วันที่ 15 ก.ค.2569 ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต เปิดประตูห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี เพื่อช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยดัง 2 คน ถูกขบวนการคอลเซนเตอร์หลอก ให้กักตัวเองอยู่ภายในห้องพัก
โดยทันทีที่ตำรวจแสดงตัว ทั้ง 2 คนยังไม่เชื่อว่าเป็นตำรวจจริง เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมา ถูกสั่งห้ามติดต่อบุคคลภายนอก และปลูกฝังให้หวาดระแวงเจ้าหน้าที่ กระทั่งตำรวจยืนยันตัวตนได้ทั้ง 2 คนจึงวางโทรศัพท์ ก่อนโผเข้ากอดเจ้าหน้าที่ด้วยความโล่งใจ
จากการตรวจสอบภายในห้องพัก พบว่าผู้เสียหายถูกสั่งให้เปิดวิดีโอคอลไว้ตลอดเวลา เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว และควบคุมไม่ให้ติดต่อบุคคลอื่น ขณะที่ผู้เสียหายอีกคน ถูกสั่งให้ใช้ผ้าขนหนูมัดข้อเท้า เพื่อถ่ายภาพส่งให้ผู้ปกครอง เชื่อว่าถูกลักพาตัวและเร่งโอนเงิน
ทั้งนี้ ระหว่างเข้าช่วยเหลือ ตำรวจได้โต้ตอบกับขบวนการคอลเซนเตอร์
จุดเริ่มต้นของการหลอกลวง คือขบวนการคอลเซนเตอร์ โทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ก่อนกล่าวหาว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี จากนั้นเปลี่ยนมาอ้างว่าได้รับทุนศึกษาต่อต่างประเทศ พร้อมส่งเอกสารปลอมที่ใช้ตราครุฑและลายเซ็นผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ อ้างว่าจำเป็นต้องมีเงินคงเหลือในบัญชีสำหรับยื่นขอวีซา จึงสั่งให้ติดต่อผู้ปกครอง ขอให้โอนเงิน พร้อมกำชับไม่ให้บอกความจริงกับครอบครัว และให้ย้ายออกจากหอพักมาอยู่โรงแรมตามที่กำหนด
หนึ่งในผู้ปกครอง บอกว่า ลูกโทรศัพท์มาบอกว่าได้รับทุนศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา พร้อมส่งเอกสารมาให้ตรวจสอบ จึงเชื่อและโอนเงิน 350,000 บาท แต่เมื่อขอดูรายละเอียดเพิ่มเติม กลับพบว่าภาพยอดเงินในบัญชีมีความผิดปกติ คล้ายผ่านการตัดต่อ จึงรีบเดินทางจาก จ.เพชรบูรณ์มายังปทุมธานี ก่อนตำรวจแจ้งว่าสามารถช่วยเหลือลูกชาย
ข้อมูลสอบสวนพบว่านักศึกษาทั้ง 2 คนสูญเงินรวมเกือบ 900,000 บาท โดยผู้เสียหายรายหนึ่งให้ผู้ปกครองโอนเงินและทำธุรกรรมเพิ่มเติม รวมความเสียหายประมาณ 450,000 บาท
ส่วนอีกคนนำสร้อยคอทองคำและแหวนทองไปจำนำ ก่อนโอนเงินให้คนร้าย สูญเงินอีกประมาณ 450,000 บาท
พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากรุ่นพี่ของนักศึกษาว่า ไม่สามารถติดต่อผู้เสียหายได้ จึงประสานมหาวิทยาลัยและเร่งตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง ก่อนติดตามเข้าช่วยเหลือได้ภายใน 24 ชั่วโมง
นายจอมเดช ตรีเมฆ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้รับแจ้งเหตุลักษณะเดียวกัน จากผู้ปกครองและอาจารย์ที่ปรึกษาหลายกรณี โดยคนร้ายปลอมหนังสือราชการของมหาวิทยาลัย ทั้งตราครุฑและลายเซ็นผู้บริหาร เพื่อหลอกผู้ปกครองให้หลงเชื่อ จึงขอให้ตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยโดยตรงทุกครั้ง หากได้รับการติดต่อเกี่ยวกับทุนการศึกษา หรือมีการเรียกให้โอนเงิน
ต่อมาในวันเดียวกัน มหาวิทยาลัยรังสิตแจ้งตำรวจว่าพบนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 1 อีก 2 คน หายตัวไปในลักษณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงร่วมกับตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ แกะรอยจนสามารถช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย โดยพบผู้เสียหายคนหนึ่งอยู่ภายในห้องพัก ส่วนอีกคนอยู่ในห้องเช่ารายวัน
ซึ่งทั้ง 2 คนถูกคนใช้โทรศัพท์แอบอ้างเป็นตำรวจในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง ก่อนบังคับให้แยกกักตัวและห้ามติดต่อบุคคลภายนอก พร้อมหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีม้า เกือบ 600,000 บาท
ขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
อ่านข่าว :
เพลิงไหม้ตึกแถวเหมืองบิทคอยน์ จ.กาญจนบุรี วอด 20 เครื่อง
ว่าที่ ร.ท. ชิตพงศ์ มอบตัวกับตำรวจ สน.พหลโยธิน ถูกแจ้ง 3 ข้อหา
ตร.ตรวจกล้องวงจรปิด "โรงเบียร์" พบกลุ่มควันก่อนไฟลุกลามใน 1 นาที
