ศึกเลือกตั้ง "ผู้ว่าฯ กทม. 2569" ยังคงร้อนแรงและน่าจับตา หลังพรรคการเมืองต่างทยอยเปิดตัวผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. หนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามองคือ "อนุชา บูรพชัยศรี" อดีต สส.กรุงเทพมหานคร และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ตัดสินใจหวนคืนสู่พรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ลงสนามเลือกตั้ง กทม.
การกลับมาครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงชื่อของนักการเมืองมากประสบการณ์ที่คุ้นเคยในแวดวงการเมืองเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมวิสัยทัศน์และนโยบายพัฒนาเมือง แต่จะกลายเป็นคำตอบให้คนกรุงเทพฯ ได้มากน้อยเพียงใด คงเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่ต้องพิสูจน์ในศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
ก่อนก้าวสู่สนามเลือกตั้งครั้งสำคัญ เส้นทางชีวิตและเส้นทางการเมืองของนายอนุชาเป็นอย่างไร อะไรคือจุดแข็งที่ทำให้เขาถูกจับตามองในฐานะแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม
เฟซบุ๊ก - อนุชา บูรพชัยศรี
รู้จัก "อนุชา บูรพชัยศรี"
นายอนุชา บูรพชัยศรี มีชื่อเล่น "เจมส์" เกิดวันที่ 23 ม.ค. 2510 ปัจจุบันอายุ 59 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนอัสสัมชัญ รุ่นเดียวกับอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก่อนศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่วิทยาลัยเซเครทฮาร์ท ประเทศออสเตรเลีย
ด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษา นายอนุชา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยอเดเลด ประเทศออสเตรเลีย และปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์ สาขาพลังงานและการเผาไหม้ จากมหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษ
นอกจากนี้ยังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ สาขาการเงินและการตลาด จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นายอนุชา เติบโตจากสนามการเมืองกรุงเทพฯ เริ่มต้นเส้นทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ และเคยได้รับเลือกตั้งเป็น สส. กรุงเทพมหานคร ก่อนมีบทบาททางการเมืองทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร
เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองสายสื่อสาร โดยเฉพาะช่วงดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ตลอดเส้นทางการเมือง นายอนุชาเคยสังกัดหลายพรรคการ ทั้งประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ และที่เพิ่งลาออกมาคือ พรรคภูมิใจไทย ก่อนประกาศลาออกจากสมาชิกพรรค และกลับมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ท่ามกลางกระแสข่าวการถูกวางตัวลงสมัคร "ผู้ว่าฯ กทม. 2569"
เฟซบุ๊ก - อนุชา บูรพชัยศรี
เส้นทางการเมือง "อนุชา บูรพชัยศรี"
นายอนุชาเข้าสู่สนามการเมืองในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กทม. ในระบบเรียงเบอร์ ร่วมกับนายกรณ์ จาติกวณิช และนายสมเกียรติ ฉันทวานิช โดยทั้ง 3 คนได้รับเลือกตั้งพร้อมกัน ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2554 เขาได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กทม. อีกสมัย ก่อนลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งในการเลือกตั้งปี 2562 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง
หลังจากนั้น นายอนุชาลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ พร้อมได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ในเดือน ส.ค. 2565 เขาได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนจะถูกแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง
ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2566 ได้ย้ายไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และภายหลังได้รับการเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อเป็น สส. เมื่อมีการลาออกของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กระทั่งในการเลือกตั้งปี 2569 เขาย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ก่อนประกาศลาออกจากสมาชิกพรรค และหวนคืนสู่พรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง เพื่อเตรียมลงชิงตำแหน่ง "ผู้ว่าฯ กทม."
เริ่มต้นจากการเป็นรอง แต่ไม่ลดความมุ่งมั่น
หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 พ.ค.2569 นายอนุชาเปิดเผยว่า แม้จะเริ่มต้นจากการ "เป็นรอง" ในแง่พื้นที่และผลสำรวจความนิยม แต่ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจลดลง เขาระบุว่า การได้รับโอกาสจากพรรคให้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ทำให้ "เหมือนมีไฟลุกขึ้นมาในใจ" และต้องการนำประสบการณ์ในฐานะอดีต สส.กทม. เข้ามาแก้ปัญหาเมืองหลวงอย่างจริงจัง
พร้อมย้ำว่าไม่ได้ลงสนามเพียงลำพัง แต่มีทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต เป็นกำลังสำคัญในการทำงานพื้นที่ "เมืองฟ้าอมร and more" กับแนวคิด 3 ส. หัวใจสำคัญของการหาเสียงครั้งนี้ คือแนวคิด "กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more" ที่ต้องการทำให้กรุงเทพฯ "เป็นได้มากกว่านี้"
3 ส. คือ สะดวก - เมืองที่มีความสะดวกเป็นพื้นฐานหลักของชีวิตประจำวัน, สะอาด - แก้ปัญหาฝุ่น ขยะ ทางเท้า และบริหารเมืองอย่างโปร่งใส และ เมืองที่ดีได้ "มากกว่า" ไม่ใช่แค่สะดวก สะอาด แต่ยังสบาย ทั้งด้านบริการพื้นฐาน สุขภาพ การศึกษา และการทำมาหากิน นายอนุชาย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ "คนกรุงเทพฯ มีรอยยิ้มมากกว่าเดิม"
เฟซบุ๊ก - อนุชา บูรพชัยศรี
ศึกนี้ไม่ง่าย แต่ถูกจับตา
หลังจากนี้ นายอนุชา จะลงพื้นที่ทั้ง 50 เขตของ กทม.เสนอนโยบายหลักทั้ง 5 ข้อ ที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ใน กทม.ให้ประชาชนรับรู้ และรับฟังปัญหาจากประชาชน เพื่อนำไปสานต่อเป็นนโยบาย
ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันระดับท้องถิ่น แต่ยังเป็นสนามวัดพลังของพรรคการเมืองใหญ่ และอาจสะท้อนทิศทางการเมืองไทยในอนาคตอีกด้วย
อ้างอิงข้อมูล : เฟซบุ๊ก อนุชา บูรพชัยศรี, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
"โจ-ชัยวัฒน์" นำทัพ ปชน. สู้ศึกผู้ว่าฯ กทม. ชู "กรุงเทพโปร่งใส AI จับโกง"
"โอมาน" ประเทศล่าสุด "ทรัมป์" ขู่โจมตีหากร่วมมืออิหร่านคุมฮอร์มุซ










