ปี 2568 ไทยยังครองอันดับ 2 ของโลกผู้ส่งออกน้ำตาลและผลิตภัณฑ์ อีกทั้งเป็นแหล่งนำเข้าน้ำตาลแปรรูปอันดับ 1 ในจีน เนื่องจากราคาน้ำตาลในจีนค่อนข้างสูง โดยกลุ่มอาเซียน ไทยถือเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำตาลแปรรูปสูงถึง 49 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 30 ถูกส่งออกไปจีน รวมทั้งเกาหลีใต้-ใต้หวัน ตามสัดส่วน
ขณะที่น้ำตาลทราย ยังเป็นสินค้าที่ไทยส่งออกมากสุดเป็นอันดับ 1 รองจากบราซิลและอินเดีย หลังสหรัฐอเมริกา อิสราเอลและอิหร่าน เริ่มทำสงคราม เมื่อเดือนก.พ.2569 “น้ำตาล” ซึ่งเป็นสินค้ายุทธปัจจัยเผชิญภาวะปั่นป่วนครั้งใหญ่ เมื่อราคาน้ำตาลดิบในตลาด ICE นิวยอร์กพุ่งขึ้นสูงสุด 3% ในช่วงต้นเดือนมี.ค.ก่อนปิดตลาดที่ 13.91 เซนต์ต่อปอนด์ น้ำตาลขาวปิดตลาดที่ 413.60 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มขึ้น 1.4%
เส้นทางส่งออก "น้ำตาลไทย" สัมพันธ์ (ลับ) ทุนไทย-กัมพูชา
ส่งออก“น้ำตาล” ชะลอตัว พิษสงครามสหรัฐ- อิหร่าน
นักวิเคราะห์ชี้ว่าสงครามครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำตาลโลกผ่าน 3 ทางพร้อมกัน เนื่องจากบราซิล ยักษ์ใหญ่ผู้ส่งออกน้ำตาลเบนเข็มสู่เอทานอล เพื่อทดแทนพลังงานอย่างน้ำมัน ส่งผลกระทบต่ออ้อยที่นำไปผลิตน้ำตาลมีสัดส่วนลดลง ทำให้ปริมาณน้ำตาลลดลง 1-2 ล้านตัน และอินเดียก็จะได้อานิสงส์จากภาวะส่งออกที่ชะลอตัว ความตึงเครียด ในสังคมอ่าวเปอร์เซีย ทำให้การส่งออกไปตลาดหลักอย่างกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับชะงักงัน เช่นกัน
เส้นทางส่งออก "น้ำตาลไทย" สัมพันธ์ (ลับ) ทุนไทย-กัมพูชา
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ชี้ว่าสมรภูมิการแข่งขันของธุรกิจน้ำตาลทรายSCB EIC อุตสาหกรรมน้ำตาลไทยปี 2568 มีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดในระดับสูง ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย อุตสาหกรรมน้ำตาล ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจากภาครัฐ โดยผู้ที่จะสามารถดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายได้ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นโดยภาครัฐ เช่น จุดที่ตั้งโรงงานต้องห่างจากโรงงานน้ำตาลที่ได้รับใบอนุญาตไว้แล้วไม่น้อยกว่า 50 กิโลเมตร หรือต้องเตรียมปริมาณอ้อยเข้าสู่โรงงานไม่น้อยกว่า 50% ของกำลังการผลิต ส่งผลให้การเข้ามาแข่งขันของผู้ประกอบการรายใหม่เป็นไปได้ยาก
นอกจากนี้ การเข้ามาประกอบธุรกิจน้ำตาลในไทยของบุคคลต่างด้าว ก็จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี และการนำเข้าน้ำตาลจะต้องได้รับการอนุมัติจากภาครัฐ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยไม่ต้องเผชิญการแข่งขัน ทั้งจากผู้เล่นต่างชาติ และผู้เล่นรายใหม่
เส้นทางส่งออก "น้ำตาลไทย" สัมพันธ์ (ลับ) ทุนไทย-กัมพูชา
ข้อมูลชี้ว่า ปีการผลิต 2566/2567 มีโรงงานน้ำตาลเปิดหีบผลิตน้ำตาลจำนวน 57 โรงงาน (ปีการผลิต 67/68 จะมีโรงงานเปิดเพิ่มอีก 1 โรงงาน) โดยกว่า 75% ของโรงงานทั้งหมดหรือ 43 โรงงาน อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ 13 กลุ่มบริษัท ในขณะที่อีก 14 โรงงานเป็นโรงงานอิสระ
