“ความจน” มันน่ากลัว ดรามา...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

เศรษฐกิจ
15:54
จำนวนผู้ชม 54
Thai PBS
“ความจน” มันน่ากลัว  ดรามา...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

เพราะความจน...มันน่ากลัว ...

ประโยคสะท้อนภาพ การต่อสู้ดิ้นรน เพื่อความอยู่รอด แต่วันนี้เกณฑ์คัดกรองความยากจน ผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 อาจกำลังทำให้ ฝ่ายการเมือง “กลัว (เสียความนิยม)” ….เกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง กระทั่ง นายกฯ ต้องออกปากสั่งกระทรวงการคลัง “ยกเลิก” เกณฑ์นี้

ทั้งที่ เกณฑ์คัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่งได้รับการอนุมัติ ผ่านคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ซึ่งนายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมเอง

เปิดที่มา “คลัง” เข้มเกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

รายงานจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า การทบทวน หรือ ยกเลิกเกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นอำนาจการตัดสินใจของฝ่ายนโยบาย พร้อมเปิดเผยที่มาที่ไป เกณฑ์ตัดสิทธิลูกกตัญญูว่า โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เปลี่ยนจากการพิจารณารายได้แบบ “ครัวเรือน” เป็นแบบ “รายบุคคล”

กระทรวงการคลัง ได้เสนอปรับเกณฑ์ “รายได้” จากปีละ 100,000 บาท เหลือ 40,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับ เส้นความยากจนของสภาพัฒน์ (สศช.ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด ปี 2567 เส้นความยากจน เฉลี่ย 3,078 บาท หรือ ปีละ 36,936 บาท) แต่ข้อเสนอดังกล่าว ถูก “ฝ่ายการเมือง” ทักท้วงใน ครม. อย่างหนัก กระทรวงการคลัง จึงยอมกลับไปยึดเกณฑ์รายได้เดิม 100,000 บาท

เมื่อปรับเกณฑ์รายได้ไม่ได้ กระทรวงการคลัง จึงต้องเพิ่มความถี่ฟิลเตอร์ ออกหลักเกณฑ์คัดกรองที่เข้มงวด ทั้งการตัดสิทธิ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ลดหย่อนภาษีอุปการะบุพการี กำหนด หนี้สินในระบบ ตามฐานข้อมูลเครดิตบูโร กับอีกสารพัดเกณฑ์คัด “คนที่ไม่จนจริง” ที่รั่วไหลเข้ามาถือบัตรสวัสดิการฯ

ส่วนการตัดสิทธิพ่อแม่ที่ลูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ เพราะกระทรวงการคลัง ยึดหลักการอุปการะ หรือ ลูกมีกำลังรายได้ ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ถือเป็นกลุ่มพอจะเลี้ยงดูพ่อแม่ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ไม่มีใครอุปการะเลี้ยงดูเข้าระบบสวัสดิการของรัฐ

“ความจน” มันน่ากลัว  ดราม่า...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

“ความจน” มันน่ากลัว ดราม่า...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

หากพิจารณาตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร กำหนดให้ ผู้มีเงินได้ ใช้สิทธินี้ได้ พ่อแม่ ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีรายได้คนละ ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และเมื่อเทียบกับรายได้ของลูก ที่เริ่มต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องเป็นผู้มีเงินได้ปีละ 300,001 บาทขึ้นไป

“ในมุมกระทรวงการคลัง มองว่า หากลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ ถือว่า ลูกพอมีกำลังดูแลพ่อแม่ เมื่อเทียบกับ พ่อแม่ ที่มีรายได้น้อย และไม่มีครอบครัวดูแล ตามหลักอุปการะ ” แหล่งข่าวกระทรวงการคลังระบุ

