กองทัพสหรัฐฯ เลิกปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน แต่ยังปักหลักเรือรบรอดูท่าที

ต่างประเทศ
06:15
จำนวนผู้ชม 49
Thai PBS
กองทัพสหรัฐฯ เลิกปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน แต่ยังปักหลักเรือรบรอดูท่าที
กองทัพสหรัฐฯ ประกาศเลิกใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน ขณะที่ผู้นำสูงสุดอิหร่านเคลื่อนไหวครั้งแรกหลังมีการลงนามข้อตกลง แย้มจะมีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ ในอนาคต

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมเส้นทางการเดินเรือทั้งขาเข้าและขาออกจากท่าเรือของอิหร่านแล้ว ตามคำสั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พร้อมระบุว่าเรือรบของสหรัฐฯ จะยังปักหลักอยู่ในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าข้อตกลงมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์

บริษัทขนส่งสินค้าทางเรือ มองว่า อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบจะกลับเข้าสู่สภาพก่อนเกิดสงคราม เนื่องจากยังคงจำเป็นต้องรับรองความปลอดภัยและต้องกำจัดทุ่นระเบิดในพื้นที่ก่อน

ข่าวนี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลดลงอีก 2% ไปอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มเปิดฉากขึ้น เมื่อวันที่ 28 ก.พ.

"ทรัมป์" ลั่นข้อตกลงอิหร่านเป็นชัยชนะของสหรัฐฯ

ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า กระแสข่าวที่สหรัฐฯ จะมอบเงิน 300,000 ล้านดอลลาร์ให้อิหร่านเป็นข่าวปลอม พร้อมย้ำว่าข้อตกลงล่าสุดถือเป็นความสำเร็จและเป็นชัยชนะของสหรัฐฯ และช่วยให้ราคาน้ำมันลดลงด้วย โดยท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังข้อตกลงนี้เผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อและเสียผลประโยชน์

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างสันติภาพและหวังว่าจะเกิดการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ในทุกแนวรบ ซึ่งรวมถึงในเลบานอน กลุ่มเฮซบอลลาห์และอิสราเอล เพื่อเปิดทางให้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านดำเนินต่อไปด้วยดี

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ด้านเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงเกี่ยวกับข้อตกลงนี้ ยืนยันว่ากรอบเวลา 60 วันเพื่อเจรจาสรุปข้อตกลงฉบับสมบูรณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมออกโรงปกป้องข้อตกลงดังกล่าว โดยยกย่องว่าเป็นชัยชนะของชาวอเมริกันและยืนยันว่าอิหร่านจะไม่ได้รับเงินหรือการผ่อนมาตรการคว่ำบาตรใดๆ จนกว่าจะปฏิบัติตามข้อผูกพันที่กำหนดไว้ในข้อตกลง รวมถึงการทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ และการแสดงให้เห็นว่าจะไม่ให้เงินทุนสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค

แวนซ์กล่าวเสริมว่า ตนอาจเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์เพื่อเข้าร่วมการเจรจาในเชิงเทคนิคกับอิหร่านช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่ยังไม่มีกำหนดแน่ชัดและอาจเปลี่ยนแปลงได้ พร้อมทั้งกล่าวตำหนิสมาชิกคณะรัฐมนตรีของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่วิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยระบุว่าคนเหล่านี้ตื่นมาและยอมรับความจริงได้แล้ว ซึ่งหากตนอยู่ในคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลอิสราเอล คงไม่โจมตีพันธมิตรที่ทรงอิทธิพลเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่บนโลกนี้

มอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน

มอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน

ผู้นำสูงสุดอิหร่านเปิดประตูเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ

ท่าทีของทรัมป์มีขึ้นหลังจาก มอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรผ่านสื่อทางการ แสดงจุดยืนต่อข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเป็นครั้งแรก โดยระบุว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อตกลงดำเนินการด้วยความห่วงใยและเจตนาอันบริสุทธิ์ ในขณะที่ทรัมป์ใช้มาตรการกดดันทุกรูปแบบด้วยความสิ้นหวัง เพื่อบีบให้ข้อตกลงนี้เกิดขึ้น

มอจตาบา ระบุว่า ตนอนุมัติข้อตกลงนี้แม้มีมุมมองที่แตกต่าง และแม้จะมีการเจรจาแบบพบหน้ากันระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในอนาคต แต่ไม่ได้หมายความว่าอิหร่านยอมรับจุดยืนของศัตรู

อ่านข่าว

"สหรัฐฯ - อิหร่าน" ลงนามข้อตกลงสันติภาพ มีผลบังคับใช้แล้ว

เปิดแผนสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน 14 ข้อ ปลดล็อกฮอร์มุซ-ฟื้นเศรษฐกิจเตหะราน

โลกขานรับดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน ผู้นำนานาชาติหวังสันติภาพเปิดทางตะวันออกกลาง