วันนี้ (27 พ.ค.2569) นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการร่วมประชุมสภาในวันที่ 28 พ.ค.นี้ว่า จะเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ค.) พร้อมยืนยันไม่กังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเว็บพนันและร่วมกันฟอกเงิน และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อต่อสู้คดี ขณะนี้เหลือไม่กี่วันจะปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้ว จึงขอทำหน้าที่ในสภาฯ ให้เสร็จสิ้นก่อน
นายชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า ทันทีที่ปิดสมัยประชุมสภาฯ จะเข้าไปให้ปากคำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตามที่มีการร้องขอมา ซึ่งเป็นเรื่องเดิมตามข้อกล่าวหา ไม่ใช่เรื่องใหม่ และขณะนี้ตามกฎหมายมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง สส.ได้ อยากให้ประชาชนที่ยังเข้าใจผิด ได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง
เปิดแนวทางสภาฯ ลงมติกรณี "ชนนพัฒฐ์"
DSI ส่งหนังสือด่วนถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเรียกตัวนายชนนพัฒฐ์ไปสอบสวนเพิ่มเติมในระหว่างที่ยังอยู่ภายใต้ "เอกสิทธิ์คุ้มครอง" ของสมัยประชุมสภาฯ
เอกสิทธิ์คุ้มครอง เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ระบุไว้ว่า ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ ควบคุมตัว ในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญา "เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาฯ" ซึ่งตามหลักการ สามารถเกิดผลลัพธ์ได้ 3 แนวทาง คือ
สภาลงมติ "อนุญาต" ดีเอสไอนำตัวไปสอบสวนได้ทันที, "ไม่อนุญาต" ต้องชะลอไว้จนกว่าจะปิดสมัยประชุมสภาฯ และกรณี "ไม่เปิดการลงมติ" หรือ สส.ประกาศแสดงความจำนงต่อที่ประชุมสภาฯ ว่าพร้อมจะไปพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง โดยไม่ขอใช้ความคุ้มกัน DSI สามารถนัดหมายสอบสวนต่อนอกเวลาประชุมสภาฯ ได้ โดยสภาฯ ไม่จำเป็นต้องใช้มติบังคับส่งตัว
รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองว่า มาตรการทางกฎหมายที่ให้การคุ้มกัน สส.นั้น มีไว้เพื่อการป้องกันการถูกกลั่นแกล้งรังแก แต่สภาฯ ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี หากสภาฯ ไม่พิจารณาก็จะไม่เกิดบรรทัดฐานที่เหมาะสม และเชื่อว่าครั้งนี้สภาฯ อาจไม่มีมติ เพราะอาจไม่ต้องการให้มติเป็นบรรทัดฐานต่อคดีอื่น ๆ ในอนาคต
อ่านข่าว :
ย้อนคดี "นาฬิกายืมเพื่อน" หลังศาลสั่งจำคุก 3 ปี อดีต 2 ป.ป.ช.










