เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ผนึกกำลังกับตำรวจ CIB และ บก.ปปป. เปิดปฏิบัติการบุกทลายบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่พบกลุ่มบุคคลกว่า 10 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กำลังใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์แก้ไขคะแนนสอบในระบบดิจิทัลเพื่อให้ตรงกับผลประกาศบนเว็บไซต์
การสืบสวนเบื้องต้นพบมูลค่าความเสียหายสะพัดนอกระบบสูงถึง 4,500 ล้านบาท นำไปสู่คำสั่งย้ายด่วนนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้พ้นจากหน้าที่ทันที เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใส เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นช็อกสังคมเพราะเป็นการทำลายรากฐานระบบคุณธรรมและดับความหวังของผู้สมัครสอบกว่าแสนคนทั่วประเทศที่ตั้งใจสอบอย่างสุจริต
ปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเนื้อร้ายที่แฝงตัวอยู่ในระบบบริหารงานบุคคลของไทยมานานกว่าทศวรรษ โดยหากย้อนรอยประวัติศาสตร์จะพบว่า
ความผิดปกติเริ่มปรากฏชัดเจนในช่วงปี 2556-2558 ที่มีการร้องเรียนเรื่องการสวมสิทธิ์สอบและการประกาศผลสอบที่ขัดต่อความเป็นจริงในหลายพื้นที่ จนกระทั่งเกิดคดีประวัติศาสตร์ที่มหาสารคามในช่วงปี 2558-2560 ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นถึง 18 คน จากพฤติการณ์ปลอมแปลงเอกสารและจัดสอบโดยมิชอบใน 31 อบต.
ต่อมาในปี 2562 ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นหารือในสภาผู้แทนราษฎรหลังพบข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับนายหน้าเรียกรับเงินหัวละ 500,000 บาท เพื่อการันตีการบรรจุรับราชการ ความล้มเหลวในการจัดการปัญหาอย่างถอนรากถอนโคนในอดีตทำให้ขบวนการนี้ยกระดับความซับซ้อนขึ้นจนกลายเป็นเครือข่ายระดับชาติในปี 2569 ที่มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงและนายหน้าข้ามจังหวัด
กลโกงไฮเทค "คีย์แก้ฐานข้อมูล"
ในส่วนของรูปแบบและวิธีการทุจริตนั้น ขบวนการนี้ ไม่ได้ใช้เพียงเครื่องมือสื่อสารไฮเทคธรรมดา แต่ใช้กรรมวิธีทางเทคนิคขั้นสูงที่เจ้าหน้าที่นิยามว่า "การศัลยกรรมคะแนน" (Score Surgery) ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอนที่แยบยล
- การเจาะช่องทางเข้าถึงข้อมูลต้นขั้ว โดยมีการลักลอบนำสำเนากระดาษคำตอบ (ซึ่งเป็นไฟล์ภาพสแกนกระดษาคำตอบ) และรหัสประจำตัวผู้สอบออกมาจากคลังจัดเก็บของหน่วยงานต้นขั้วอย่างเป็นระบบ
- เป้าหมาย "ลูกค้า" ที่จ่ายเงินวิ่งเต้น โดยนำเฉลยข้อสอบที่ถูกต้องมาเปรียบเทียบกับรูปกระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์
- หัวใจสำคัญคือการ "คีย์แก้ไขคะแนน" หากลูกค้าสอบผ่าน ก็จะไม่ทำการแก้ไขแต่อย่างใด แต่หากพบว่าลูกค้ารายนั้นสอบไม่ผ่าน ระบบจะชี้เป้าข้อที่ตอบผิด ผู้ก่อเหตุจะทำการแก้ไขให้เป็นข้อที่ถูก ในไฟล์ภาพกระดาษคำตอบ เพื่อให้คะแนนรวมสูงจนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
- ส่งไฟล์คะแนนที่ได้รับการศัลยกรรมแล้ว กลับไปยังหน่วยงานกลางเพื่อประกาศผลบนเว็บไซต์ ทำให้คะแนนที่ปรากฏต่อสาธารณะดูแนบเนียนและตรงกับผลในฐานข้อมูลที่ถูกโกงไว้แล้ว
