"เอกนัฏ" เผยน้ำมันไทยแนวโน้มลดต่อ หลังสหรัฐ-อิหร่านยุติขัดแย้ง

เศรษฐกิจ
06:39
จำนวนผู้ชม 77
Thai PBS
"เอกนัฏ" เผยน้ำมันไทยแนวโน้มลดต่อ หลังสหรัฐ-อิหร่านยุติขัดแย้ง
กระทรวงพลังงานส่งสัญญาณข่าวดี ราคาน้ำมันในประเทศมีแนวโน้มทยอยปรับลดลง หลังราคาน้ำมันโลกอ่อนตัวจากข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน พร้อมยืนยันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสถานะดีขึ้น และยังไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันว่า หลังจากสหรัฐฯ และ อิหร่าน สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อลดความขัดแย้งและเดินหน้าแนวทางสันติภาพ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความกังวลด้านอุปทานพลังงานที่เริ่มคลี่คลายลง

รมว.พลังงานระบุว่า กระทรวงยังคงติดตามสถานการณ์ตลาดพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดราคาขายปลีกในประเทศไทย เพื่อให้การปรับลดราคาหน้าปั๊มเป็นไปอย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กระทรวงพลังงานได้ใช้กลไกบริหารจัดการราคาหน้าโรงกลั่น เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน

มาตรการดังกล่าวสามารถนำเงินส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาช่วยลดภาระราคาพลังงานให้ประชาชนได้มากกว่า 8,300 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศทยอยปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ยังประเมินว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลายและไม่เกิดความรุนแรงเพิ่มเติม ราคาน้ำมันจะมีโอกาสกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้มากขึ้นในระยะต่อไป

สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้มีการทบทวนตัวเลขทางการเงินใหม่ โดยใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงแทนการคาดการณ์เดิม ผลการตรวจสอบพบว่า สถานะกองทุนมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ จากเดิมที่คาดว่าจะติดลบมากกว่า 60,000 ล้านบาท ปัจจุบันตัวเลขติดลบลดลงเหลือประมาณ 57,000 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการด้านพลังงานในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังดำเนินการอายัดเงินคืนแก่ผู้ค้าบางกลุ่มที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบกรณีเกี่ยวกับการกักตุนผลประโยชน์หรือกำไร โดยมีวงเงินรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท มาตรการดังกล่าวช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และทำให้ภาครัฐยังสามารถบริหารจัดการกองทุนภายใต้กรอบวงเงินกู้เดิมได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้เงินเพิ่มเติม

ยืนยันไม่เพิ่มภาระหนี้สาธารณะ

นายเอกนัฏ ย้ำว่า รัฐบาลจะพยายามบริหารจัดการสถานการณ์ภายในวงเงินและกลไกที่มีอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างภาระหนี้สาธารณะเพิ่มเติมให้กับประเทศ แนวทางดังกล่าวจะช่วยรักษาเสถียรภาพทางการคลัง ควบคู่กับการดูแลค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน ในระยะยาว กระทรวงพลังงานยังมีแผนวางกลไกถาวรในการกำกับดูแลราคาหน้าโรงกลั่นและค่าการกลั่น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตพลังงานหรือวิกฤตการณ์โลก เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าการกลั่นปรับตัวสูงเกินสมควร

ทั้งนี้ จะมีการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) สามารถกำกับดูแลและบริหารจัดการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

อ่านข่าวอื่น :

สภาพอากาศวันนี้ ร่องมรสุมกำลังแรง ไทยตอนบนรับมือฝนตกหนักหลายพื้นที่

เปิดสัญจรแล้ว หลังถนนลาดพร้าวทรุดตัว คาดฝนซึมแนวสายไฟทำเกิดโพรงใต้ดิน

“ปตท.-บางจาก” ลด “เบนซิน-แก๊สโซฮอล์” ลง 0.75 บ./ลิตร มีผลพรุ่งนี้ ตี 5