วันนี้ (8 มิ.ย.2569) ผู้ประกอบการร้านอาหารและภัตตาคารหลายพื้นที่ เริ่มสะท้อนผลกระทบจากโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" โดยเฉพาะร้านอาหารที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้จากเงื่อนไขรายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาท/ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนดขึ้น เพื่อมุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กและธุรกิจเอสเอ็มอี
ที่ จ.เชียงใหม่ บรรยากาศของร้านอาหารขนาดใหญ่หลายแห่ง ค่อนข้างเงียบเหงา มีผู้ใช้บริการบางตาเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดย นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เริ่มโครงการไทยช่วยไทยพลัสเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ร้านอาหารจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ มียอดขายลดลงประมาณร้อยละ 20-30
นายธนิต ระบุว่า ผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ของโครงการ รวมถึงออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยเฉพาะการกระตุ้นการท่องเที่ยวและมาตรการด้านภาษี เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร ในช่วงที่กำลังเผชิญภาวะการแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้น
ข้อมูลจากสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ปัจจุบันมีร้านอาหารและภัตตาคารรวมกว่า 10,000 แห่ง กระจายอยู่ในทั้ง 25 อำเภอของจังหวัด โดยส่วนใหญ่อยู่ในเขตตัวเมือง อย่างไรก็ตาม ร้านจำนวนมากไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากมีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด แม้จะยังถือเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางก็ตาม
ในทางกลับกัน ภาพรวมการใช้จ่ายภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัสในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ถือว่าค่อนข้างคึกคัก มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่ เป็นอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน
ขณะเดียวกัน นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ของโครงการ โดยเห็นว่าการกำหนดรายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาท/ปี ส่งผลให้ร้านอาหารขนาดเล็กจำนวนมาก ที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องและอยู่ในระบบภาษี ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้
นางฐนิวรรณ กล่าวว่า ร้านอาหารที่ไม่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการบางแห่ง มียอดขายลดลงถึงร้อยละ 50 เนื่องจากลูกค้าหันไปใช้บริการร้านที่เข้าร่วมโครงการแทน จึงเสนอให้รัฐบาลขยายสิทธิครอบคลุมร้านอาหารที่มีรายได้ระหว่าง 2-5,000,000 บาท/ปี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และช่วยรักษาระดับการจ้างงานในภาคธุรกิจร้านอาหาร
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมองว่า ธุรกิจร้านอาหารกำลังเผชิญต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค การถูกตัดสิทธิ์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ทางธุรกิจในช่วงเวลานี้
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่าการกำหนดเงื่อนไขรายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาท/ปี มีเป้าหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ประกอบการรายเล็กและเอสเอ็มอี ที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจมากที่สุด โดยยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ภาครัฐจะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์หรือขยายขอบเขตความช่วยเหลือ ตามข้อเสนอของภาคธุรกิจร้านอาหารหรือไม่
อ่านข่าวอื่น :
รวบ 10 ชาวจีน เช่าบ้าน จ.เชียงใหม่ ตั้งฐานสแกมเมอร์หลอกเพื่อนร่วมชาติ
"ทนายอั๋น" ร้อง DSI ตรวจสอบบริษัทเอกชน-บุคคล อ้างรุกที่สาธารณะเขากระโดง
คำอธิษฐานถึงปุ่มรีเฟรช เรื่องเล่าเหล่าอาร์มี่ศึกกดบัตรคอนเสิร์ต BTS

