โจมตีรอบใหม่ "สหรัฐฯ-อิหร่าน" จับตาสันติภาพตะวันออกกลางพังพินาศ ?

ต่างประเทศ
11:24
จำนวนผู้ชม 98
Thai PBS
โจมตีรอบใหม่ "สหรัฐฯ-อิหร่าน" จับตาสันติภาพตะวันออกกลางพังพินาศ ?
สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซกลับมาระอุอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ย่ำแย่ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านโจมตีตอบโต้กันระลอกใหม่

อิหร่านและสหรัฐฯ จับมือทำข้อตกลงหย่าศึกกันยังไม่ครบเดือน แต่สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางส่อแววกลับมารุนแรงขึ้น เพราะการโจมตีระลอกล่าสุดได้แผ่ขยายไปถึงหลายประเทศรอบๆ อ่าวอาหรับ ซึ่งอาจทำให้มองได้ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ กำลังบ่อนทำลายความพยายามที่จะลดความตึงเครียดในภูมิภาคหรือไม่

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เผยภาพยิงขีปนาวุธ โดยระบุว่าพุ่งเป้าโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การรุกรานของกองทัพอเมริกัน ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพิ่มเติม เพื่อลดทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพลเรือนและเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการโจมตีครั้งนี้เป็นคำสั่งตรงจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้มีขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้โจมตีตอบโต้กันระลอกใหม่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการยกระดับสถานการณ์ในภูมิภาคให้ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น และผลักให้ข้อตกลงหย่าศึกเปราะบางลงไปเรื่อยๆ

สถานการณ์ที่น่ากังวลใขณะนี้ เริ่มต้นขึ้นหลังจากอิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำ ขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่ในวันถัดมาสหรัฐฯ จะตัดสินใจเปิดฉากถล่มอิหร่านระลอกใหม่ โจมตีเป้าหมายไปหลายสิบเป้าหมาย อ้างว่าเพื่อตอบโต้การกระทำของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน หลังจากนั้นการโจมตีตอบโต้กันไปมายังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ก่อนที่ IRGC ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซและอ้างว่าได้โจมตีไปยัง 5 ประเทศกลุ่มอ่าวอาหรับในวันถัดมา ได้แก่ บาห์เรน คูเวต จอร์แดน กาตาร์และโอมาน ซึ่งอิหร่านระบุว่าการโจมตีพุ่งเป้าไปที่ฐานทัพและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในหลายประเทศทั่วภูมิภาค

ขอบเขตการโจมตีรอบนี้ขยายวงกว้างไปถึงกาตาร์ ประเทศตัวกลางเจรจาหยุดยิง ซึ่งไม่เคยถูกโจมตีนับตั้งแต่เดือน เม.ย. ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าความเคลื่อนไหวเหล่านี้กำลังบ่อนทำลายความพยายามที่จะลดความตึงเครียดในภูมิภาคนี้หรือไม่

ส่วนจุดที่น่ากังวลอีกหนึ่งจุดคือสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานที่สำคัญของโลก ถูกนำมาเป็นตัวประกันในความขัดแย้งนี้อีกครั้ง

นับตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย. จำนวนเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบนี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงในกรอบเพื่อยุติสงครามระหว่างกัน สวนทางกับสถานการณ์ในช่วงก่อนหน้าที่มีเรือแล่นผ่านเพียงแค่ไม่ถึง 10 ลำต่อวัน จนนำมาซึ่งราคาพลังงานที่ถีบตัวพุ่งสูงและผันผวนอย่างหนักในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา

ขณะที่ IRGC ย้ำชัดว่า ช่องแคบนี้จะยังคงถูกปิดต่อไปจนกว่าการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้จะสิ้นสุดลง ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์บางคนมองว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถึงจุดที่สหรัฐฯ และอิหร่านเจ็บมากพอจนทำให้ต้องหันมาเจรจากันอย่างจริงจัง และสถานการณ์ในตอนนี้ยังห่างไกลจากจุดนั้น อีกทั้งอิหร่านเองมองว่าการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ไพ่ต่อรอง

การสู้รบที่ยืดเยื้อทำให้สถานการณ์ในอ่าวอาหรับไร้เสถียรภาพ และการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซยังผลักให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกและทำให้เกิดความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวลงไปอีก

อ่านข่าว

ถล่มอีก! "ทรัมป์" สั่งตรงกองทัพโจมตีอิหร่าน ยืนยัน "ฮอร์มุซ" ยังเปิด

อิหร่านตอบโต้ โจมตีเป้าหมายทางทหารสหรัฐฯ 85 จุดในบาห์เรน-คูเวต

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ตอบโต้เหตุยิงเรือขณะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