คนไทยต้องได้ดู "บอลโลก" - นโยบาย Must Have ของทุกรัฐบาล

กีฬา
11:00
จำนวนผู้ชม 460
คนไทยต้องได้ดู "บอลโลก" - นโยบาย Must Have ของทุกรัฐบาล
Botnoi Voice
หลังคำพูดสั้นๆ ที่ออกจากปาก "อนุทิน" เรื่องคนไทยต้องได้ดู "บอลโลก" ปีนี้ เพราะทุกรัฐบาลทำได้ รัฐบาลนี้ก็ต้องทำได้ ทำให้หลายคน ตั้งข้อสงสัย ถึงที่มาของแหล่งเงินทุน ในการที่จะนำไปซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ที่คาดว่าจะพุ่งไปถึง 1,500-2,000 ล้านบาท

ยังเป็นที่จับตาถึงแหล่งที่มาเงินทุน ในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.2569 ที่ประมาณการว่า น่าจะพุ้่งสูงถึง 1,500-2,000 ล้านบาท เพิ่มจากการแข่งขันครั้งล่าสุด ในปี 2022 ที่ 1,200 ล้านบาท (หากรวมค่าดำเนินการอื่นๆ จะอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท) ค่อนข้างมาก เนื่องจาก การแข่งขันในปีนี้ มีการเพิ่มจำนวนทีม จากเดิม 32 ทีม เป็น 48 ทีม ทำให้จำนวนเกมการแข่งขัน เพิ่มจาก 64 นัด เป็น 104 นัด

เราไปดูค่าลิขสิทธิ์บอลโลก ในปี 2022 กัน ตอนนั้น "รัฐบาลลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เม็ดเงินหลัก 600 ล้านบาท จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจ่ายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลโลก อยู่ในกฏ Must Have ที่ประกาศโดย กสทช.

แต่ทว่า เมื่อ 16 พ.ค.2568 กสทช. ได้ประกาศถอดการแข่งขันฟุตบอลโลก ออกจากกฏดังกล่าวแล้ว กล่าวคือ ไม่บังคับการถ่ายทอดสดฟรีทีวี ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ชมต้องจ่ายเงินเพื่อรับชมผ่านทางเอกชนผู้ถือลิขสิทธิ์แทน

เหตุผลหลัก ที่ กสทช. ตัดสินใจถอดการแข่งขันฟุตบอลโลก ออกจากกฏ Must Have เพราะมองว่า ค่าลิขสิทธิ์สูงเกินจริง และใช้งบประมาณภาครัฐสูงเกินความจำเป็น รวมถึงทีมชาติไทยไม่ได้เข้ารอบสุดท้าย ทำให้มองว่าไม่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม กฏ Must Have ยังคงเหลือกีฬาสำคัญอีก 6 รายการ ประกอบด้วย ซีเกมส์, อาเซียนพาราเกมส์, เอเชียนเกมส์, เอเชียนพาราเกมส์, โอลิมปิกเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์

ดังนั้นในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 หากรัฐบาล ต้องการถ่ายทอดสดฟรีทีวี กสทช. ก็มีสิทธิ์ปฏิเสธการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 600 ล้านบาท เพื่อการซื้อลิขสิทธิ์สำหรับการถ่ายทอดสดได้

ย้อนไปดูค่าลิขสิทธิ์ปี 2022 อีกครั้ง หลังจากภาครัฐ ได้งบสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส.จำนวน 600 ล้านบาทแล้ว ที่เหลืออีกประมาณ 700 ล้านบาท เป็นหน้าที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่ไปขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มทรูฯ 300 ล้านบาท/ ไทยเบฟเวอร์เรจ 100 ล้านบาท/ ปตท. 100 ล้านบาท/ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) 50 ล้านบาท/ ธนาคารกสิกรไทย 50 ล้านบาท/ บางจาก 50 ล้านบาท/ ปตท.โออาร์ 20 ล้านบาท/ ไทยออยล์ 20 ล้านบาท และโกลบอล เพาเวอร์ฯ 10 ล้านบาท

ค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022

ค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022

ล่าสุดเมื่อ 6 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ถึงความคืบหน้าเรื่องการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ว่าดำเนินการแล้วหรือยัง ได้คำตอบว่า "กำลังหาวิธีการ" โดยนายอนุทิน ย้ำว่า รัฐบาล คงไม่สามารถซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดสดด้วยตนเอง แต่จะพยายามอำนวยความสะดวก ประสานงาน และแสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชน ในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 กำหนดจัดแข่งขันระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.2569 และเป็นครั้งแรกที่เพิ่มจำนวนทีมเป็น 48 ทีม เข้าแข่งขัน รอบแรกแบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งแบบพบกันหมด รวมทั้งหมดจนถึงรอบชิงชนะเลิศ จะมีการแข่งขัน 104 นัด และมี 3 ชาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพ คือ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก

แม้ว่าทีมชาติไทย จะยังไม่มีโอกาสได้ไปบอลโลกสักครั้ง

แต่แฟนบอลชาวไทย ได้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ผ่านฟรีทีวี มาแล้ว 50 ปี!

อ่านข่าว

"คอบอลชาวไทย" เฮลั่น “อนุทิน” ยันปีนี้ คนไทยต้องได้ดู ฟุตบอลโลก 2026

ฟีฟ่าเพิ่มรางวัล ฟุตบอลโลก 2026 แชมป์รับ 1,640 ล้านบาท ตกรอบแรกยังได้เงิน

นักสะสมสติกเกอร์ เตรียมเงินให้ดี ฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดตัวคอลเลคชั่นใหญ่