เม็ดเงินหมุนเวียนในขบวนการนี้ถือว่ามหาศาลอย่างน่าตกใจ โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการการันตีสอบผ่านเป็นรายหัว สำหรับตำแหน่งทั่วไปในวุฒิ ปวช. หรือ ปวส. จะมีการเรียกเก็บเงินรายละประมาณ 350,000 บาท แต่หากเป็นตำแหน่งระดับปฏิบัติการในวุฒิปริญญาตรี หรือในพื้นที่จังหวัดยอดฮิตที่มีอัตราการแข่งขันสูง ค่าหัวจะพุ่งสูงถึง 700,000 - 800,000 บาท/ราย
เมื่อคำนวณจากรายชื่อเป้าหมายในบัญชีดำที่เจ้าหน้าที่ยึดได้ราว 9,000 ราย ซึ่งมีการประเมินว่าได้รับการแก้ไขคะแนนสำเร็จไปแล้วกว่า 2,000 ราย ทำให้มูลค่าความเสียหายสะสมและเงินสะพัดนอกระบบจากการประเมินเบื้องต้นสูงถึง 4,500 ล้านบาท
ขบวนการนี้จึงไม่ใช่เพียงการโกงสอบทั่วไป แต่เป็นธุรกิจอาชญากรรมที่กัดกินระบบราชการไทยอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
ล่าสุด หน่วยงานตรวจสอบนำโดย ป.ป.ช. ได้ยกระดับการจัดการปัญหาทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ โดยใช้ยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุกเข้าถึงพยานหลักฐานในขณะเกิดเหตุ จากปฏิบัติการบุกค้นบ้านพักและบริษัทใน จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่สามารถยึดคอมพิวเตอร์และซีพียูได้ถึง 18 ชุด พร้อมอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลดิจิทัลที่บรรจุข้อมูลผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศ และสำเนากระดาษคำตอบกว่า 3,000 แผ่น
พฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกจับกุมได้ในที่เกิดเหตุ 10 คนนั้นมีความผิดปกติอย่างชัดเจน โดยกลุ่มคนเหล่านี้จะแอบเข้ามาปฏิบัติการแก้ไขคะแนนในช่วงหลังเวลาเลิกงานราชการ ตั้งแต่เวลา 17.00 - 20.00 น. ภายในสถานที่ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในซอยลึกเพื่อเลี่ยงการสังเกตเห็น ปัจจุบัน ป.ป.ช. กำลังเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงของรายชื่อผู้เข้าสอบในหลักฐานที่ยึดได้เพื่อนำไปเทียบกับประกาศผลสอบจริงอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล
ข้อมูลจากการสืบสวนยังชี้ให้เห็นถึง "ตัวการใหญ่" และนายหน้าในพื้นที่ โดยมีการระบุถึงพฤติการณ์ของ "นาย พ." ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นาย พ. ถูกกล่าวหาว่าทำหน้าที่เป็นนายหน้าตัวกลางคอยหาคนสมัครสอบที่ต้องการบรรจุรับราชการและเรียกรับเงินเพื่อส่งต่อไปยังขบวนการ "ศัลยกรรมคะแนน"
ขณะเดียวกัน ระดับนโยบายอย่าง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก็ได้ถูกสั่งย้ายไปประจำกระทรวงมหาดไทยโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและให้การตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและอาญาเป็นไปด้วยความโปร่งใสที่สุด
แม้ในเบื้องต้นหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเทศบาลเมืองวิเชียรบุรีจะออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะมีการสาวลึกถึงต้นตอขบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำโดยไม่ละเว้น
อนุทินลั่นล้างไพ่ผลสอบเก๊ ไล่บี้คนโกงพ้นตำแหน่งย้อนหลัง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้มีคำสั่งเด็ดขาดให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยยกเลิกผลการสอบในลอตที่มีปัญหาทั้งหมดทันที โดยนำหลักการทางกฎหมาย "ทฤษฎีผลไม้พิษ" (Poisonous Fruit Theory) มาใช้อธิบายว่าเมื่อที่มาของกระบวนการสอบไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผลลัพธ์ย่อมเป็นโมฆะและไม่สามารถยอมรับได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ
