นาซาเปิดพิมพ์เขียว "ฐานบนดวงจันทร์" แห่งแรกของมนุษยชาติ

วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
18:37
จำนวนผู้ชม 39
Thai PBS
นาซาเปิดพิมพ์เขียว "ฐานบนดวงจันทร์" แห่งแรกของมนุษยชาติ
นาซา เปิดพิมพ์เขียวสร้าง "Moon Base" ฐานถาวรบน "ดวงจันทร์" แห่งแรกของมนุษยชาติ บริเวณขั้วใต้ หวังปักหมุดความเป็นผู้นำอวกาศ ท่ามกลางการแข่งขันด้านอวกาศที่เข้มข้นขึ้นกับจีน

ดวงจันทร์กำลังกลับมาเป็นสมรภูมิแข่งขัน อิทธิพลของมหาอำนาจโลกอีกครั้ง หลังถูกทิ้งห่างจากความสนใจมาหลายทศวรรษ และแต่ครั้งนี้เป็นการขับเคี่ยวระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีน ที่ต่างเร่งผลักดันภารกิจนอกโลก

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ชิงความได้เปรียบด้วยการกางแผนแบบละเอียด "สร้างฐานบนดวงจันทร์" หรือ "Moon Base" โดยจัดแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่ออธิบายแผนการสร้างฐานดวงจันทร์แบบถาวร แห่งแรกของอเมริกาและของมนุษยชาติ บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ หลังจากเมื่อเดือน มี.ค. ประกาศทุ่มงบกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อผลักดันโครงการดังกล่าว

นาซาเปิดพิมพ์เขียว "ฐานบนดวงจันทร์" แห่งแรกของมนุษยชาติ

นาซาเปิดพิมพ์เขียว "ฐานบนดวงจันทร์" แห่งแรกของมนุษยชาติ

จาเรด ไอแซกแมน มหาเศรษฐีผู้หลงใหลด้านอวกาศ ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เลือกให้กุมบังเหียนนาซา กล่าวว่า ภารกิจดังกล่าวจะเป็นโอกาสอันดีที่สหรัฐฯ จะได้ศึกษาเกี่ยวกับดวงจันทร์ สร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการอยู่อาศัย พัฒนาทักษะการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่อันตราย และต่อยอดไปสู่การเตรียมการเพื่อท่องอวกาศลึก รวมถึงดาวอังคารด้วย

ภายใต้โครงการ Artemis พิมพ์เขียวฐานดวงจันทร์ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 จะกินเวลาจนถึงปี 2029 จะเน้นส่งนักบินอวกาศและหุ่นยนต์ชุดแรก ขึ้นสำรวจพื้นที่ใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์

จากนั้นในระยะที่ 2 จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2029-2032 จะเริ่มวางระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ระบบพลังงาน เครือข่ายขนส่ง และเทคโนโลยีการขุดเจาะทรัพยากรเพื่อที่มนุษย์จะได้ไปใช้ชีวิตบนดวงจันทร์ได้ในระยะยาว เพื่อปูทางสู่ระยะที่ 3 หลังปี 2032 ที่นักบินอวกาศจะสามารถใช้ชีวิต และทำการทดสอบทางวิทยาศาสตร์บริเวณที่พักอาศัย ซึ่งเป็นที่หลบภัยจากรังสี อุณหภูมิสุดขั้ว และอุกกาบาตขนาดเล็ก ขณะที่ระบบพลังงานบนดวงจันทร์ จะอาศัยพลังงานแสงอาทิตย์กับพลังงานนิวเคลียร์

ขณะที่การเดินทางบนพื้นผิวดวงจันทร์จะใช้ "รถโรเวอร์" สำหรับภารกิจทั่วไป ซึ่งจะมีใช้งานหลายรุ่นจากหลายบริษัท และ "โดรนกระโดด" หรือ Hopping drone ที่ขับเคลื่อนด้วยจรวดเพื่อสำรวจพื้นที่ล้อวิ่งไม่ได้ ส่วน Lunar Gateway จะเป็นเสมือนสถานีอวกาศขนาดย่อม ลอยอยู่บนวงโคจร สำหรับการลงจอดบนดวงจันทร์ และทำภารกิจในห้วงอวกาศลึก

นาซาเปิดพิมพ์เขียว "ฐานบนดวงจันทร์" แห่งแรกของมนุษยชาติ

นาซาเปิดพิมพ์เขียว "ฐานบนดวงจันทร์" แห่งแรกของมนุษยชาติ


นาซาเตรียมตั้งฐาน เปิดศึกชิงดวงจันทร์?

