วันนี้ (7 มิ.ย.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ นำทีมปราบนอมินี ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่ ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ ย่านห้วยขวาง กทม. เพื่อตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัย ได้แก่ ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และสถานประกอบการ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กฎหมายแรงงาน และกฎหมายคนเข้าเมือง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
เบื้องต้นพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการกระทำผิด 3 ประเด็นคือ 1.พบบริษัท 4 ราย ใช้ที่ตั้งเดียวกัน ขยายผลตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนพบว่า ในจำนวนนี้ 1 บริษัท มีคนไทยร่วมถือหุ้นกับคนต่างด้าว ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาทางธุรกิจและกฎหมาย ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินี และอีก 2 บริษัท มีกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทั้งหมด และเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน มีทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท และบริษัท 1 ราย เป็นผู้ถือหุ้นคนไทยทั้งหมด แต่มีคนต่างด้าวเป็นกรรมการเพียงคนเดียว ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
จากการลงพื้นที่ พบคนไทยแจ้งว่า เป็นผู้ดูแลแต่ไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ รวมถึงไม่พบกรรมการและผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด กรณีร้านอาหารที่ปรากฏเป็นข่าวว่า ไม่รับชำระเงินเป็นเงินบาท คนจีนให้ข้อมูลว่า เป็นเจ้าของร้าน และได้ชวนคนไทยมาร่วมถือหุ้น โดยคนจีนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด มีรายได้วันละประมาณ 30,000 บาท โดยบัญชีรับโอนเป็นชื่อของกรรมการบริษัทคนจีน
แกะรอยทุนต่างชาติกลาง “ห้วยขวาง” ส่อนอมินี พบ 4 บริษัทใช้ที่อยู่เดียวกัน
นอกจากนี้ ได้ขยายผลตรวจสอบเชิงลึกในรายชื่อผู้ถือหุ้นคนไทยกลุ่มนี้พบว่า มีชื่อเป็นกรรมการของบริษัทแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อปี 2565 มีการเปลี่ยนชื่อทั้งหมด 5 ครั้ง และไม่ส่งงบการเงินมาแล้ว 3 ปี (2566-2568) แต่ยังจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนต่อเนื่อง ซึ่งกรมฯ หารือกับผู้แทนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เห็นว่ามีข้อสงสัยว่า บริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจอยู่จริงหรือไม่ โดยจะร่วมกับกรมฯ เพื่อตรวจสอบต่อไป
2.พบบริษัทมีคนต่างด้าวถือหุ้น 60% ประกอบธุรกิจค้าปลีก หรือร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ตรวจสอบพบว่า ร้านปิด ซึ่งธุรกิจดังกล่าวไม่ขออนุญาตประกอบธุรกิจ เข้าข่ายต้องสงสัยว่า เป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกรมฯ จะส่งดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนต่อไป
3.กรณีร้านอาหารที่ปรากฏข่าวว่า ไม่รับชำระเป็นเงินบาท ตรวจสอบพบคนจีนเป็นกรรมการบริษัท พนักงานเป็นต่างด้าว โดยคนจีนให้ข้อมูลว่า เป็นเจ้าของร้านและชวนคนไทยมาร่วมถือหุ้น โดยคนจีนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด จากการตรวจสอบข้อมูลจากระบบรับชำระเงินของร้าน 5 วัน ย้อนหลัง พบว่า มีรายได้วันละประมาณ 30,000 บาท โดยบัญชีรับโอนเป็นชื่อของกรรมการบริษัทคนจีน ทั้งนี้ กรมฯ แจ้งให้เร่งส่งเอกสารชี้แจงเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป
แกะรอยทุนต่างชาติกลาง “ห้วยขวาง” ส่อนอมินี พบ 4 บริษัทใช้ที่อยู่เดียวกัน
หลังจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ กรมฯ และ ตม.จะประสานข้อมูลระหว่างกัน และขยายผลตรวจสอบ หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีต่อไป นอกจากนี้ ยังพบการกระทำผิดในประเด็นอื่นอีก เช่น คนต่างด้าวกระทำความผิดในข้อหา ไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง และคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้
แกะรอยทุนต่างชาติกลาง “ห้วยขวาง” ส่อนอมินี พบ 4 บริษัทใช้ที่อยู่เดียวกัน
จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีพร้อมกับนายจ้าง รวมถึงตรวจพบคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง 1 ราย ไม่แจ้งที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่จาก ตม.นำส่งดำเนินคดีที่ สน.ห้วยขวาง ต่อไป
อ่านข่าว:
นายกฯ ตั้ง 5 คณะอนุกรรมการลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
สแกนธุรกิจต่างชาติย่านห้วยขวาง พบ 53 ราย เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี
พณ.เตรียมใช้AIเชื่อมข้อมูลแบงก์ สแกนบริษัทเสี่ยงนอมินี เริ่มส.ค. 69