ย้อนรอย 10 ปี ลงทะเบียนคนจน

ปี 2559 กระทรวงการคลัง เปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อสร้างฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อย พร้อมกำหนดเปิดลงทะเบียน เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลทุกปี โดยยึดเกณฑ์รายได้ไม่เกินปีละ 100,000 บาท มีผู้ลงทะเบียน 8.3 ล้านราย ผ่านเกณฑ์ 7.7 ล้านคน เพื่อรับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ โดยโอนเงินผ่านพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน โดยผู้มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 15,000 บาท จะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท แต่หากมีรายได้ 30,001-100,000 บาท จะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาท

ปี 2560 กระทรวงการคลัง เปิดลงทะเบียนและออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งแรก มีผู้ลงทะเบียน 14.1 ล้านคน ผ่านเกณฑ์ 11.46 ล้านคน โดยในปีนี้เป็นครั้งแรกในการออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมกับรื้อแพกเกจสวัสดิการ ทั้งวงเงินใช้จ่ายในร้านธงฟ้า ค่าโดยสาร

"คลัง" ออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งแรกในปี 2560

“ความจน” มันน่ากลัว  ดราม่า...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

“ความจน” มันน่ากลัว ดราม่า...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

ปี 2561 เปิดลงทะเบียนรอบเก็บตก ซึ่งใช้กลไกมหาดไทยและแบงก์รัฐ ลงพื้นที่สำรวจกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้สูงอายุ มีผู้ลงทะเบียน 4.59 ล้านคน ผ่านเกณฑ์ 3.14 ล้านคน รวมมีผู้ถือบัตรสวัสดิการ 14.6 ล้านคน

ปี 2565 กระทรวงการคลัง เปิดลงทะเบียนพร้อมกับเพิ่มความเข้มงวดเกณฑ์คัดกรอง โดยพิจารณาทั้งรายได้รายบุคคลและครัวเรือน ปีละ 100,000 บาท พร้อมกับยกเลิกการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปลี่ยนมาใช้ บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดแทน มีผู้ลงทะเบียน 22.29 ล้านคน มีผู้ผ่านเกณฑ์ 13.45 ล้านคน ขณะนั้น ก็มีดรามาเรื่องเกณฑ์และวิธีการลงทะเบียนที่ต้องใช้เอกสารมากมาย

ปี 2569 กระทรวงการคลัง สามารถเชื่อมฐานข้อมูลกับ 40 หน่วยงาน จนสร้าง Data lake บิ๊กเดต้าทรงพลังพอจะพิสูจน์ข้อมูลผู้ลงทะเบียนได้ ด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ก่อนเปิดลงทะเบียนแบบผสมผสาน ระหว่างการยืนยันข้อมูลผู้ถือบัตรรายเดิม ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 13.19 ล้านคน ร่วมกับ การใช้กลไกผู้นำชุมชน มหาดไทย ลงพื้นที่ รวบรวมรายชื่อผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ ก่อนคัดกรองคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด

งบฯ สวัสดิการประชาชน 1.16 ล้านล้านบาท

งานวิจัยของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2566 พบว่า แนวโน้มรายจ่ายด้านสังคมของประเทศ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ข้อมูลรายจ่าย ด้านสวัสดิการสังคม คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1.16 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.15 ของจีดีพี ปี 2564

“ความจน” มันน่ากลัว  ดราม่า...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

“ความจน” มันน่ากลัว ดราม่า...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

ส่วนใหญ่เป็นเงินจ่ายตรงผู้รับประโยชน์ คิดเป็นร้อยละ 57 ของรายจ่ายงบประมาณ แต่ หากพิจารณาตามสิทธิประโยชน์ รายจ่ายส่วนใหญ่ คือ เงินเกษียณ หรือ เสียชีวิต คิดเป็นร้อยละ 41 รองลงมา คือ รายจ่ายด้านสวัสดิการสุขภาพ ร้อยละ 33.7 และ ด้านความยากจน ร้อยละ 8.4 ทำให้ รัฐบาล ต้องใช้เกณฑ์ที่เข้มงวด จนถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้

