"วีระยุทธ" ผิดหวัง "เอกนิติ" แจงวิกฤตน้ำมันเหมือน 2 สัปดาห์ก่อน ไร้คืบหน้าเยียวยา

การเมือง
11:49
จำนวนผู้ชม 570
"วีระยุทธ" ผิดหวัง "เอกนิติ" แจงวิกฤตน้ำมันเหมือน 2 สัปดาห์ก่อน ไร้คืบหน้าเยียวยา
"วีระยุทธ" ผิดหวัง "เอกนิติ" แจงวิกฤตน้ำมัน เหตุพูดเหมือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว ชี้ไม่มีความคืบหน้ามาตรการเยียวยา แนะรัฐบาลควรออกเป็นพ.ร.บ.โอนงบฯ ผ่านสภาฯ เพื่อความโปร่งใส-ใช้เวลาไม่นาน หากอยากใช้ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ควรชี้แจงให้ชัดเจน

วันนี้ (10 เม.ย.2569) ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวสรุปถึงการอภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาล ในส่วนของพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า การชี้แจงของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เรื่องพ.ร.ก.เงินกู้ และ พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เรื่องสินค้าการเกษตรและพาณิชย์

พรรคประชาชน ยืนยันว่า หากรัฐบาลจะดำเนินการควรทําให้เป็นกระบวนการที่โปร่งใส ผ่าน พ.ร.บ.โอนงบฯ ซึ่งเคยทํามาแล้วและสามารถทําผ่านสภาฯ ได้ เพราะเมื่อปี 2563 ใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ในสภาฯ เท่านั้น ไม่ได้ล่าช้าแต่อย่างใด เพื่อสะท้อนให้ประชาชนเห็นว่าจะโอนงบไปใช้อะไร

นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า กรณีจะออกพ.ร.ก.เงินกู้ฯ ต้องชัดเจนว่าต้องใช้หรือไม่ เพราะส่วนนี้ได้เต็มที่ 50,000 ล้านบาทเท่านั้น อาจส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า ทําให้ข้าราชการจํานวนมากลังเลจะใช้เงิน และโอนกลับไปที่รัฐบาล จึงขอความชัดเจนจากนายเอกนิติว่า จะทําอย่างไรและหากจะใช้ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ แล้ว พ.ร.บ.โอนงบฯ อาจไม่มีความจําเป็น

สำหรับมาตรการรองรับวิกฤตน้ำมัน นายวีระยุทธ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่น่าผิดหวัง เพราะนายเอกนิติพูดในสภาฯ เหมือนกับสิ่งที่เคยพูดไว้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ไม่มีความคืบหน้าเรื่องมาตรการเยียวยา อาจต้องรอถึงวันเสาร์ที่ 11 เม.ย.นี้อีกหรือไม่ แต่ความเดือดร้อนของประชาชน เป็นความเดือดร้อนรายวัน จึงอยากให้เริ่มทําทันที เพราะล่าช้ามาหลายสัปดาห์แล้ว

ขณะที่ข้อเสนอช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางก่อนนั้น ทางพรรคประชาชนเห็นด้วย แต่กลับไม่เห็นว่ารัฐบาลจะดําเนินการกับกลุ่มใดที่เรียกว่ากลุ่มเปราะบาง เพราะขณะนี้ทุกกลุ่มทุกคนเปราะบางทั้งหมด ดังนั้นรัฐบาลต้องชัดเจนว่า ต้องช่วยเหลือกลุ่มใดอย่างไร จึงขอเรียกร้องความชัดเจน

ส่วนจะยื่นคำร้องในประเด็นข้อสุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นความผิด หรือขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า หากจะโอนงบฯ ให้ทําเป็น พ.ร.บ.โอนงบฯ ผ่านสภาฯ ส่วนเรื่องการกู้เงินเป็นอํานาจรัฐ สามารถทําได้ เหมือนช่วงสถานการณ์โควิด แต่ควรต้องสอบถามให้ชัดเจนว่าจะใช้ไปเพื่ออะไร

ขณะที่การชี้แจงของนางศุภจี สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือเรื่องข้อมูล เช่น มะพร้าว ที่ยืนยันว่าราคาขึ้นไป 7 บาทแล้ว แต่เมื่อวานนี้ (9 เม.ย.) เช็กจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวเลขอยู่ที่ 3 บาทเท่านั้น จึงต้องขอเรียนนางศุภจีว่า ฟังข้าราชการอย่างเดียวไม่พอ ต้องฟังคนหน้างาน และดูข้อมูลที่แท้จริงว่าราคาเท่าใด จึงจะบริหารจัดการได้

