ปฏิบัติการ "สิงห์ปราบ มังกรทมิฬ" ทลายผับจีนเทาไร้ใบอนุญาตย่านห้วยขวาง

อาชญากรรม
13:43
จำนวนผู้ชม 48
Thai PBS
ปฏิบัติการ "สิงห์ปราบ มังกรทมิฬ" ทลายผับจีนเทาไร้ใบอนุญาตย่านห้วยขวาง

วันนี้ (29 ส.ค.2569) เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณแยกเหม่งจ๋าย ถ.ประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ตามปฏิบัติการ "สิงห์ปราบ มังกรทมิฬ" หลังได้รับการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสว่าสถานบันเทิงแห่งนี้ลักลอบเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าสถานบันเทิงดังกล่าวยังคงเปิดให้บริการตามปกติ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้สั่งให้ปิดเพลงและเปิดแสงสว่างภายในร้านทันที เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ คัดแยก และตรวจสอบเอกสารบุคคลของนักท่องเที่ยวและพนักงานทั้งหมด

พบเคตามีน – รวบ นทท.เสพยาเสพติด

จากการตรวจสอบและคัดแยกบุคคลภายในร้าน พบนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 132 คน แบ่งเป็นชาวไทย 65 คน และชาวจีน 67 คน ทั้งนี้ เมื่อนำตัวไปทดสอบปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด พบผู้มีสารเสพติดในร่างกายจำนวน 3 คน ได้แก่ ชายไทย 1 คน และนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง 2 คน (ชาย 1 คน และหญิง 1 คน)

เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของพนักงานภายในร้านมีทั้งหมด 67 คน เป็นคนไทย 62 คน และชาวต่างชาติ 5 คน ซึ่งจากการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติดในกลุ่มพนักงาน

นอกจากนี้ จากการตรวจค้นพื้นที่ภายในร้านอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบวัตถุคล้ายสารเสพติด บรรจุในถุงพลาสติกใสบรรจุเคตามีน (ยาเค) พร้อมหลอดสำหรับเสพ จำนวน 1 ถุง ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำหญิงชั้นล่าง และพบอีก 1 ถุง ตกอยู่บนโต๊ะของนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดี

พบ "นอมินีจีนเทา" ซัดทอดตำรวจ "โจ้ ดส." ถือหุ้นลม

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นในครั้งนี้เป็นการเข้าตรวจค้นซ้ำในรอบ 1 ปี พอดี หลังจากที่เจ้าหน้าที่เคยเข้าตรวจสอบสถานบันเทิงแห่งนี้มาแล้วเมื่อ ส.ค.2568 จากการขยายผลเชิงลึกพบว่า โครงสร้างการถือครองกิจการแท้จริงมีนักธุรกิจชาวจีนเป็นเจ้าของทุน

ส่วนผู้ที่ปรากฏชื่อเป็นเจ้าของร้านตามเอกสารทางกฎหมายเป็นคนไทย ชื่อ "นายชาติ" จากการสอบสวนให้การรับสารภาพและถูกซักทอดว่าเป็นเพียง "นอมินี" ที่ถูกจ้างมาถือครองแทนนักธุรกิจชาวจีนเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น จากการสอบสวนขยายผลยังพบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการคุ้มครองพื้นที่ โดยมีการกล่าวอ้างว่า ร้านได้มีการจ่าย "หุ้นลม" ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ "โจ้ ดส." เพื่อทำหน้าที่คอยดูแลและเคลียร์ปัญหาต่าง ๆ กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้สามารถเปิดให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

เบื้องต้นนอกจากประเด็นเรื่องยาเสพติดและนอมินีแล้ว สถานบันเทิงแห่งนี้ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบันเทิง และไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ทางกรมการปกครองจึงเตรียมเสนอเรื่องไปยัง ผบ.ตร. เพื่อสั่งปิดสถานประกอบการแห่งนี้เป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ต่อไป

อ่านข่าว :

อดีต 3 ผู้นำฝ่ายค้านดักทาง กกต. ปมลอยตัวคดีฮั้ว สว. ก่อน 14 ก.ย.

ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ PM2.5 จุดเกิดเหตุพุ่ง 630 มคก./ลบ.ม. นายกฯ ลงพื้นที่ติดตาม

3 อดีตผู้นำฝ่ายค้านประสานเสียง เร่งฟื้นความเชื่อมั่นการเมืองไทยก่อนสายเกินแก้