“ความจน” มันน่ากลัว  ดราม่า...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

“ความจน” มันน่ากลัว ดราม่า...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

เฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐใช้งบประมาณไปแล้วไม่น้อยกว่า 4.4-5 แสนล้านบาท เพราะไม่เพียงงบฯ สวัสดิการพื้นฐาน แต่ในปีงบฯ 2562 รัฐบาลใช้งบฯ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สูงถึง 93,155.4 ล้านบาท หลังดำเนินมาตรการสวัสดิการ ในลักษณะ Top-up อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างถึงความสุ่มเสี่ยง ดำเนินนโยบายเพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง ขณะที่งบฯ ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้เงินไม่น้อยกว่าปีละ 4 หมื่นล้านบาท

ภาพสรุปมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2561

ภาพสรุปมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2561

10 ปี บัตรคนจน...แต่คนจน กลับเพิ่มขึ้น

10 ปี โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่รัฐใช้เงินไป 4.5-5 แสนล้านบาท สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานสถานการณ์ความยากจน และความเหลื่อมล้ำปี 2567 พบว่า จำนวนคนจน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.41 ในปี 2566 เป็นร้อยละ 4.89 ของประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 3.43 ล้านคน พร้อมประเมินว่า แนวโน้มจำนวนคนจนในประเทศ จะเพิ่มขึ้น จากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

ซ้ำสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของไทยยังคงอยู่ในระดับทรงตัว โดยค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาค ด้านรายจ่ายลดลงเพียงเล็กน้อยจาก 0.335 ในปี 2566 มาอยู่ที่ 0.333 ในปี 2567

นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือหลัก ในการดูแลผู้มีรายได้น้อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ อาจเป็นได้แค่เพียง บัตรวอยเชอร์ให้ส่วนลดค่าครองชีพ มากกว่า ช่วยให้หลุดพ้นจากความยากจน

ถอยเพื่อให้ประเทศไปต่อ

การถอย ยอมยกเลิก เกณฑ์ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ จึงไม่ต่างจาก เสียแขน เพื่อรักษาร่างกาย เพราะหากปล่อยให้ ใช้งบฯ บัตรสวัสดิการฯ เช่นนี้ไปเรื่อยๆ ย่อมกระทบฐานะการคลังอย่างรุนแรง

และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่กำลังลงทะเบียนในขณะนี้ จะเป็นแค่ “เครื่องมือสำหรับผู้มีรายได้น้อยตัวจริง” ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยกลุ่มอื่นๆ จะถูกเข้าระบบฐานภาษี ผ่านนโยบาย Negative income tax ที่กระทรวงการคลังจะผลักดันให้เกิดขึ้น ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า อาจเป็นโอกาส ปฏิรูปนโยบายสวัสดิการประชาชนครั้งสำคัญ

“ความจน” มันน่ากลัว  ดราม่า...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

“ความจน” มันน่ากลัว ดราม่า...เกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

หากไม่มีการทบทวนนโยบายสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย... การยกเอา “ความยากจน” มาบังหน้า อาจสร้างความเสียหายทางคลังของประเทศ ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบกับประชาชนได้ทุกระดับ จากการปรับขึ้นภาษี ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะภาระหนี้สาธารณะ และการใช้งบประมาณอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ

ข่าวโดย : พรรณทิภา ภัทรวรเมธ ผู้สื่อข่าวอาวุโส

ดีเดย์ 1 ก.ค. "จดตั้งบริษัท" กรมพัฒน์ฯ ย้ำใช้ออนไลน์อย่างเดียว

ชิงแถลง “ฟอเร็กซ์” โยงนักการเมือง ดิสเครดิตหรือเบี่ยงปม “ไทย-เอไอ พาสปอร์ต”

พบวัตถุต้องสงสัยติดใต้รถ ตร.นราธิวาส ก่อนเกิดระเบิด-ไม่มีผู้บาดเจ็บ