วันนี้ (18 มิ.ย.2569) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบความเห็นต่อการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท หลังจากนี้จะจัดทำเป็น ร่าง พ.ร.บ. เสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ภายในสัปดาห์หน้า ก่อนจะนำร่าง พ.ร.บ. ส่งให้สภาผู้แทนราษฎรต่อไป
ส่วนเรื่องที่ 2 ร่าง พ.ร.บ. การโอนย้ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งวันนี้สำนักงบประมาณ ได้นำเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ผ่านการเห็นชอบให้ ครม. และหน่วยงานการโอนงบประมาณ ที่ยังไม่ได้ใช้ในปี 2569 กลับมาที่รัฐบาลไปบริหารจัดการวิกฤตต่าง ๆ ซึ่งสำนักงบประมาณได้ทำการสรุปตัวเลขรวม ทั้งสิ้น 1.03 หมื่นล้านบาท
ซึ่งหลังจากนี้จะนำไปรับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ เป็นเวลา 3 วัน และในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.นี้ จะนำเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อบรรจุร่าง พ.ร.บ. ให้ ครม. พิจารณาต่อไปในวันที่ 23 มิ.ย. นี้ เมื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและเห็นชอบแล้ว จะส่งร่างไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาใน วันที่ 25 มิ.ย.
เมื่อถามว่า เหตุใดการโอนงบประมาณปี 2569 ที่มีการตั้งเป้าไว้สูงกว่านี้จึงลดเหลือเพียง 1.03 หมื่นล้านบาทเท่านั้น นายภราดร กล่าวว่า เดิมทีรัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้สูงกว่านี้ แต่เมื่อได้รับการเลือกตั้งกลับมาเมื่อวันที่ 8 ก.พ. และมีแนวทางที่จะโอนงบประมาณ หลังจากวิกฤตตะวันออกกลาง ในช่วง 5-6 เดือนสุดท้าย เงินงบประมาณที่ยังใช้ไม่หมดมีอยู่ประมาณเกือบ 1 แสนล้าน
และเมื่อได้แจ้งไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้มีการใช้งบประมาณเติบโตขึ้น ในไตรมาสที่ 3 อย่างก้าวกระโดด จากเดิมมีการตั้งเป้าไว้ 1 แสนล้านบาท และมีการลดลงมาเรื่อยๆจนสุดท้ายเหลือเพียง 10,300 ล้านบาท และนี่คือเหตุผล
เมื่อถามต่อว่า เหตุผลในการโอนงบประมาณปี 2569 จะใช้ในการรับมือกับสถานการณ์ใด นายภราดร กล่าวว่า ในวันนี้งบกลางของรัฐบาลเหลืออยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่ยังมีภารกิจของรัฐบาลที่จะนำไปใช้หนี้ ในหลายส่วนด้วยกัน เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้มที่เป็น PPP ซึ่งเป็นภาระที่รัฐบาลต้องจ่าย และมีภารกิจอีกหลายประเภท ที่รัฐบาลยังคงค้างจ่ายอยู่ เช่น เช่น สัปดาห์ที่ผ่านมามีงบในส่วนของงานพืชสวนโลก และมีหลายหน่วยราชการทำเรื่องขอมา ซึ่งอยู่ระหว่างรอการพิจารณานำงบกลางไปใช้
ดังนั้น จึงมีภาระอีกพอสมควร ส่วนเงิน 10,300 ล้านบาท ที่ได้มานี้ก็โอนกลับมาที่งบกลาง และดูถึงความจำเป็นในคำขอใช้งบกลางต่าง ๆ ที่ขอเข้ามา ว่าหน่วยงานใดมีความจำเป็นมากน้อยอย่างไร ต้องใช้หรือเตรียมเอาไว้สำหรับเกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณคือช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย.2569 โดยเติมไว้เผื่อมีวิกฤตการณ์ จะได้มีเม็ดเงินไปแก้ไข
ส่วนงบประมาณที่โอนมา ไม่เกี่ยวข้องกับการแก้วิกฤตตะวันออกกลางแล้วใช่ นายภราดร กล่าวว่า ปัญหาตะวันออกกลางได้ใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน ไปส่วนหนึ่งแล้ว ทั้งโครงการไทยช่วยไทย และเติมให้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่งบกลางส่วนนี้ หากเกิดเหตุหรือหากมีหน่วยงานต้องใช้ และหากเป็นผลสืบเนื่องจากวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง ก็ยังมีเหตุผลที่จะสามารถหยิบงบกลางไปใช้ดำเนินการได้อยู่ เช่น กระทรวงคมนาคมการชดเชยภาคขนส่งที่ในช่วงเดือน เม.ย. ที่รัฐบาลออกมาตรการและใช้งบกลางไป 1,600 ล้านบาท ชดเชยให้กับผู้ประกอบการขนส่งรายย่อย และในส่วนนี้ที่โอนกลับมาก็เป็นงบกลาง ก็เอาไปใช้กับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากตะวันออกกลางได้เช่นกัน
ทั้งนี้ เงินที่โอนเข้ามางบกลางได้จากหน่วยงานใดสูงสุด นายภราดร กล่าวว่า มีหลายหน่วยงานที่มีงบสูงสุด เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหลักหลายพันล้านบาท
อ่านข่าว :
"เอกนิติ" เชื่อสหรัฐฯ-อิหร่านเซ็น MOU ช่วยหนุนฟื้นลงทุน-ราคาน้ำมัน
"รักชนก" ยัน "ภาวุธ" สส.ปชน.พร้อมให้ DSI ตรวจสอบปมโยงคดี Forex

