โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-ส.ก.-พัทยา "สมชัย" ชี้คนมองข้ามสังกัดพรรค ห่วงความโปร่งใส

การเมือง
15:04
จำนวนผู้ชม 30
Thai PBS
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-ส.ก.-พัทยา "สมชัย" ชี้คนมองข้ามสังกัดพรรค ห่วงความโปร่งใส
อดีต กกต. ชี้โค้งสุดท้ายเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.–ส.ก.–นายกเมืองพัทยา คนกรุงเน้นเลือกจากความสามารถแก้ปัญหาเมืองมากกว่าสังกัดพรรค คาดผู้ใช้สิทธิใกล้เคียงครั้งก่อน ขณะสนาม ส.ก. และพัทยายังต้องจับตาความโปร่งใสและการใช้อิทธิพลในพื้นที่

วันนี้ (22 มิ.ย.2569) จับตาโค้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) และนายกเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ ที่ 28 มิ.ย.นี้ บรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัครหลายคน ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง แม้ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ไปในทิศทางเดียวกัน จนทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ ประชาชนอาจจะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยลง

รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อธิบายว่า โดยปกติแล้วตัวเลขของคนที่ออกมาใช้สิทธิการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือเลือกตั้ง กทม. ​จะน้อยกว่าการเลือกตั้งโดยทั่วไปอยู่แล้ว โดยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ผ่านมา มีผู้มาใช้สิทธิประมาณร้อยละ 60 ขณะที่การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 50 จึงคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีสัดส่วนผู้ออกมาใช้สิทธิใกล้เคียงกับการเลือกตั้งครั้งก่อน

ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ยังสะท้อนมาถึงประชาชนว่า ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นมีความสำคัญต่อประชาชนโดยตรง เนื่องจากเป็นการเลือกผู้บริหารที่จะเข้ามาดูแล และการพัฒนาพื้นที่ให้ตรงกับความต้องการของคนในท้องถิ่น จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าผลสุดท้ายผู้สมัครที่ตนสนับสนุนจะชนะหรือแพ้ก็ตาม

ชี้บทบาทผู้สมัครกระตุ้นการตื่นตัวทางการเมืองประชาชน

รศ.สมชัย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจสะท้อนทั้งการประเมินผลงานของผู้บริหารคนปัจจุบัน และทางเลือกใหม่ โดยผู้ที่ตัดสินใจเลือกผู้สมัครคนเดิม มักจะพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้สมัครรายใหม่ ๆ จะถูกประเมินจากนโยบาย วิสัยทัศน์ หรือ นโยบายต่าง ๆ ในการหาเสียงเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ผู้สมัครแต่ละคนยังมีส่วนในการกระตุ้นความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน หากสามารถนำเสนอนโยบายหรือแนวทางแก้ปัญหา ที่ตรงกับความต้องการของประชาชนได้ ก็มีแนวโน้มที่จะสร้างแรงจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ และแสดงการสนับสนุนมากขึ้น

ผู้สมัครอิสระได้รับความนิยมมากกว่าสังกัดพรรคการเมือง?

รศ.สมชัย ชี้ว่า พฤติกรรมการตัดสินใจในการเลือกตั้งของคน มีแนวทางการตัดสินใจที่แตกต่างกัน ระหว่างการเลือกตั้งทั่วไปและการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น หากเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ประชาชนก็จะมองในภาพรวมของประเทศ มากกว่าบุคคล มองถึงโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาล และความสามารถในการผลักดันนโยบายระดับประเทศ

ในขณะเดียวกันหากเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หรือการเลือกตั้งท้องถิ่น ประชาชนมักให้ความสำคัญกับปัญหา หรือเรื่องที่ใกล้ตัว เช่น การจราจร น้ำท่วม หรือความปลอดภัยในการใช้ชีวิต รวมถึงพิจารณาว่า ผู้สมัครคนไหนมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม มีแผนงานชัดเจน และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ได้มากกว่า

รศ.สมชัย ระบุว่า เกณฑ์การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ไม่ได้ยึดติดกับสังกัดทางการเมืองเพียงอย่างเดียว โดยที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ กทม. หลายคนมาจากทั้งผู้สมัครอิสระ และก็ยังมีอีกหลายคน ที่เป็นผู้สมัครจากสังกัดพรรคการเมือง แต่ปัจจัยสำคัญคือความเชื่อมั่นว่า บุคคลนั้นจะสามารถเข้ามาแก้ปัญหา และพัฒนาเมืองได้ตรงกับความต้องการของประชาชน

