นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจ คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังสุ่มตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. – 2 ก.ค.2569 “บุคคล” ที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” มีคะแนนเป็นอันดับ 2 รองจาก “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ขณะที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”และ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” อยู่ในอันดับ 3 และ 4 มีคำถาม เหตุใดความนิยมของ “อนุทิน” นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จึงลดลงฮวบฮาบ
ทั้งที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย เพิ่งทำหน้าที่ได้เพียง 3 เดือน แต่กลับมีหลายประเด็นร้อนที่ทำให้เสียรังวัด เช่น คดีฮั้วสว., คดีที่ดินเขากระโดง คดีซุกหุ้น และโครงการ TH-AI PASSPORT ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจไม่คุ้มทุนเนื่องจากใช้งบประมาณสูงเกินความจำเป็น
โกงสอบท้องถิ่น-ชี้มูล "บ้านใหญ่สตูล" มรสุมภูมิใจไทย หยิกเล็กเจ็บเนื้อ
ตามติดคดีล่าสุด “โกงสอบท้องถิ่น” ปี 2568 จากปม “ข้อสอบรั่ว-คะแนนผิดปกติ” ขยายไปสู่กลโกงการ “จัดสอบ” ที่ผิดปกติตั้งแต่เริ่มต้นการเปิดรับสมัคร การบริหารจัดการ ของกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทำให้เกิดความเสียหายสูง 4,500 ล้านบาท
แต่จนถึงขณะนี้ นอกจากตรวจสอบของ ป.ป.ช. CIB และคำสั่งสำนักนายกที่ 263/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ที่มี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ และพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นกรรมการ พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้อง ยังไม่ปรากฏชัดว่า “ข้าราชการ” ระดับ “บิ๊ก” เบอร์ใหญ่ “มหาดไทย” มีใครบ้างอยู่ในลิสต์ ที่จะถูกแจ้งความดำเนินคดีอาญาและอคดีทุจริตหรือไม่
คดี “โกงสองท้องถิ่น” กลิ่นควันยังอบอวล เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบขยายผลความเชื่อมโยงระหว่าง “บุคคล-กลุ่มบุคคล -ฝ่ายการเมือง-ข้าราชการ-เส้นเงิน แต่คดี “ความใหญ่” ที่เกิดขึ้นกับเครือข่ายทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยก็เข้าแทรก หลัง “บ้านใหญ่สตูล” ตระกูลเลียงประสิทธิ์” เมื่อ สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ และ สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดคดีการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ
ตามที่ “สุรพงษ์ อินทรถาวร” เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงเมื่อวันที่ 6 ก.ค.2569 ว่า บอร์ดป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด “โกเตี๋ยน” สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูล, มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 77 วรรคสาม, ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา และ “โกเกียรติ” สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ มีมูลความผิดทางอาญา ในฐานะ ผู้สนับสนุน ในคดีไม่บอกเลิกจ้างเอกชน ในโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.ควนโดน จ.สตูล ปีงบประมาณ 2559 วงเงิน 29 ล้านบาท ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า ไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามแผนได้ทุกครั้ง ที่ประชุม ให้บอกเลิกสัญญา แต่นายกฯ อบจ.กลับให้ผ่อนปรนเอกชน พร้อมจัดทำแผนใหม่มาโดยตลอด
โกงสอบท้องถิ่น-ชี้มูล "บ้านใหญ่สตูล" มรสุมภูมิใจไทย หยิกเล็กเจ็บเนื้อ
ป.ป.ช.ไต่สวนพบว่า แม้ผู้รับจ้างดำเนินงานล่าช้ามากและส่งงานได้เพียงร้อยละ 25.79 เมื่อสิ้นสุดสัญญา แต่ โกเตี๋ยน “สัมฤทธิ์” กลับสั่งผ่อนปรนและยืดเวลานานกว่า 6 ปี จนเกิดค่าปรับสะสมเกินร้อยละ 213 เป็นมูลค่ากว่า 58 ล้านบาท จึงให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตาม พ.ร.บ.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป
สำหรับ“โกเตี๋ยน” สัมฤทธิ์ นายก อบจ.สตูล เป็นพี่ชายของ “โกเกียรติ” หรือ สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ เจ้าของค่ายมวยเกียรติเจริญชัย, บริษัทเกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด, “บิดาของ “โกแพ” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เป็นสส.สตูล 3 สมัย ปัจจุบันเป็นรมช.มหาดไทย (มท.4)
โกงสอบท้องถิ่น-ชี้มูล "บ้านใหญ่สตูล" มรสุมภูมิใจไทย หยิกเล็กเจ็บเนื้อ
“วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์” รมช.มหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้ดูแลคดีทุจริตโกงสอบท้องถิ่น"ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล การชี้มูลของป.ป.ช.คดีดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎ และทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกระบวนการที่ทุกคนต้องเข้าไปสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
ส่วนจะมีผลต่อคะแนนนิยมหรือไม่นั้น มท.4 กล่าวว่า คนละเรื่องกัน คะแนนนิยมอยู่ที่ผลงานหากตนทำงานไม่ดีคะแนนนิยมก็ไม่ดีอยู่แล้ว ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องไปกังวล…และจะไม่ส่งผลกระทบการทำงานแน่นอน เพราะไม่ใช่สิ่งที่ตนทำ ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไปพิสูจน์ในกระบวนการ
คะแนนนิยมส่วนตัวของนายกฯที่ลดลง ทั้งจากคดีโกงสอบท้องถิ่น -ป.ป.ช.ชี้มูลบ้านใหญ่เมืองสตูล ถือเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่พุ่งเข้าใส่ พรรคภูมิใจไทยภายใต้การกำกับ “อนุทิน” นายกฯและรมว.มหาดไทย อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะอย่างไรเสีย หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ
หมายเหตุ:การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต( ป.ป.ช.) ยังไม่ถือเป็นที่สุด ตามกฎหมาย ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
อ่านข่าว
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด "พนม-นพรัตน์" 2 อดีต ผอ.พศ. ทุจริตงบอุดหนุนวัด
คกก.สอบข้อเท็จจริงเรียก "พิชิต" ให้ข้อมูล 3 ก.ค. ปมทุจริตสอบท้องถิ่น
ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต ออกใบอนุญาตโรงแรมเอื้อเอกชน-ไร้ EIA

