ครบ 1 สัปดาห์เต็ม ๆ แล้ว สำหรับปมทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 นับแต่เข้า "ตรวจ-จับ" เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถึงวันนี้ ป.ป.ช. ยังไม่ตั้งข้อกล่าวหาใคร เว้นแต่กระทรวงมหาดไทย ที่มีคำสั่ง "เด้ง" อธิบดีกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น (สถ.) เข้าประจำกระทรวงเป็นการชั่วคราว
ในทางกฎหมาย อาจต้องว่ากันไปตาม ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน แต่ในทางการเมือง กำลังเป็นคำถามถึงความรับผิดชอบ จากฝ่ายนโยบาย นั่นคือระดับรัฐมนตรี โดยเฉพาะรัฐมนตรี ที่กำกับ-ดูแล "สถ." หรือหมายถึง "ระบบสอบ" ควรรับผิดทางการเมืองหรือไม่
ปมทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ไม่เพียงแต่จะต้อง "ไต่สวน" เพื่อค้นหาบุคคลผู้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ยังเป็นเหตุให้ "ชุดร่างกฎหมายท้องถิ่น" 5 ฉบับต้องค้างอยู่ในวุฒิสภา 1 ฉบับ และกำลังเป็นคำถามถึงความรับผิดทางการเมือง จากฝ่ายนโยบายอีกด้วย
นอกจากเสียงคำถาม จากผู้เกี่ยวข้องการสอบ ประชาชนทั่วไป ก็นักวิชาการ จะนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือ มหาชน ต่างก็ออกมาตั้งคำถามถึงความรับผิดทางการเมืองเพิ่มขึ้นและชัดขึ้นทุกวัน หลังตรวจจับปมทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น
และถามไว้ไม่ต่างกับ นักวิชาการอิสระ นายวัส ติงสมิตร ซึ่งโพสต์ตั้งข้อสังเกตไว้ในเฟซบุ๊ก แยกเป็น 8 ข้อ หากเฉพาะเจาะจงไปที่ 2 ข้อ ก็สอดรับกับคำถาม ของผู้คนในสังคม คือ "ความรับผิดทางอาญากับความรับผิดทางการเมือง" ประกอบกับ "สิ่งที่น่ากลัวกว่าคนโกง คือ ความอ่อนแอของระบบควบคุม" โดยระบุถึง รัฐต้องมีธรรมาภิบาล ต้องออกแบบ "ระบบ" ให้ทำทุจริตได้ยากที่สุด
ซึ่งแม้จะไม่ได้ถามว่า ฝ่ายการเมือง-ฝ่ายนโยบาย ร่วมโกงด้วยไหม แต่ก็ถามเหตุใดระบบที่บริหารอยู่ จึงเปิดโอกาสให้โกงได้ ผู้มีหน้าที่กำกับ-ดูแล "ระบบ" ก็จำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบเช่นกัน
ตัดกลับมาที่ฝ่ายการเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เคยพูดไว้ว่า "ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง แต่ได้สั่งการไปแล้ว"
หรือนายทรงศักดิ์ ทองศรี ที่ออกมายอมรับว่า กำกับ-ดูแล สถ. มาโดยตลอด เว้นแต่วันนี้ เรียกตัวเองว่าเป็นผู้เสียหาย เหตุจากคลิปเสียงพาดพิงถึงให้เกิดความเสียหาย
จะสรุปได้ไหมว่า ฝ่ายการเมืองขีดเส้นตัวเองออกจากปัญหาแล้ว เว้นแต่กระแสข่าวเรื่องการ "ปรับ ครม." ส่วนความรับผิดทางอาญา ตำรวจและ ป.ป.ช. ก็ควรจะเร่งมือไหม ตรวจ-จับกันมาเป็นสัปดาห์แล้ว ยังเอาผิดใครไม่ได้ เว้นแต่สั่ง "เด้ง" อธิบดี สถ. และชุดร่างกฎหมายท้องถิ่นที่ต้องชะลอออกไป
ปมทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น กลายเป็นปมร้อนในฝ่ายบริหารและการเมืองแล้ว ยังเป็นปมร้อนให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องชะลอร่างกฎหมาย "ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น" ด้วยการถอนออกจากวาระ เพื่อกลับไปทบทวนเนื้อหา เกี่ยวข้องกับการ "สอบข้าราชการท้องถิ่น" ให้ระบบเข้มขึ้นอีกไหม
ส่วนอีก 4 ฉบับ ซึ่งเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับเลือกสมาชิก-เลือกผู้บริหารท้องถิ่น สาระสำคัญที่ได้ คือปรับลดอายุผู้บริหารขั้นต่ำ 25 ปี และปลดล็อกวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ห้ามต่อเนื่องเกิน 8 ปี เป็น "ไม่จำกัด" แล้ว
สำหรับปมการเมืองยังมีอีก นอกเหนือจากกระแสที่ว่า ปม-ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่เพียงข้าราชการระดับสูงของ "มหาดไทย" ที่กลุ่มเดียวกัน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มสีน้ำเงินกับกลุ่มสีน้ำเงินเข้ม ยังมีกระแสอีกว่า ปม-ปัญหาที่ว่านี้ เกี่ยวข้องกับ "กลุ่ม 2 น." ในค่ายสีน้ำเงิน กำลังแบ่งพลพรรคในกลุ่มออกเป็น "นอ.เน" กับ "นอ.หนู"
ถ้ารัฐมนตรีทรงศักดิ์ ที่หนึ่งในแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ใคร ๆ ก็เชื่อว่า สายตรงครูใหญ่-บ้านใหญ่ พูดแบบนี้ ปมความขัดแย้ง 2 น. ก็มีมูลแล้ว แต่อยู่ที่มากน้อยแค่ไหน ถ้าเทียบกับยุค 2 ป. ความเห็นต่างทางการเมือง ก็ทำเอาความเป็นพี่น้อง 3 ป. เกือบจะขาดกันอยู่
รายงาน : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง ไทยพีบีเอส
อ่านข่าว :
ตร.เตรียมขอหมายจับเพิ่มเครือข่าย "ปลัดจังหวัดภูเก็ต" ปมเรียกรับเงิน
ป.ป.ช.เตรียมไต่สวน "จนท.รัฐ-บุคคล" เอาผิดคดีทุจริตสอบ ขรก.ท้องถิ่น
"ทรงศักดิ์" ลั่นฟ้อง กิจ-ส้ม คลิปโกงสอบท้องถิ่น ยันความบริสุทธิ์ไม่รู้จักใคร

