เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

ภูมิภาค
15:25
จำนวนผู้ชม 23
Thai PBS
เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

วันที่ 22 ส.ค.2569

เกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีผู้ก่อเหตุวางระเบิดและเผาสถานที่ต่าง ๆ กว่า 50 แห่ง และขยายเรื่อยมาจนถึงเกือบ 100 จุด

หนึ่งในเหตุการณ์คืนนั้น เกิดขึ้นที่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส หลังเกิดเหตุการณ์ เผาสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลช้างเผือก (อบต.ช้างเผือก) เวลาประมาณ 19.50 น. หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจในพื้นที่

ต่อมาเวลา 21.39 น. นายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี พร้อมเพื่อนรวม 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ผ่านด่านตรวจหน้า สภ.จะแนะ ตำรวจระบุว่า ตรวจค้นทั้ง 4 คนแล้ว ไม่พบอาวุธปืนหรือยาเสพติด พบเพียงอุปกรณ์แคมป์ปิ้ง หลังออกจากด่าน ทั้ง 4 คน เดินทางต่อไปทาง ต.ช้างเผือก

เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

ช่วงประมาณ 21.00–22.00 น. นายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ให้ข้อมูลภายหลังว่า เห็นเฮลิคอปเตอร์บินในพื้นที่ และเมื่อเฮลิคอปเตอร์กลับมาอีกครั้ง ได้ยินเสียงปืน ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นจะกลับมาพร้อมนายซอและที่ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ผู้บาดเจ็บและเพื่อนให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุเห็นเฮลิคอปเตอร์บินอยู่ด้านบน ก่อนมีเสียงปืน และนายซอและถูกยิงเข้าที่บริเวณท้อง และถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจะแนะ ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

เวลา 22.07 น. พ.ต.อ.วีระศักดิ์ เพอแสละ ผกก.สภ.จะแนะ ระบุว่า ตำรวจได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลจะแนะว่า มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ตำรวจเดินทางไปตรวจสอบ และพบว่าเป็นนายซอและ ซึ่งก่อนหน้านั้นประมาณ 28 นาที กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 4 คน เพิ่งผ่านด่านตรวจ และไม่พบอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมาย

วันที่ 23 ส.ค.2569

พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา มีการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการทำงานและลาดตระเวนจริง แต่ไม่มีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์อย่างแน่นอน ส่วนข้อเท็จจริงจะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ เราให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายครับ

พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธยิงใส่ประชาชนในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พ.อ.เอกวริทธิ์ ระบุว่า จากการตรวจสอบกับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ยืนยันว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุมีเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินจริง แต่เป็นภารกิจลาดตระเวนและตรวจการณ์เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์

พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการใช้อาวุธยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์แต่อย่างใด โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจมาจากความเข้าใจผิดหรือข้อมูลที่คลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม กอ.รมน.ภาค 4 สน. จะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง

เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

วันที่ 24 ส.ค.2569

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ พร้อม นายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีต สส.นราธิวาส เดินทางไปเยี่ยมนายซอและ ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โดยนายกมลศักดิ์เรียกร้องให้มีการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ และเสนอให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

ประเด็นสำคัญคือ ไม่ได้สรุปว่า ทหารเป็นผู้ยิง แต่ตั้งคำถามว่า ยิงจากเฮลิคอปเตอร์จริงหรือไม่ และเสนอให้ใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นคำตอบ

นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะบาดแผลของนายซอและว่า ถูกยิงจริง แต่ไม่ระบุว่า "กระสุนถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์"

ด้าน นายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเผา อบต.ช้างเผือก เขาเข้าไปช่วย ช่วงประมาณ 21.00 น. เห็นเฮลิคอปเตอร์บินอีกครั้ง จากนั้นได้ยินเสียงปืน ต่อมากลุ่มวัยรุ่นกลับมาพร้อมนายซอและที่ได้รับบาดเจ็บ จึงนำส่งโรงพยาบาล

นายนูเซ็งระบุว่า ไม่ได้กล่าวหาว่า ทหารเป็นผู้ยิง แต่ต้องการให้ตรวจสอบ เพราะมีทั้งเฮลิคอปเตอร์และเสียงปืนเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้กัน

เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

วันที่ 25 ส.ค.2569

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงพื้นที่ อ.จะแนะ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายความมั่นคง เร่งตรวจสอบกรณีมีประชาชน ถูกยิงได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า ช่วงประมาณ 21.00-22.00 น. วันที่ 22 ส.ค.มีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับจากการตั้งแคมป์ก่อนเกิดเหตุยิงขึ้น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล นายรอมฎอนขอให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสตรวจสอบเหตุการณ์ และสื่อสารข้อเท็จจริงต่อสาธารณะโดยเร็ว

ส่วนข้อมูลทางคดีที่สำคัญมากคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบ หัวกระสุน M16 ขนาด 5.56 มม.

