"สหัสวัส" ถามท้องถิ่น คำสั่งย้ายโฟมตั้งแต่ต้นปี แต่ไร้การบังคับใช้กฎหมาย

ภูมิภาค
19:32
จำนวนผู้ชม 41
Thai PBS
"สหัสวัส" ถามท้องถิ่น คำสั่งย้ายโฟมตั้งแต่ต้นปี แต่ไร้การบังคับใช้กฎหมาย
หน่วยงาน จ.ชลบุรี เร่งแก้ปัญหา หลังฝนตกหนักพัดโฟม ชิ้นส่วนตู้เย็น จากลานคัดแยกรีไซเคิลไหลเข้าหมู่บ้านเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน ขณะที่ สส.ชลบุรี ตั้งคำถามการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งตรวจสอบโรงงานและดำเนินคดีหากพบการกระทำผิด

วันนี้ (5 ก.ค.2569) เหตุฝนตกหนักในพื้นที่ชลบุรี จนเกิดมวลน้ำป่ากัดเซาะกำแพงของหมู่บ้านบุญรักษาวิว 2 ตั้งอยู่พื้นที่ ม.7 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จนกำแพงพังลง ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากพัดพาเอาเศษโฟม ชิ้นส่วนพลาสติก และเศษวัสดุจำนวนมหาศาลจากโรงงานคัดแยกชิ้นส่วนตู้เย็นรีไซเคิลที่อยู่ใกล้เคียง ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างรวดเร็ว

ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายโดยตรงไม่น้อยกว่า 10 หลังคาเรือน ทรัพย์สินภายในบ้าน รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านจมอยู่ท่ามกลางซากขยะรีไซเคิล เจ้าหน้าที่ อบต.บ่อวิน ต้องระดมกำลังเข้าจัดเก็บทำความสะอาดอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง จึงจะสามารถเคลื่อนย้ายเศษวัสดุทั้งหมดออกจากถนนและบ้านเรือนได้สำเร็จ ขณะที่คนงานของโรงงานดังกล่าวต้องเร่งจัดเก็บเศษโฟมที่เหลือใส่ถุงบิ๊กแบ็กเพื่อนำไปกำจัดยัง อ.บ้านบึง ต่อไป

"สหัสวัส" ถามท้องถิ่น คำสั่งย้ายโฟมตั้งแต่ต้นปี แต่ไร้การบังคับใช้กฎหมาย

"สหัสวัส" ถามท้องถิ่น คำสั่งย้ายโฟมตั้งแต่ต้นปี แต่ไร้การบังคับใช้กฎหมาย

"สหัสวัต" ถามท้องถิ่น ละเลยบังคับใช้กฎหมาย ?

นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามถึงความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่และการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น หลังตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่า ทาง อบต.บ่อวิน เคยมีคำสั่งอย่างเป็นทางการให้ผู้ประกอบการรายนี้ทำการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนตู้เย็นและเศษวัสดุทั้งหมดออกจากพื้นที่ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

แต่กลับไม่มีการติดตามผลหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ปล่อยให้ล่วงเลยมาจนเกิดเหตุการณ์น้ำพัดขยะถล่มหมู่บ้าน ซึ่งทางด้าน นายสิรวิชฐ์ อำไพวงษ์ นายก อบต.บ่อวิน ได้ออกมายอมรับและชี้แจงว่าเคยมีคำสั่งดังกล่าวจริงแต่กระบวนการขนย้ายของผู้ประกอบการยังไม่แล้วเสร็จจนกระทั่งมาเกิดฝนตกหนักในที่สุด

"วราวุธ" สั่งสอบด่วนเข้าข่ายโรงงานเถื่อนจ่อดำเนินคดี

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ได้สั่งการด่วนที่สุดให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมประสานงานร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโดยละเอียด หากพบหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าสถานที่ดังกล่าวมีการใช้เครื่องจักร มีการจ้างแรงงานเข้าเกณฑ์ และมีการประกอบกิจการในลักษณะการคัดแยก ฝังกลบ หรือรีไซเคิล จะถือว่าเข้าข่ายเป็นโรงงานตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ทันที

สามารถบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีอาญาฐานตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมสั่งระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนและสั่งปรับปรุงลานกองเก็บให้ปลอดภัยทันที

นอกจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว สำนักงานจัดหางาน จ.ชลบุรี ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี (กอ.รมน.ชลบุรี) สนธิกำลังเข้าตรวจสอบการทำงานและใบอนุญาตของแรงงานภายในสถานประกอบการดังกล่าวอย่างละเอียด

จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทแห่งนี้มีลูกจ้างทำงานอยู่รวมทั้งสิ้น 43 คน แบ่งออกเป็นแรงงานไทย 24 คน แรงงานจีน 5 คน และแรงงานเมียนมา 14 คน ซึ่งจากการตรวจค้นพบว่ามีแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 10 คน ไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ นางภัทรชนันท์ ผ่องผาด นายอำเภอศรีราชา ได้สั่งการให้ผู้ประกอบการต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายและค่าเยียวยาแก่ชาวบ้านทั้งหมด พร้อมเตรียมเรียกเจ้าของที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมวางแนวทางเปิดทางน้ำธรรมชาติและทำระบบระบายน้ำใหม่เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

อ่านข่าวอื่น :

ตร.ประชุมสรุปคดีเด็ก 11 ปีขับกระบะชนพระ เตรียมพิจารณาแจ้งข้อหา

เปิดแฟ้มคดีดังออสเตรเลีย "He Kaw Teh" เมื่อ "พบยาเสพติด" ยังไม่ใช่หลักฐานชี้ขาดว่ามีความผิด

ก.พ.คุมเข้มสอบปี 69 สั่งเช็กใบหน้าผู้เข้าสอบกับรูปถ่าย 3 จุด สกัดทุจริต