ซึ่งในปีการผลิต 66/67 กลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ 5 อันดับแรก ครองส่วนแบ่งตลาดปริมาณการผลิตน้ำตาลรวมกันสูงถึงราว 54% ซึ่งกลุ่มมิตรผล มีส่วนแบ่งตลาดมากเป็นอันดับ 1 (23.9%) ตามมาด้วยกลุ่มไทยรุ่งเรือง (9.1%) โคราช (8.9%) ท่ามะกา หรือ KSL (6.4%) และไทยเอกลักษณ์หรือ KTIS (5.8%) ในขณะที่น้ำตาลครบุรี (KBS) และน้ำตาลบุรีรัมย์ (BRR) มีส่วนแบ่งตลาด 4.6% และ 3.1% ตามลำดับ
โรงงานน้ำตาล จะเน้นการแข่งขันในด้านการจัดหาวัตถุดิบอ้อยเป็นหลัก โดยปริมาณอ้อยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้การแข่งขันลดลง ผลผลิตน้ำตาล และผลพลอยได้สูงขึ้น ส่งผลดีต่อกำไรของผู้ประกอบการในปี 2568 ในปัจจุบันอุตสาหกรรมน้ำตาลมีกำลังการผลิตมากกว่าปริมาณอ้อยในประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแข่งขันกันจัดหาอ้อยมาป้อนโรงงานให้ได้มากที่สุด เพื่อลดต้นทุนในการผลิตต่อหน่วยลง
โดยความรุนแรงในการจัดหาอ้อย จะขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตอ้อยในแต่ละปี ซึ่งในปีการผลิตที่ผ่านมา ปริมาณอ้อยปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง และภาคเหนือ ส่งผลให้การแข่งขันมีความรุนแรง ดังนั้นผู้ประกอบการจึงใช้วิธีทำสัญญาซื้อขายอ้อยล่วงหน้ากับชาวไร่อ้อย ทำให้ราคารับซื้ออ้อยสูงกว่าราคาอ้อยขั้นต่ำ ซึ่งจะมีปผลต่อการผลิตน้ำตาลและส่วนทำให้กำไรของโรงงานน้ำตาลปรับตัวลดลง
ลักลอบขน “น้ำตาล” ข้ามแดน หลังปิดด่านชายแดนไทย-เขมร
ทุก ๆ เดือน มิ.ย.-ก.ย. ของทุกปี ถือเป็นช่วงส่งออกน้ำตาลไปกัมพูชาของกลุ่มทุนอุตสาหกรรมน้ำตาลในไทย แต่หลังสงครามการสู้รบไทย-กัมพูชา ยุติลงเมื่อปี 2568 ด่านชายแดนและจุดผ่อนปรนทางทุกจุดถูกปิดถาวร ทำให้กัมพูชาต้องสั่งนำเข้าน้ำตาลทรายจากเวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ มาขายในราคาที่สูงกว่าซื้อจากไทยจึงส่งผลกระทบกับต้นทุน
ภาพจาก สำนักข่าว Khmer Times
สำนักข่าว Khmer Times กัมพูชา รายงานเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา Mao Thonin ผู้ว่าราชการจังหวัดกำปอต และประธานกองบัญชาการเอกภาพจังหวัด ได้นำกำลังเฉพาะกิจร่วมเข้าตรวจค้นและปราบปรามสถานที่เก็บและบรรจุน้ำตาลผิดกฎหมายในอำเภอทึกชู หลังได้รับข้อมูลมีการลักลอบขนสินค้าข้ามพรมแดน
ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติการดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่สถานที่แห่งหนึ่งในหมู่บ้านกำปงตน็อต ตำบลกูนสัต ซึ่งต้องสงสัยว่าแอบนำเข้าน้ำตาลจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายและซุกซ่อนไว้เพื่อทำการบรรจุใหม่ ผลการสืบสวนพบว่า สินค้าถูกเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ดูเหมือนเป็นสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากเวียดนาม เพื่อหลอกลวงเจ้าหน้าที่และตลาดภายในประเทศ
ภาพจาก สำนักข่าว Khmer Times
จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับการกระทำผิด พบกระสอบน้ำตาลที่เดิมมีฉลากภาษาไทย ถูกเปลี่ยนเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ใช้ภาษาเวียดนาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกปิดแหล่งที่มาที่แท้จริงของสินค้า
