รัฐสภาเห็นชอบ FTA 5 ฉบับ  ดึงลงทุน-ขยายตลาดสินค้าไทย

เศรษฐกิจ
13:37
จำนวนผู้ชม 39
Thai PBS
รัฐสภาเห็นชอบ FTA 5 ฉบับ   ดึงลงทุน-ขยายตลาดสินค้าไทย
รัฐสภาเห็นชอบ FTA 5 ฉบับ “ ไทย-เอฟตา” “ไทย-ภูฏาน” พร้อม อัปเกรด FTA อาเซียน-จีน ความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนประมง คาดช่วยหนุนการค้าไทยเข้ายุโรป ดึงลงทุน เพิ่มการค้าใหม่กับจีน อาเซียน

วันนี้ (18 มิ.ย.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำความตกลงทางการค้า 5 ฉบับ เสนอต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

โดยเป็นความตกลงการค้าเสรี (FTA) 2 ฉบับ ได้แก่ FTA ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (เอฟตา) และ FTA ไทย-ภูฏาน รวมถึงการยกระดับความตกลงการค้าเสรี 2 ฉบับ คือ FTA อาเซียน-จีน และความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) และฉบับสุดท้าย พิธีสารแก้ไขความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนประมง ซึ่งที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ได้มีมติเห็นชอบการนำเสนอเรื่องดังกล่าว

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์

สำหรับความตกลงการค้าเสรีกับ EFTA เป็นก้าวสำคัญในการจัดทำ FTA ของไทย เนื่องจากเป็น FTA ฉบับแรกที่ไทยจัดทำกับกลุ่มประเทศในยุโรป EFTA เป็นกลุ่มประเทศที่มีกําลังซื้อสูง จะยกเว้นภาษีนําเข้าสินค้าจำนวนมากให้กับไทยทันที เมื่อความตกลงมีผลบังคับใช้ ทำให้ไทยจะได้ประโยชน์ในการขยายโอกาสส่งออกสินค้า และบริการหลายอย่างที่ไทยมีศักยภาพ

และ EFTA ยังมีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน การค้าการลงทุนกับ EFTA จะช่วยให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทย ต้องยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้า และกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการเปิดประตูการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) ที่ไทยกำลังเจรจา FTA อยู่ รวมถึงช่วยเตรียมความพร้อมของไทยสู่การเข้าเป็นสมาชิก OECD ในอนาคต

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ส่วน FTA ไทย-ภูฏาน ทั้งสองฝ่ายจะยกเว้นอากรนำเข้าทันที เมื่อความตกลงมีผลใช้บังคับ โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วน น้ำผลไม้ ผลไม้อบแห้ง เส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารปรุงแต่ง สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย เคมีภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง ตลอดจนเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

และยังช่วยให้ผู้ประกอบการไทย มีทางเลือกในการเข้าถึงวัตถุดิบจากภูฏานมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย รวมทั้งขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยสู่ภูมิภาคเอเชียใต้

รมว.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า การยกระดับความตกลง ACFTA เป็นการยกระดับกฎระเบียบและความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้ทันสมัย และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น โดยครอบคลุมการปรับปรุงกฎเกณฑ์ด้านพิธีการศุลกากร มาตรฐานสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ รวมถึงการเพิ่มบทใหม่อีก 5 บท

ได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว การแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภค ความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน และการส่งเสริม MSMEs ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการค้า ลดต้นทุนทางธุรกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย เพิ่มมูลค่าสินค้าและขยายโอกาสทางการค้าไปยังตลาดโลกได้มากขึ้น

การปรับปรุงความตกลง ATIGA จะมุ่งยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้า ลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษี ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการทางการค้า เพิ่มความโปร่งใสในการกำกับดูแล และจัดทำกลไกแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังเพิ่มความร่วมมือในประเด็นการค้ายุคใหม่ อาทิ สิ่งแวดล้อม การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) การรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน และการเข้าถึงสินค้าจำเป็นในช่วงวิกฤต

อ่านข่าว:

หอการค้า ระดมสมองสู้ศึกการค้าโลกป่วน ชง ข้อเสนอ “นายกฯ” 10 มิ.ย.นี้

หวั่นตกขบวน ไทยเร่งเจรจา FTA หลัง EU เดินสายปิดดีลทั่วโลก

“ศุภจี” ถก หอการค้าไทย ดันความร่วมมือการค้า-การลงทุนก่อนเยือนสหรัฐฯ 3-6 พ.ค.นี้



ขณะที่การเข้าเป็นสมาชิกความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนประมงภายใต้ WTO มีสาระสำคัญ คือ การห้ามอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการที่ทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน หรือไร้การควบคุม (IUU Fishing) จะช่วยให้ไทยสามารถรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำทางทะเลและสิ่งแวดล้อม และช่วยสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้แก่ชาวประมงและผู้ประกอบการไทย