สำหรับผู้ที่ทุจริตและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการไปแล้ว ป.ป.ช. ยืนยันว่ากฎหมายเปิดช่องให้มีการเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งและสั่งให้ออกจากราชการย้อนหลังได้ทันที หากมีคำพิพากษาหรือพยานหลักฐานยืนยันความผิด นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ สถ. และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่ถูกสงสัยต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่โดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันการแทรกแซงพยานหลักฐาน
จ่อเลิกใช้กระดาษ สั่งลุยระบบ e-Exam สกัดกั้นนายหน้า
ในการปฏิรูประบบการจัดสอบข้าราชการไทยเพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย มีข้อเสนอแนะให้ยกเลิกการสอบแบบกระดาษ (Paper-based Exam) ในตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูงและ0เปลี่ยนไปใช้ระบบการสอบด้วยคอมพิวเตอร์ (e-Exam) เต็มรูปแบบเช่นเดียวกับระบบของสำนักงาน ก.พ.
เนื่องจากระบบ e-Exam เป็นระบบปิดที่ยากต่อการแก้ไขฐานข้อมูลคะแนนย้อนหลัง นอกจากนี้ยังต้องมีการนำเทคโนโลยีสแกนชีวมิติ (Biometrics) เช่น การสแกนลายนิ้วมือหรือม่านตามาใช้ยืนยันตัวตนผู้เข้าสอบอย่างเข้มงวด และต้องกำหนดในสัญญาจ้าง (TOR) ให้มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่รับจ้างจัดสอบต้องมีส่วนรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญาหากเกิดช่องโหว่ในการจัดเก็บกระดาษคำตอบในห้องมั่นคง
การจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบกลางที่ประกอบด้วยหลายหน่วยงานเพื่อคอยสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกข้อสอบจนถึงการประกาศผล ก็เป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยถ่วงดุลอำนาจได้
การทุจริตครั้งนี้ถือเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการไทยอย่างรุนแรง การที่ข้าราชการกลุ่มหนึ่งสามารถ "ซื้อตำแหน่ง" ได้ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่สายอาชีพ สะท้อนถึงการหยั่งรากลึกของ "ระบบอุปถัมภ์" ที่เงินมีอำนาจเหนือความรู้ความสามารถ
นายกฯ ถึงกับนิยามพฤติกรรมนี้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ "ชั่วกว่า" และเข้าข่ายการ "ขายชาติ" เพราะเป็นการทำลายความก้าวหน้าของประเทศโดยตรง หากรัฐบาลไม่สามารถคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้สมัครสอบที่สุจริตได้ ระบบราชการจะสูญเสียบุคลากรที่มีคุณภาพและแทนที่ด้วยบุคคลที่ขาดจริยธรรม ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการบริหารบ้านเมืองในระยะยาว
การกวาดล้างขบวนการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการดำเนินคดีทางอาญา แต่คือการประกาศสงครามกับระบบเส้นสายเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีข้าราชการไทยคืนมาจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลและผลประโยชน์
อ่านข่าวอื่น :
“นายกฯ” เผยฟังคลิปเสียงอ้าง “รมช.” เอี่ยวทุจริตสอบ ขรก.ท้องถิ่นแล้ว
"มศว" ประชุมด่วนปมทุจริตสอบ ขรก.ท้องถิ่น - ป.ป.ช.จ่อตรวจสอบ
"อนุทิน" สั่งยกเลิกผลสอบ ขรก.ท้องถิ่น ชี้ที่มาไม่ถูกต้อง ลั่นไม่ต้องกลัวใครฟ้อง