เลือก ส.ก. เทียบระหว่างกรุงเทพฯ ชั้นใน-นอก

"ผลการเลือกตั้ง ส.ก. ครั้งนี้ก็อาจเป็นในลักษณะผสมในพื้นที่กรุงเทพชั้นใน อาจจะเป็นกลุ่มหรือพรรคการเมืองที่ได้รับกระแสนิยม หรือเป็นกลุ่มที่เข้ามาทำงานอย่างเป็นระบบพร้อมกันกับผู้บริหาร ส่วนพื้นที่ที่เป็นรอบนอกออกไป ความสัมพันธ์ระดับบุคคล อยู่ในสายตาของประชาชน ประชาชนรู้จัก หรือเข้าถึงได้โดยง่าย ก็อาจจะส่งผลในการตัดสินใจ"

รศ.สมชัย กล่าวว่า ปัจจัยในการตัดสินใจเลือก ส.ก. มีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของพื้นที่ โดยในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ประชาชนจำนวนมากอาจไม่ได้รู้จักผู้สมัครเป็นการส่วนตัว หรือ บางคนอาจไม่ทราบด้วยซ้ำว่า ผู้สมัครในพื้นที่ของตนคือใคร ส่งผลให้การตัดสินใจเลือกตั้งมีแนวโน้มอิงกับความนิยมของพรรคการเมือง หรือกลุ่มของผู้สมัครต้นสังกัดมากกว่าตัวบุคคล

ในขณะที่บริเวณพื้นที่รอบนอก ผู้สมัครจำนวนหนึ่งมีความใกล้ชิดกับประชาชนผ่านการทำกิจกรรมในชุมชน หรือ การช่วยเหลืองานต่าง ๆ ในพื้นที่ ทำให้ประชาชนรู้จักและเข้าถึงตัวผู้สมัครได้มากกว่า ความสัมพันธ์ในระดับบุคคล จึงอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกตั้ง

รศ.สมชัย จึงมองว่า ผลการเลือกตั้ง ส.ก. ครั้งนี้อาจเป็นผลแบบผสมระหว่างอิทธิพลของกระแสพรรคการเมือง หรือกลุ่มในพื้นที่เมืองกรุงเทพฯ​ ชั้นใน กับฐานความนิยมส่วนบุคคลของผู้สมัครในพื้นที่รอบนอก โดยผู้สมัครที่มีผลงานต่อเนื่อง เป็นที่รู้จักของประชาชน และเข้าถึงชุมชนได้ง่าย ก็อาจได้รับความได้เปรียบในการแข่งขัน

จับตาทุจริตการเลือกตั้ง

รศ.สมชัย มองว่า การทุจริตในรูปแบบการซื้อเสียงสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งในพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) บางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอก อาจยังต้องเฝ้าระวังบทบาทของหัวคะแนน หรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ว่าดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่

ในส่วนของการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา รศ.สมชัย มองว่า เป็นอีกสนามการเลือกตั้งที่น่าจับตามอง เนื่องจากมีจำนวนหน่วยเลือกตั้งไม่มาก และเป็นการแข่งขันระหว่างกลุ่มการเมืองท้องถิ่นที่มีฐานอิทธิพลในพื้นที่ ทำให้ต้องระวังไม่ให้เกิดการใช้อิทธิพล หรือพฤติกรรมที่อาจกระทบต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ รศ.สมชัย ยังเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้ง เพื่อช่วยตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในการเฝ้าระวังการทุจริตเลือกตั้ง

รายงานโดย : นางสาวฐิตินันท์​ คุ้มตะสิน นักศึกษาฝึกงาน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านข่าว :

เปิดวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กับภารกิจเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนกรุง

ขยะล้นเมือง โจทย์ใหญ่ผู้ว่าฯ กทม. 2569 เปิดนโยบายผู้สมัครแก้ปัญหาสะสม

เจาะลึกนโยบายผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ชำแหละแผนสู้ศึกวิกฤตฝุ่นเรื้อรัง PM2.5