรบต่อไป ซึ่งมาครง ยังแสดงความเห็นต่อคำพูดของทรัมป์ที่ระบุว่าจะพิจารณาออกจากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต โดยกล่าวว่า พันธมิตรอย่างนาโต มีคุณค่าจากสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา นั่นคือความเชื่อมั่น การแสดงความสงสัยต่อความมุ่งมั่นที่มีต่อองค์กร จะทำให้องค์กรนั้นสูญเสียสาระสำคัญ

มาครงอธิบายเพิ่มเติมว่า หุ้นส่วนลงนามในข้อตกลงและพร้อมปรากฏตัวเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น นั่นมากกว่าการออกมาคอมเมนต์ทุกวันว่าจะเคารพหรือไม่เคารพข้อตกลง มาครงยังกล่าวอีกว่า เขารู้สึกว่ามีการพูดจาและเสียงจ้อมากเกินไป มันกระจัดกระจายไปหมด

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ยังปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นโดยละเอียดต่อปฏิบัติการที่สหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยระบุว่าพวกเขาตัดสินใจกันเอง แล้วก็มาบ่นว่าอยู่คนเดียวในปฏิบัติการที่พวกเขาตัดสินใจเอง ทั้งๆ ที่นั่นไม่ใช่ปฏิบัติการของเรา

มาครง ยังยกกรณีการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านเมื่อเดือน มิ.ย.2568 ซึ่งทรัมป์เคยประกาศว่าทำลายล้างโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านจนสิ้นซาก แต่เพียง 6 เดือนต่อมา เมื่อสงครามเดือน ก.พ.2569 ปะทุขึ้น ทรัมป์กลับบอกว่านี่คือ โอกาสสุดท้ายและดีที่สุด ในการโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

มาครง ย้ำว่าต้องมีผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศ ตรวจสอบสถานการณ์พัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน และต้องมีกรอบการทำงานที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมต่อไป

เขาวิเคราะห์ว่า วันนี้และในอนาคต ยังคงมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถ แล็บลับ ๆ ฯลฯ ดังนั้น การโจมตีทางทหารแบบเจาะจง แม้จะยาวนานหลายสัปดาห์ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหานิวเคลียร์ได้อย่างถาวร ทั้งนี้ มาครง ปฏิเสธความคิดที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า "ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง" เพราะจะใช้เวลานานและอันตรายมาก

อ่านข่าวอื่น :

ทำเนียบคึกคัก นายกฯ นำ ครม.ใหม่ถ่ายรูป ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์

"อภิสิทธิ์" ดักคอรัฐบาล เร่งสางปม "ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน" จี้ช่วยกลุ่มเปราะบาง

นายกฯ กำชับ WFH ชี้ต่อไปไม่ใช่แค่น้ำมันแพง แต่จะหานำเข้าได้ยาก

เปิดปฏิบัติการกู้ชีวิต สหรัฐฯ ส่งหน่วยพิเศษบุกอิหร่านช่วยนักบิน F-15E