ดีเดย์ 1 ก.ค. "จดตั้งบริษัท" กรมพัฒน์ฯ ย้ำใช้ออนไลน์อย่างเดียว

เศรษฐกิจ
14:56
จำนวนผู้ชม 35
Thai PBS
ดีเดย์ 1 ก.ค. "จดตั้งบริษัท" กรมพัฒน์ฯ ย้ำใช้ออนไลน์อย่างเดียว
กรมพัฒน์ฯ ประกาศซ้ำ 1 ก.ค.69 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ทางออนไลน์ช่องทางเดียว ปรับระบบบริการสู่ดิจิทัล 100% หวัง ลดต้นทุนลดค่าใช้จ่าย ส่วนยอดจดทะเบียนเลิก เพิ่มขึ้น 10.22% ชี้เศรษฐกิจอยู่ในภาวะถดถอย แต่อาจเป็นการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ

วันนี้ (19 มิ.ย.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า วันที่ 1 ก.ค.2569 เป็นต้นไป กรมฯปรับระบบการให้บริการไปเป็นรูปแบบดิจิทัล 100% จำนวน 2 บริการ คือ บริการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ห้างหุ้นส่วนและบริษัท และยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลรูปแบบกระดาษสำหรับหน่วยงานภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย และยกระดับงานบริการโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นทั้งชาวไทยและต่างชาติ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า


โดย ที่ผ่านมา กรมได้พัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) ให้มีความสะดวก รวดเร็ว ใช้เวลาไม่เกินกว่าระยะเวลาการยื่นจดทะเบียนแบบ Walk In ทำให้การยื่นจดผ่านออนไลน์ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สถิติล่าสุด 1-18 มิ.ย.2569 มียื่นจดผ่านระบบ DBD Biz Regist จำนวน 4,644 คำขอ คิดเป็น 95.48% ของการจดทะเบียนตั้งใหม่ทั้งหมด ขณะที่ Walk In มีจำนวนเพียง 220 คำขอ คิดเป็น 4.52% และมีจังหวัดที่มีการใช้งานจดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist แบบ 100% ถึง 28 จังหวัด เช่น กระบี่ กำแพงเพชร ปัตตานี เลย หนองคาย เป็นต้น

ดีเดย์ 1 ก.ค. จดตั้งบริษัท  กรมพัฒน์ฯย้ำใช้ออนไลน์อย่างเดียว

ดีเดย์ 1 ก.ค. จดตั้งบริษัท กรมพัฒน์ฯย้ำใช้ออนไลน์อย่างเดียว

คนที่ยังหลงมาในช่วงเปลี่ยนผ่าน กรมได้จัดเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำไว้แล้ว ไม่ได้ทอดทิ้ง และยังตั้งเป้าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570 จะเปิดให้บริการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนนิติบุคคลเป็นออนไลน์ทุกประเภท

สำหรับการจดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist จะช่วยให้ภาคธุรกิจประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อที่สำนักงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชนที่มาขอรับบริการ ที่อาจเป็นสาเหตุหลักนำมาซึ่งการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ

นอกจากนี้ บริษัทที่จะเป็นออนไลน์ 100% คือ ยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลรูปแบบกระดาษ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ หลังจากเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 ที่ผ่านมา กรมฯได้เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 320 แห่ง เชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ภายใต้แนวคิด ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน

ดีเดย์ 1 ก.ค. จดตั้งบริษัท  กรมพัฒน์ฯย้ำใช้ออนไลน์อย่างเดียว

ดีเดย์ 1 ก.ค. จดตั้งบริษัท กรมพัฒน์ฯย้ำใช้ออนไลน์อย่างเดียว

เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษที่ถือเป็นต้นทุนสำคัญของการดำเนินงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 เป็นต้นไป กรมจะยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลในรูปแบบกระดาษสำหรับหน่วยงานภาครัฐเช่นเดียวกัน

โดยจะเปลี่ยนผ่านไปสู่งานให้บริการด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ (BDEX: Business Data Exchange) ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลจากกรม เพื่อสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลได้โดยตรงแบบ Real Time และระบบบริการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหน่วยงานภาครัฐ (DBD e-Service for Government) เพื่อขอรับบริการหนังสือรับรอง รายการทางทะเบียนนิติบุคคล งบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์

ดีเดย์ 1 ก.ค. จดตั้งบริษัท  กรมพัฒน์ฯย้ำใช้ออนไลน์อย่างเดียว

ดีเดย์ 1 ก.ค. จดตั้งบริษัท กรมพัฒน์ฯย้ำใช้ออนไลน์อย่างเดียว


ปี 2568 ที่ผ่านมา กรมได้ให้บริการข้อมูลนิติบุคคลโดยออกหนังสือรับรองนิติบุคคลจำนวน 2.3 ล้านฉบับ คิดเป็นกระดาษถึง 9.2 ล้านแผ่น และออกสำเนาเอกสารทางทะเบียนและสำเนางบการเงินรวม 10 ล้านแผ่น รวมใช้กระดาษไปทั้งสิ้นประมาณ 19.2 ล้านแผ่นต่อปี

สำหรับการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือน พ.ค.2569 มีจำนวน 7,115 ราย เพิ่มขึ้น 6.72% ทุนจดทะเบียน 14,629 ล้านบาท ลดลง 22.87% ธุรกิจตั้งใหม่ที่น่าสนใจ ได้แก่ ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต ธุรกิจกิจกรรมการบริการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร รวม 5 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-พ.ค.) ตั้งใหม่ 36,794 ราย ลดลง 0.06% และทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ 95,970 ล้านบาท ลดลง 26.76%

ดีเดย์ 1 ก.ค. จดตั้งบริษัท  กรมพัฒน์ฯย้ำใช้ออนไลน์อย่างเดียว

ดีเดย์ 1 ก.ค. จดตั้งบริษัท กรมพัฒน์ฯย้ำใช้ออนไลน์อย่างเดียว

ส่วนการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ มีจำนวน 1,047 ราย เพิ่มขึ้น 22.46% รวมมูลค่าทุนจดทะเบียนเลิกทั้งสิ้น 62,000 ล้านบาท ส่วนยอดรวมจดทะเบียนเลิก 5 เดือน มีจำนวน 5,264 ราย เพิ่มขึ้น 10.22% ทุนจดทะเบียนเลิก 92,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 357%

ทั้งนี้ยอดจดทะเบียนเลิกที่เพิ่มขึ้น 10.22% ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจอยู่ในภาวะถดถอย แต่อาจเป็นการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ บางธุรกิจที่ไม่สามารถปรับตัวต่อภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น การแข่งขันที่รุนแรง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ก็ใช้วิธีออกจากระบบ แต่ก็ยังมีธุรกิจรายใหม่เข้ามาทดแทนต่อเนื่อง

อ่านข่าว:

แกะรอยทุนต่างชาติกลาง “ห้วยขวาง” ส่อนอมินี พบ 4 บริษัทใช้ที่อยู่เดียวกัน

สแกนธุรกิจต่างชาติย่านห้วยขวาง พบ 53 ราย เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี

“น้ำมะพร้าวน้ำหอม”ปลอมปน พาณิชย์ ลุยตรวจเข้ม เจอไม่ถูกต้องฟันทันที