นาซายังทำสัญญากับบริษัทอเมริกัน 4 ราย รวมถึง Blue Origin และ Astrolab มูลค่ารวมหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อพัฒนายานพาหนะ ทั้งโรเวอร์ โดรน และ landers ใช้ทำภารกิจสำรวจดวงจันทร์ที่ฐานนอกโลก โดยฐานดังกล่าวคาดว่า อาจจะครอบคลุมพื้นที่ขั้วใต้บนดวงจันทร์หลายตารางกิโลเมตร

นอกจากนี้ นาซายังอาจจะประจำการโดรนบินตรวจในหลายจุดรอบฐานด้วย เสมือนเป็นการกำหนดเขตแดนป้องกันการแทรกแซงจากยานอวกาศ หรืออุปกรณ์อื่นใดของต่างชาติที่ปฏิบัติการอยู่ในบริเวณใกล้เคียง หลังจากจีนเองก็มีแผนสร้างฐานบนดวงจันทร์บริเวณขั้วใต้ด้วยเช่นเดียวกัน

พื้นที่ขั้วใต้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า อาจมีน้ำแข็งสะสมอยู่ในบริเวณที่ไม่เคยได้รับแสงอาทิตย์มานานหลายพันล้านปีและหนาวสุดขั้ว หมายถึงทรัพยากรที่อาจจะเหมาะแก่การอยู่อาศัย หรือทำภารกิจค้นคว้าอวกาศในระยะยาว โครงการ Artemis ส่วนใหญ่จึงโฟกัสไปที่พื้นที่ขั้วใต้

ความเร่งรีบของสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งมาจากการไล่บี้ของจีน ที่พัฒนาโครงการอวกาศอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2019 จีนกลายเป็นชาติแรกที่ส่งยานฉางเอ๋อ-4 ลงจอดที่ด้านมืดหรือด้านไกลของดวงจันทร์สำเร็จ

หากมองเฉพาะโครงการดวงจันทร์ สหรัฐฯ มีกำหนดทำภารกิจเร็วกว่าจีน อย่างการเหยียบดวงจันทร์ จีนตั้งเป้าปักธงชาติภายในปี 2030 ช้ากว่าสหรัฐฯ 2 ปี แต่หากประเมินจากระยะเวลาในการพัฒนาโครงการอวกาศของจีนเทียบกับสหรัฐฯ แล้ว ไม่แปลกใจเลยที่โลกจะละสายตาไปจากจีนไม่ได้ ขณะที่จีนเองก็มีแผนจับมือกับรัสเซีย เปิดสถานีวิจัยดวงจันทร์ระหว่างประเทศในปี 2035

แบบจำลองขนาดเล็กของยานสำรวจดวงจันทร์ (จากซ้ายไปขวา) ยานลงจอดบนดวงจันทร์ Blue Origin Mark 1, รถสำรวจดวงจันทร์ Astrolab, รถสำรวจดวงจันทร์ Lunar Outpost Pegasus และยาน Firefly Elytra Dark เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026

แบบจำลองขนาดเล็กของยานสำรวจดวงจันทร์ (จากซ้ายไปขวา) ยานลงจอดบนดวงจันทร์ Blue Origin Mark 1, รถสำรวจดวงจันทร์ Astrolab, รถสำรวจดวงจันทร์ Lunar Outpost Pegasus และยาน Firefly Elytra Dark เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026


ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จีนอัดฉีดงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปกับโครงการด้านอวกาศ ซึ่งพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนทัดเทียมผู้เล่นหน้าเก่า ทั้งยุโรป รัสเซีย และ สหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นการส่งรถรถโรเวอร์ขนาดเล็ก วิ่งบนพื้นผิวดาวอังคารได้แล้ว ยังเริ่มใช้งานสถานีอวกาศเทียนกงที่สร้างขึ้นเองด้วย หลังจากสหรัฐฯ สั่งห้ามนาซาร่วมมือกับจีน ทำให้จีนถูกขับออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS ตั้งแต่ปี 2011

ล่าสุดจีนเพิ่งส่งนักบินอวกาศชุดใหม่ ขึ้นประจำการบนสถานีเทียนกง โดยมีแผนให้อยู่บนนั้นนานถึง 1 ปี เพื่อศึกษาถึงผลกระทบในการอยู่นอกโลกเป็นระยะเวลานาน สำหรับเตรียมความพร้อมในการทำภารกิจดวงจันทร์และดาวอังคารในอนาคต

ย้อนคดี "นาฬิกายืมเพื่อน" หลังศาลสั่งจำคุก 3 ปี อดีต 2 ป.ป.ช.

จนท.กู้ภัยแจ้งพบแล้ว 5 คน ติดถ้ำในลาว อาการปลอดภัยดี – เร่งค้นหาอีก 2 คน

นายกฯ เปิดงาน "THAIFEX–ANUGA ASIA 2026" ดันไทยฮับอาหารโลก