เราจะตามต่อว่ามีกระบวนการอย่างไร ในการช่วยเหลือประชาชนเรื่องมะพร้าวว่า จะใช้ล้งกลาง ล้งชุมชน หรืออย่างไร สําคัญที่สุดคืออยากให้นางศุภจีติดตามปัญหาหน้างาน เพราะตัวเลขที่ข้าราชการรายงานอาจไม่ตรง

นายวีระยุทธ ระบุว่า ได้รับข้อเรียกร้องจํานวนมากว่า ปุ๋ยขาดตลาด จึงขอให้รัฐบาลช่วยตามต่อว่าจากไอ้โม่งน้ำมันจะไปสู่ไอ้โม่งปุ๋ยหรือไม่ เพราะไม่มีการเปิดเผยว่าตรึงราคาปุ๋ยเท่าใดอย่างไร แต่หน้างานเรียกร้องมาแล้วว่า ปุ๋ยขาดตลาดจริง โดยเฉพาะสูตรที่จําเป็นต้องใช้

สําหรับกรณีที่นางศุภจี ชี้แจงเรื่องฝุ่น P.M 2.5 โดยระบุคงไม่ได้ให้ไป จ.เชียงใหม่ 365 วันนั้น สะท้อนความคิดที่ถูกต้องหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องนี้อาจมองมุมท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมีผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาคเหนือ

ส่วนเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ยังไม่ได้ชี้แจงในสภาฯ มองว่าควรจะชี้แจงหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี เดินตามหลังประชาชนมากเกินไป ยิ่งภาวะวิกฤตแบบนี้ เราคาดหวังให้รัฐบาลเดินนำหน้า บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจะเตรียมพร้อมอย่างไร เดินนําหน้าประชาชน 1 ก้าว นำหน้าภาคธุรกิจ 2-3 ก้าว

เพราะที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่ท่านก็ออกมาบอกแล้วว่า วิกฤตครั้งนี้รุนแรง ขอให้ช่วยปรับตัว แต่ก็ช้าไป และจะเตรียมพร้อมสำหรับเดือนหน้าอย่างไร เช่น มาตรการสงกรานต์ เพิ่งออกมาไม่กี่วัน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะช่วยให้การเดินทางไม่สะดุดอย่างไร

นายวีระยุทธ กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มมาตรการล็อกดาวน์หลังสงกรานต์ เช่น การเปิด-ปิดปั๊มน้ำมันเป็นเวลา และมาตรการอื่น ๆ ที่อาจกระทบต่อชีวิตประจําวันของประชาชนนั้น เรื่องน้ำมันเป็นตัวอย่างว่า ตกลงเป็นปัญหากักตุนหรืออย่างไร เพราะก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรี บอกว่าใช้น้ำมันเหลือแค่ 40 กว่าล้านลิตร ข้อแรกต้องสงสัยก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบ มีการนำน้ำมันที่กักตุนออกมาใช้หรือไม่

"จึงอยากให้ตรวจสอบข้อมูลก่อน ไม่เช่นนั้นจะทําให้การวางแผนนโยบายถัดจากนี้มีปัญหา เราคิดว่าข้อมูลไอ้โม่งไม่ได้จบแค่ 57 ล้านลิตรแน่นอน เรื่องรถ 10,000 กว่าคันที่หายไป ไม่ติด GPS ที่ชัดเจนนั้น ก็ต้องมีข้อมูลตรวจสอบจริงจังก่อน เพราะ GPS ต้องติดทั้งเรือและรถ เพื่อตรวจสอบเรียลไทม์ได้แล้ว จะทําให้วางแผนข้อมูลน้ำมันหลังสงกรานต์ได้ดีขึ้น" นายวีระยุทธ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การอภิปรายนโยบายรัฐบาลต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จะมีไฮไลต์ทั้งเรื่องประเด็นเศรษฐกิจ และยังมีด้านอื่น ๆ เช่น สังคม ความมั่นคง

อ่านข่าว :

“รังสิมันต์” จี้รัฐบาลออกหมายแดงจับ “เบน สมิธ”

บางจาก แจงปมเรือขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง มีลูกค้าร่วมที่สิงคโปร์

รมว.แรงงานเผย เตรียมนำร่าง 3 ลูกเรือ “มยุรี นารี” กลับไทย สัปดาห์หน้า