"กรวีร์" ตั้งฉายางบปี 70 "พ.ร.บ.ปรุงจืด" ไม่เผ็ดร้อนแต่เต็มไปด้วยสาระ

การเมือง
20:32
จำนวนผู้ชม 82
Thai PBS
"กรวีร์" ตั้งฉายางบปี 70 "พ.ร.บ.ปรุงจืด" ไม่เผ็ดร้อนแต่เต็มไปด้วยสาระ
ปธ.วิปรัฐบาล ตั้งฉายาร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 "พ.ร.บ.ปรุงจืด" ยืนยันแม้อภิปรายไม่ดุเดือด แต่เต็มไปด้วยประโยชน์ เตรียมใช้แหล่งเงินนอกงบฯกว่า 3.37 แสนล้านบาท และให้ กมธ.ตรวจสอบงบฯ อย่างเข้มข้น โปร่งใส สามารถถ่ายทอดสดการประชุมได้

วันนี้ (1 ก.ค.2569) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้กล่าวอภิปรายสรุปและแสดงความขอบคุณต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 158 คน ที่ได้ร่วมกันพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะต่อ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

นายกรวีร์ ให้นิยามและตั้งชื่อร่างงบประมาณฉบับนี้ว่าเป็น "พ.ร.บ.งบประมาณแบบปรุงจืด" เนื่องจากบรรยากาศการอภิปรายเป็นไปอย่างเรียบ ๆ อึน ๆ ไม่มีความเผ็ดร้อนหรือเต็มไปด้วยสีสันทางการเมืองเหมือนครั้งที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ตาม ความจืดชืดนี้ถือเป็นความสวยงามตามธรรมชาติ เพราะเป็นการต่อสู้กันด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากทั้งฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยไม่มีการใช้วาทกรรมเสียดสีทางการเมือง ซึ่งทาง ครม. และทุกหน่วยงาน พร้อมจะนำข้อคิดเห็นเหล่านี้ไปปรับใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน

นอกจากนี้ นายกรวีร์ ยังกล่าวชื่นชมสำนักงบประมาณ ที่ยอมปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานตามเสียงเรียกร้อง โดยการจัดทำและเปิดเผยข้อมูลงบประมาณในรูปแบบไฟล์ Excel ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในยุคของรัฐบาลที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นแกนนำสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ มุ่งเน้นความโปร่งใสและพร้อมรับการตรวจสอบจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

ข้อเท็จจริง "งบฝีแตก" ความกล้าผ่าตัดใหญ่การคลัง

ในส่วนของข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ระบุว่างบประมาณปี 2570 มีลักษณะเป็น "งบฝีแตก" เนื่องจากมีสัดส่วนรายจ่ายประจำสูงถึง 2.78 ล้านล้านบาท และเหลืองบประมาณเพื่อการลงทุนเพียง 780,000 ล้านบาทนั้น นายกรวีร์ยอมรับว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นความจริงของประเทศในปัจจุบัน

แต่อาการป่วยไข้ทางการคลังนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ หากแต่เป็นปัญหาที่หมักหมมสะสมมาหลายยุคหลายสมัย จากการที่รัฐบาลในอดีตเลือกที่จะซุกปัญหาไว้ใต้พรมและประคองอาการไปวัน ๆ และชื่นชม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ที่ตัดสินใจจัดสรรงบประมาณสะท้อนความจริง

นายกรวีร์เปรียบเทียบว่า รัฐบาลชุดนี้ยอมรับบทเป็นหมอที่กล้าหาญ ลงมีดกรีดแผลเพื่อผ่าตัดเอาก้อนฝีร้ายนั้นออกมา ดีกว่าปล่อยให้ฝีไปแตกในอนาคตจนเกิดความเสียหายเกินกว่าจะเยียวยา แม้การตัดสินใจเรื่องยาก ๆ เช่นนี้จะกระทบต่อคะแนนนิยมทางการเมือง แต่รัฐบาลเลือกที่จะรักษาความมั่นคงของประเทศมากกว่ารักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง

หลักฐานที่ชัดเจนคือกระทรวงคมนาคม ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคภูมิใจไทย ก็ยอมที่จะถูกตัดลดงบประมาณลงตามความจำเป็นของประเทศ แสดงให้เห็นว่าไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคพวกตนเองแต่อย่างใด

กางกลยุทธ์แหล่งเงินทุนนอกงบฯ แจงปมงบกลางพุ่งสูง

ประธานวิปรัฐบาลได้เปิดเผยถึงแผนยุทธศาสตร์การใช้จ่ายเงินของรัฐบาลว่า รัฐบาลกำลังปรับเปลี่ยนวิธีคิด โดยไม่พึ่งพาเพียงเงินงบประมาณแผ่นดิน แต่เตรียมขับเคลื่อนประเทศด้วยแหล่งเงินทุนใหม่นอกเหนืองบประมาณรวมมูลค่า 337,313 ล้านบาท ซึ่งแบ่งออกเป็น

  • เงินทุนจากกองทุนของรัฐวิสาหกิจจำนวน 286,682 ล้านบาท
  • การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) จำนวน 40,631 ล้านบาท
  • กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยอีก 10,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดการใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน ในส่วน 200,000 ล้านบาทด้านพลังงานสะอาด มาเปลี่ยนเป็นแรงจูงใจให้ภาคประชาชนและเอกชนหันมาร่วมลงทุน ซึ่งเคยประสบความสำเร็จมาแล้วจากโมเดลโครงการคนละครึ่งพลัส หรือโครงการไทยช่วยไทยพลัส

สำหรับประเด็นข้อสังเกตเรื่องการตั้งงบกลางสูงถึง 690,000 ล้านบาท นายกรวีร์ชี้แจงว่า ไส้ในของงบดังกล่าวเป็นรายจ่ายที่จำเป็น เช่น เงินเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญข้าราชการ 24,000 ล้านบาท และเงินสมทบชดเชยข้าราชการอีก 46,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระผูกพันใต้พรมที่รัฐบาลชุดนี้ นำขึ้นมาตั้งงบประมาณให้ถูกต้องตามความจริง

ฝาก กมธ.เดินหน้าตรวจสอบ

ในช่วงท้ายของการอภิปราย นายกรวีร์ได้ฝากประเด็นสำคัญถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2 ข้อ

  1. ขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันตรวจสอบงบประมาณอย่างเข้มข้น ส่วนไหนที่ไม่จำเป็นหรือเป็นส่วนเกิน ให้รีดไขมันออกให้หมด เพื่อให้เงินทุกบาทส่งตรงถึงมือประชาชน
  2. เสนอให้มีการถ่ายทอดสด (Live) การประชุมกรรมาธิการ เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นกระบวนการทำงานและการซักถามฝ่ายราชการอย่างโปร่งใส

พร้อมทั้งกล่าวตอกกลับข้อวิจารณ์ของฝ่ายค้านที่ระบุว่า เห็นงบประมาณฉบับนี้แล้วไม่เห็นอนาคตประเทศ โดยนายกรวีร์ ยืนยันว่า ตนเองเห็นอนาคตของประเทศมากมายจากงบประมาณเล่มนี้

เนื่องจากนี่ไม่ใช่ "งบไทยช่วยใคร" แต่เป็น "งบไทยช่วยไทยอย่างแท้จริง" ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือคนตัวเล็กตัวน้อย คนหาเช้ากินค่ำ ผู้สูงอายุ และคนหนุ่มสาว ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูวินัยทางการคลัง ลดการขาดดุล และวางรากฐานที่มั่นคงให้กับประเทศไทยต่อไป

อ่านข่าวอื่น :

ไทย-มาเลเซียเคลียร์ปลดล็อก "กุ้งไทย" คาดส่งออกได้ภายใน 30 วัน

7 ปีสูญเปล่าหรือไม่ ทางแยกรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน แก้สัญญา-ประมูลใหม่ ?

กต.เตือนนักเดินทางอย่ารับจ้างหิ้ว เสี่ยงผิดกฎหมาย โทษหนักทั้งใน-ต่างแดน