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีรายงานว่า ประเทศไทยส่งออกน้ำตาลทรายบริสุทธิ์ น้ำตาลทรายละเอียด น้ำตาลทรายชั้น 1 ให้กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนปริมาณสูงสุด ไปยัง กัมพูชา เมียนมา อินโดนีเชีย ตามลำดับ แต่พบว่า ราคาเฉลี่ยในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจะมีราคาเฉลี่ยต่อกิโลกรัมต่ำกว่าพื้นที่ส่งออกอื่น ๆ
แม้ไทยส่งออกสินค้าน้ำตาลชั้นดีให้กัมพูชาในปริมาณสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2555 มีราคาเฉลี่ยต่อกิโลกรัมที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดส่งออก และกัมพูชาส่งออกสินค้าน้ำตาลไปเวียดนาม อีกทั้งยังทำตลาดส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอื่น ๆ ของโลกอีกทอดหนึ่ง
กัมพูชา -เวียดนาม -มาเลเซีย “ลูกค้าอาเซียน”
ข้อมูลการค้าน้ำตาลโลกของสหประชาชาติ ประเมินว่า ภูมิภาคอเมริกาเหนือ สหรัฐอเมริกา เป็นตลาดผู้นำเข้ารายใหญ่สินค้าน้ำตาลจากจากฟิลิปปินส์ สำหรับกัมพูชา ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เวียดนามเป็นพื้นที่ปลายทางสินค้าสำคัญ โดยไทยส่งออกไปยังกัมพูชา
เส้นทางส่งออก "น้ำตาลไทย" สัมพันธ์ (ลับ) ทุนไทย-กัมพูชา
กัมพูชาส่งออกอีกทอดหนึ่งไปยังเวียดนาม และประเทศจีนเป็นประเทศปลายทางสินค้าสุดท้ายของเวียดนาม น้ำตาลอื่น ๆ ที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีท (หัวบีทน้ำตาลเป็นพืชที่มีรากซึ่งมีซูโครสเข้มข้นสูงและปลูกในเชิงพาณิชย์เพื่อผลิตน้ำตาล ในการปรับปรุงพันธุ์พืช) ซึ่งประเทศปลายทางสินค้า คือ กัมพูชา และมาเลเซีย
สำหรับเส้นทางการค้าน้ำตาลจากไทย-กัมพูชา มีข้อมูลระบุว่า กลุ่มทุนน้ำตาลของไทยหลายแห่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่มทุน L.Y.P Group ซึ่งเป็นของ ลี ยง พัด (Ly Yong Phat) หรือพัด สุภาภา เจ้าของบริษัท พนมเปญ ชูการ์ (Phnom Penh Sugar Co., Ltd.) หนึ่งในผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของกัมพูชา ดำเนินกิจการสวนอ้อยและโรงงานแปรรูปน้ำตาลขนาดใหญ่ จังหวัดกำปันสปือ (Kampong Speu) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
เมื่อเดือนก.ย. 2568 กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา มีมาตรการคว่ำบาตรธุรกิจของ “ลี ยง พัด” ข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงาน และหลอกให้ลงทุนผ่านระบบออนไลน์ภายใต้กฎหมายสากลแมกนิตสกี (Global Magnitsky Act)
28 ต.ค.2568 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ถอนสัญชาติไทยของพัด หลังพบพฤติการณ์เชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลที่กระทำการฉ้อโกงประชาชน การค้ามนุษย์ และการหลอกลวงทางไซเบอร์ เขามีทรัพย์สินในไทยกว่า 70 ล้านบาท
ยังไม่มีคำตอบว่า การจับกุมน้ำตาลทรายจำนวนมากในจังหวัดกัมปอต กัมพูชา ซึ่งมีรายงานระบุว่าสินค้าถูกเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ดูเหมือนเป็นสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากเวียดนาม แต่ข้อเท็จจริงเป็นกระสอบน้ำตาลเดิม ทว่าฉลากเป็นภาษาไทย จึงมีคำถามสำคัญว่า กระสอบน้ำตาลทั้งหมดเป็นของบริษัทใด มีเบื้องหลังเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับใคร ทั้ง ๆ ที่ด่านชายแดนและจุดผ่อนปรนชั่วคราวยังปิดอยู่ แต่ถูกขนข้ามแดนได้อย่างไร และปลายทางเส้นทางการค้าอยู่ที่ไหน
อ่านข่าว
“เอลนีโญ” ปีนี้ไม่น่าห่วง จับตา "วิกฤตปุ๋ยขาดแคลน" ฉุดผลผลิตข้าวไทยหาย 5 ล้านตัน
