วันนี้ (27 มิ.ย.2569) BBC รายงานกองบัญชาการกลางสหรัฐอเมริกา หรือ Centcom ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ต่อเป้าหมายทางทหารของอิหร่านเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 มิ.ย.) โดยมุ่งเป้าไปที่คลังจัดเก็บขีปนาวุธ คลังโดรน และสถานีเรดาร์บริเวณชายฝั่ง เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ที่เรือบรรทุกสินค้า "Ever Lovely" ซึ่งติดธงสิงคโปร์ ถูกโจมตีด้วยโดรนกามิกาเซในช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากท่าเรือดาฮิตของประเทศโอมาน ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 7.5 ไมล์ทะเล
โดยตัวแทนของสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการตอบโต้อย่างรุนแรง ต่อพฤติกรรมก้าวร้าวของอิหร่าน ที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน และเป็นการทำลายเสรีภาพในการเดินเรือพาณิชย์ในเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก
ส่วนกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้ละเมิดสนธิสัญญา และระบุว่าการโจมตีเรือสินค้าในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย.นั้น มีสาเหตุมาจากเรือลำดังกล่าว ใช้เส้นทางเดินเรือที่ไม่ได้รับอนุญาตในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ IRGC อ้างว่า กองทัพเรือของตนได้ทำการตอบโต้ด้วยการโจมตี ที่ตั้งทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคกลับไปแล้วเช่นกัน พร้อมขู่สำทับว่าหากสหรัฐฯ ยังคงกระทำการก้าวร้าวซ้ำอีก อิหร่านจะยกระดับการตอบโต้ให้รุนแรง และขยายวงกว้างยิ่งกว่าเดิม
ขณะที่ นายเอบราฮิม อาซิจิ ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวหาว่าสหรัฐฯ ฉวยโอกาสโจมตีอิหร่าน ในระหว่างที่กระบวนการเจรจากำลังดำเนินอยู่ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่จะนำไปสู่ความล้มเหลว และความเสียใจของสหรัฐฯ เอง
ข้อตกลงหยุดยิงส่อแววล่ม หลังลงนามได้ไม่นาน
เหตุการณ์ความรุนแรงระลอกล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งบรรลุข้อตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ภายใต้บันทึกความเข้าใจ 14 ข้อ ซึ่งกำหนดให้อิหร่านต้องใช้ความพยายามอย่างสูงสุดในการดูแลความปลอดภัย และเปิดทางให้เรือสินค้าผ่านทาง โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียลว่า ได้รับการยืนยันจากอิหร่านว่า จะไม่มีการจัดเก็บค่าผ่านทางหรือค่าประกันภัยใด ๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่าน กลับแถลงผ่านสื่อกระบอกเสียงของรัฐว่า การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนช่วงก่อนเกิดสงครามอย่างแน่นอน
"ทรัมป์-แวนซ์" ประสานเสียงประณาม อพยพลูกเรือสะดุด
รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี.แวนซ์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ตักเตือนอิหร่านอย่างรุนแรงว่า หากมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งเกี่ยวกับเงื่อนไขใน MOU ควรใช้การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ ไม่ใช่การใช้กำลัง
เพราะความรุนแรงจะถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรงเท่านั้น ขณะที่ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า ข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ แต่แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการกระทำของอิหร่าน
ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว ยังส่งผลให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ของสหประชาชาติ จำต้องสั่งระงับแผนการอพยพลูกเรือมากกว่า 11,000 ชีวิต ที่ติดค้างอยู่ในเส้นทางเดินเรือแห่งนี้ มาตั้งแต่ช่วงเริ่มสงครามเมื่อปลายเดือน ก.พ. ซึ่งการปิดช่องแคบก่อนหน้านี้ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาพลังงานโลก และระบบโลจิสติกส์สินค้าเกษตร เช่น ปุ๋ยเคมี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

