เมื่อปี 2024 กองทัพเรือโคลอมเบีย ได้ปฏิบัติการสกัดเรือดำน้ำขนยาเสพติด แม้การลำเลียงด้วยวิธีนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในแถบอเมริกา แต่ขณะนี้พบว่ามีเรือจำนวนหนึ่งมีจุดหมายปลายทางเป็นชายฝั่งของออสเตรเลีย ซึ่งเรือต้องเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นระยะทางมากกว่า 10,000 กิโลเมตร
ปัจจุบัน กองทัพเรือโคลอมเบียจับมือกับทางการออสเตรเลีย ในการสกัดการลักลอบขนยาเสพติดด้วยวิธีนี้ หลังพบแผนที่และเส้นทางการเดินเรือ บนเรือที่ถูกสกัดในน่านน้ำโคลอมเบีย โดยนับตั้งแต่เดือน ส.ค.2024 เป็นต้นมา มีเรือดำน้ำในลักษณะนี้ถูกสกัดขณะอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้กับออสเตรเลียอย่างน้อย 7 ลำ
โคลอมเบียประเมินว่า การลักลอบขนยาเสพติดมายังออสเตรเลีย ด้วยวิธีนี้จะใช้เวลาประมาณ 35 วัน ประกอบกับต้นทุนที่สูงลิบ เพราะแค่ค่าต่อเรือก็อาจสูง 1-2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 45 ล้านบาทแล้ว บางลำติดตั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยเพิ่มด้วย ดังนั้นเวลาขนยาแต่ละรอบ มักจะมีปริมาณหลายร้อยไปจนถึงหลักพันกิโลกรัม ซึ่งราคายาเสพติดที่ขายในออสเตรเลียสูงกว่าราคาตลาดโลกอื่นๆ ประมาณ 5 เท่าร่วมด้วยแล้ว จึงทำให้ตลาดออสเตรเลียได้รับความสนใจ
ข้อมูลทางการที่เปิดเผยล่าสุด จากสถาบันสุขภาพและสวัสดิภาพออสเตรเลีย ชี้ว่า ในปี 2020-2021 ออสเตรเลียตรวจยึดยาเสพติดผิดกฎหมายตามจุดผ่านแดนต่างๆ ได้กว่า 30,000 ครั้ง น้ำหนักรวมมากกว่า 10,000 กิโลกรัม ซึ่งกว่าครึ่งเป็นยาแอมเฟตามีน ตามมาด้วยโคเคน เฮโรอีน กัญชาและยาอี
หากรวมตัวเลขการยึดยาเสพติดจากทั่วประเทศ พบว่าในปี 2020-2021 ออสเตรเลีย ยึดยาเสพติดได้มากกว่า 100,000 ครั้ง หรือคิดเป็นประมาณ 1 ครั้งในทุกๆ 5 นาที ซึ่งมีจำนวนมากน้อยแตกต่างกันไป โดยมากที่สุดเป็นกัญชากว่า 10,000 กิโลกรัม แอมเฟตามีน เฮโรอีนและโอปิออยด์ ส่วนที่ไม่ทราบประเภทมีกว่า 18,000 กิโลกรัม
ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขการตรวจยึดยาเสพติดในออสเตรเลียเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจออสเตรเลียตั้งโต๊ะแถลงผลงานการยึดโคเคนครั้งประวัติศาสตร์ จำนวนมากถึง 2,700 กิโลกรัม ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ในบังเกอร์ใต้ดิน ไม่ไกลจากนครซิดนีย์ โดยหากนำยาเสพติดชุดนี้ออกมาขายในตลาดจะมีมูลค่าถึง 816 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 18,640 ล้านบาท
ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาต้นทางของยาเสพติด ซึ่งเชื่อว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการลักลอบนำเข้ายาเสพติด ด้วยเรือดำน้ำมายังชายฝั่งรัฐควีนส์แลนด์ ก่อนส่งมาขายในซิดนีย์ หลังเจ้าหน้าที่หมู่เกาะโซโลมอนยึดเรือ MV Wealth มาตรวจสอบ
หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ถือเป็นทางผ่านสำคัญในเส้นทางขนยาเสพติดจากอเมริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มายังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยนับตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ทางการทั่วแปซิฟิกใต้ยึดโคเคนได้ไม่ต่ำกว่า 16 ตันแล้ว
สำนักงานสำรวจข้อมูลการใช้ยาเสพติดในออสเตรเลีย ระบุว่า ในปี 2022-2023 ซึ่งเป็นข้อมูลชุดล่าสุดที่ปรากฏในเว็บไซต์ทางการ ชี้ว่าประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป มากถึง 10.2 ล้านคน ระบุว่าเคยใช้ยาเสพติดมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้งตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา และเกือบ 4 ล้านคนระบุว่า เคยใช้ยาเสพติดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้เป็นกัญชามากกว่า 11% ตามมาด้วยโคเคนและยาอี
รายงานล่าสุด ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ชี้ว่า ตลาดโคเคนในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมกันแล้วถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก เพราะรับซื้อยาเสพติดในราคาสูง และมีความต้องการใช้ยาที่สูงด้วย ซึ่งมีมากถึง 4.2% โดยตัวเลขนี้สูงกว่าในสหรัฐฯ และยุโรปมากกว่า 2 เท่า
สำหรับภาพรวมการใช้ยาเสพติดเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก โดยเมื่อปี 2024 ผู้ที่มีอายุ 15-64 ปีมากถึง 6.2% ใช้ยาเสพติด ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากปี 2014 ถึง 1% ซึ่ง 1% ที่ว่านี้คำนวณจากจำนวนประชากรทั้งโลก โดยกัญชากินส่วนแบ่งมากที่สุด ตามด้วยโอปิออยด์ แอมเฟตามีน โคเคน และยาอี
ผู้อำนวยการบริหาร UNODC คนใหม่ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลมากอีกเรื่องคือ การเพิ่มขึ้นของยาเสพติดรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งในหลายๆ ประเภทอันตรายมากกว่าเดิม โดยผู้ผลิตยาเสพติดคิดค้นยาสังเคราะห์ใหม่ๆ เพื่อหลบหลีกระเบียบข้อบังคับและการตรวจจับของเจ้าหน้าที่
ขณะที่มาตรการของรัฐบาลตอลีบาน ที่ห้ามปลูกฝิ่นในอัฟกานิสถาน เมื่อปี 2022 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดฝิ่นและเฮโรอีนทั่วโลก ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และการเพิ่มกำลังการผลิตฝิ่นของเมียนมา ก็ไม่ช่วยเติมส่วนที่ขาดหายไปได้ เพราะปีๆ หนึ่งอัฟกานิสถาน ปลูกฝิ่นปริมาณหลายพันตัน ซึ่งข้อจำกัดนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ค้ายาเปลี่ยนจากยาเสพติดที่ผลิตจากพืช หันมาจับยาเสพติดสังเคราะห์เพิ่มมากขึ้น เช่น เฟนทานีล
ปัญหาสำคัญคืออาชญากร มักปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงหรือข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งตราบใดที่ยังมีผู้บริโภค และมีความต้องการใช้ยาเสพติด ปัญหานี้ก็จะรุนแรงเรื้อรังต่อไป
อ่านข่าว
TG ยันลูกเรือลอบขนเฮโรอีนเป็น "เรื่องส่วนตัว" พร้อมร่วมมือออสเตรเลียเต็มที่
ป.ป.ส.พบแอร์สาวหิ้วเฮโรอีนได้ค่าจ้าง 8,800 บาท เร่งหาต้นตอ-คนร่วมขบวนการ
เปิดอีกมุมธุรกิจ "รับหิ้ว" ลูกเรือแนะปฏิเสธงานเสี่ยง หลังคดีขนยาสะเทือนวงการ