ปลอกกระสุน M16 จำนวน 3 ปลอก บริเวณโคนต้นยางบนเนินเขา ห่างจากจุดยิงประมาณ 10–15 เมตร

พบจุดร่องรอยกระสุนบนถนน 2 จุด จุดหนึ่ง 3 รอย อีกจุดเกือบ 10 รอย เจ้าหน้าที่ส่งหลักฐานทั้งหมดไปพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงเสื้อผ้าของนายซอและ เพื่อตรวจเขม่าดินปืนด้วย

ด้าน พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ระบุถึงกรณีนี้ว่า ขอให้รอผลการตรวจสอบจากพยานหลักฐานและนิติวิทยาศาสตร์ โดยข้อมูลทางการแพทย์เบื้องต้นพบว่า ผู้บาดเจ็บถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม. หรือ .22 มม. ไม่ใช่อาวุธสงคราม และต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งวิถีกระสุน มุมยิง ร่องรอยบาดแผล รวมถึงข้อมูลการบินของเฮลิคอปเตอร์

พร้อมย้ำว่า ไม่ควรตัดสินจากภาพหรือความรู้สึก แต่ต้องยึดข้อเท็จจริง เพราะหากดำเนินคดีกับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและทำให้สูญเสียความร่วมมือจากประชาชน

เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

ขณะที่มีการนำเสนอข้อมูลในสื่อหลายแห่งระบุว่า มาจาก “แหล่งข่าวความมั่นคง” ซึ่งเป็นทหารในพื้นที่ ให้ข้อมูลแบบไม่เปิดเผยชื่อว่า กระสุนที่ยิงนายซอและเป็นกระสุนจากปืน M16 A2 เป็นอาวุธประจำกายของทหารยศจ่า ทหารคนดังกล่าวนำอาวุธขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่บินสนับสนุนทางอากาศ

ลักษณะร่องรอยกระสุนบนถนนสอดคล้องกับการยิงจากด้านบน แต่ยังต้องรอผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ ขณะที่ วันเดียวกัน หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกแถลงการณ์ตอบโต้ ระบุว่า 1.เฮลิคอปเตอร์มีภารกิจจริง แต่เป็นการลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศ 2.บนเฮลิคอปเตอร์มีทหาร 4 นาย ประกอบด้วย นักบิน นักบินผู้ช่วย ฝ่ายอำนวยการ และช่างเครื่อง และระบุว่า ไม่มีนายทหารยศ “จ่า” 3.ไม่มีการนำอาวุธประจำกายขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เนื่องจากมีคำสั่งห้ามนำอาวุธประจำกายขึ้นอากาศยานโดยเด็ดขาด

จึงเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกับของทหารยศจ่าที่ไม่เปิดเผยชื่อ

ล่าสุด Anti-Fake News Center Thailand กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุถึงกรณีนี้ว่า ข่าววัยรุ่นถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ในพื้นที่หมู่บ้านกุมุง ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เป็นข่าวปลอม ยืนยันโดย : เพจทางการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

(https://www.facebook.com/share/p/1DMdYiCbKe/)

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พบว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์มีเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จริง แต่เป็นภารกิจลาดตระเวนทางอากาศเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน ไม่มีการใช้อาวุธยิงจากเฮลิคอปเตอร์ลงมายังพื้นที่ด้านล่างแต่อย่างใด

เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

เหตุการณ์ที่ยังไม่มีคำตอบ “กระสุนปริศนา” กับ “เฮลิคอปเตอร์กลางคืน” ที่จะแนะ

สำหรับกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์และสาเหตุอย่างรอบด้าน หากมีข้อมูลที่ยืนยันเพิ่มเติม จะเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยืนยัน การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามภารกิจและมาตรการที่กำหนด โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับแรก

อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันยังไม่มีพยานหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ อะไรมากไปกว่าตัวผู้บาดเจ็บ ความเห็นของแต่ละบุคคล แต่ละฝ่าย และแม้แต่การระบุว่าเป็น “ข่าวปลอม” ของหน่วยงานรัฐ ก็เป็นเพียงการระบุจากหลักฐานเพียงด้านเดียวเช่นกัน

อ่านข่าว :

DSI ส่งสำนวนคดี "แตงโม" 54 แฟ้มให้ ป.ป.ช. ยันเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย

จับ "อดีตปลัด-ผู้ร่วมขบวนการ-ต่างด้าว" ขบวนการสวมสิทธิบัตรเลข 0

“อนุทิน” ทัก “ณัฐวุฒิ” ก่อนอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินฯ มั่นใจรัฐบาลชี้แจงได้

“ณัฐพงษ์" นำทีมฝ่ายค้านอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท