ศาลจำคุก "ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น" 6 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีแจ้งความเท็จ ปมหวย 30 ล้าน

อาชญากรรม
12:53
จำนวนผู้ชม 112
Thai PBS
ศาลจำคุก "ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น" 6 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีแจ้งความเท็จ ปมหวย 30 ล้าน
ศาลตัดสินจำคุก "ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น" 6 เดือน ข้อหาแจ้งความเท็จให้ผู้อื่นต้องรับโทษ กรณีหวย 30 ล้าน ชี้พฤติกรรมร้ายแรง ไม่ควรรอลงอาญา เจ้าตัวอยู่ระหว่างยื่นประกัน

วันนี้ (6 ก.ค.2569) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3448/67 ที่ พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น พวกรวม 2 คน เป็นจำเลยในความผิดฐาน ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนได้รับความเสียหาย, ร่วมกันแจ้งข้อความเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน ว่าได้มีการกระทำความผิดโดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ, แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

อัยการฟ้องโดยสรุปว่า ระหว่างวันที่ 2-28 พ.ย.2560 จำเลยทั้งสองร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ว่า จำเลยที่ 1 ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 533726 งวดวันที่ 1 พ.ย.2560 จำนวน 5 ใบ จากจำเลยที่ 2 และสลากดังกล่าวถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท แต่ทำหาย

ก่อนกล่าวอ้างภายหลังว่า ร.ต.ท.จรูญ วิมูล นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล และแจ้งความดำเนินคดีฐานลักทรัพย์ทั้งที่ความจริงแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ได้ซื้อหรือเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว การแจ้งความและให้การของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน เพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้เสียหายต้องรับโทษทางอาญา และทำให้เจ้าพนักงานบันทึกข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมาย

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1-2 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน ว่า ได้มีการกระทำความผิดโดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ คนละ 1 ปี ซึ่ง จำเลย 1 และจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่านอกจากการเบิกความเท็จในคดีอาญา แล้วยังมีการเบิกความในคดีแพ่งของศาลจังหวัดกาญจนบุรี จนทำให้โจทก์ร่วมต้องถูกอายัดเงินในบัญชี อีกทั้งหากจำเลยที่ 1 ชนะคดีก็จะได้รับเงินจำนวนมาก เห็นว่าพฤติกรรมร้ายแรงไม่ควร รอการลงโทษ

ภายหลังศาลมีคำพิพากษาไม่รอการลงโทษจำคุก ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า นายปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นได้ยื่นขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์

อ่านข่าว :

ฝากขัง "อุทัย-นันทวัฒน์" ผู้ต้องหาลอบส่งเฮโรอีนไปออสเตรเลีย ตร.ค้านประกัน

6 ก.ค. ศาลชี้ชะตาคดีสินบนทองคำ 246 บาท "บิ๊กโจ๊ก-พวก" เตรียมชี้แจง

ตร.ประชุมสรุปคดีเด็ก 11 ปีขับกระบะชนพระ เตรียมพิจารณาแจ้งข้อหา