วันนี้ (25 พ.ค.2569) สำนักข่าวท้องถิ่น จ.เพชรบูรณ์ รายงานความคืบหน้ากรณีดรามาในสื่อสังคมออนไลน์ ภายหลังอินฟลูเอนเซอร์และเจ้าของกิจการร้านอาหารในเพชรบูรณ์ หรือที่รู้จักกันในนาม "ลุงโทนี่" ได้ทำการเผยแพร่คลิปวิดีโอเนื้อหาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความปลอดภัยของพืชผลทางการเกษตร
โดยระบุว่าตนเองได้นำกะหล่ำปลีไปให้สัตว์ที่เลี้ยงไว้บริโภค และเป็นเหตุให้ควายเผือกจำนวน 7 ตัว รวมถึงลูกนกกระจอกเทศอีกจำนวนหนึ่งล้มตายลงในเวลาต่อมา พร้อมทั้งตั้งคำถามไปยังสาธารณชนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากสารพิษหรือสารเคมีตกค้างในกะหล่ำปลีหรือไม่
การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีที่มองว่าข้อมูลนี้อาจสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ล่าสุด ลุงโทนี่ ได้ออกมาทำการถ่ายทอดสดหรือไลฟ์สดผ่านช่องทางส่วนตัวเพื่อตอบโต้และชี้แจงต่อกระแสสังคม โดยระบุว่าตนเองไม่มีเจตนาที่จะให้ร้ายหรือทำลายชื่อเสียงของกลุ่มบุคคลใด การออกมาพูดเป็นเพียงการถ่ายทอดมุมมองจากประสบการณ์และความสูญเสียส่วนตัวเท่านั้น พร้อมทั้งขอความกรุณาให้ผู้บริโภคข่าวสารใช้วิจารณญาณอย่างรอบด้านและไม่พึงตัดสินผู้อื่นจากข้อมูลเพียงด้านเดียว
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของผู้สื่อข่าว ณ ตลาดผักพ่อขุน หรือตลาดผักเสียงอดิศร ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าส่งพืชผักขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่ได้ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อระบบเศรษฐกิจการค้าผักแต่อย่างใด
นายสรายุทธ บุญประคอง พ่อค้ารับซื้อและกระจายส่งผักรายใหญ่ใน จ.เพชรบูรณ์ ได้ให้การยืนยันว่า กระแสดรามาของอินฟลูเอนเซอร์คนดังกล่าวยังไม่มีนัยสำคัญที่จะสั่นคลอนความต้องการของตลาด สะท้อนได้จากราคากะหล่ำปลีล่าสุดที่มีการปรับตัวขยับราคาเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมถุงละ 10 กิโลกรัม ราคาอยู่ที่ประมาณ 40-50 บาท ปัจจุบันพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ราคาถุงละ 60 บาท ซึ่งสภาวการณ์ดังกล่าวเป็นไปตามกลไกและความต้องการของตลาดตามปกติ
นอกจากนี้ นายสรายุทธ ยังได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในแต่ละวันยังคงมีรถขนส่งขนาดใหญ่เดินทางมารับซื้อและกระจายผลผลิตกะหล่ำปลีออกสู่ต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 6-7 คัน โดยมีปลายทางหลักอยู่ที่กลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อาทิ จ.หนองคาย อุบลราชธานี สกลนคร นครราชสีมา และ ขอนแก่น คิดเป็นปริมาณรวมสูงถึงวันละ 10-20 ตัน
อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดความชัดเจนและป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจขยายวงกว้างจนกระทบต่อภาคเกษตรกรรมในระยะยาว ตนมีความเห็นว่า ลุงโทนี่ ควรประสานงานไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรง โดยเฉพาะสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด เพื่อส่งเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดำเนินการตรวจสอบซากสัตว์และพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์หาสาเหตุการตายที่แท้จริงของควายเผือกและนกกระจอกเทศ เพื่อสร้างความกระจ่างและเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่ายในสังคมต่อไป
อ่านข่าวอื่น :
"สุริยะ" มีอาการวูบ หมดสติ หามส่ง รพ. แพทย์ทำ CPR - พ้นขีดอันตราย
สมาคมตะกร้อไทยโต้เดือด ยันไม่ได้วอล์กเอาต์แต่รับไม่ได้กับการตัดสิน
เปิดภาพภายในถ้ำเหมืองลาว ทางแคบ-น้ำสูง-โคลน ทีมกู้ภัยเร่งช่วย 7 ชีวิต










